วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หนึ่งปีที่ “ไม่สมอย่างที่คิด”

กว่า 1 ปีแล้วที่คุณสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เข้ามารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี คุมทีมเศรษฐกิจแทน “หม่อมอุ๋ย” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล พร้อมกับโละทีมเก่าแล้วตั้งทีมใหม่ยกเซต

เพราะรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถูกกระแสกดดันหนักกับผลงานที่ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ของทีมเศรษฐกิจชุด “หม่อมอุ๋ย”

ดังนั้นเมื่อปรับทีมกันครั้งใหญ่ ดูเหมือนชาวบ้านจะมีความหวังขึ้นมาทันที เพราะเครดิตเดิมๆที่คุณสมคิด ได้จากภาพความสำเร็จในสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทย

ยังคงติดตาตรึงใจบรรดาสื่อมวลชน ต่างส่งเสียงแซ่ซ้องด้วยความหวังในตัวนักการตลาดมือทองคนนี้

หากย้อนไปดูบทปาฐกถาตามที่ต่างๆ ดูเหมือนคุณสมคิดจะรู้ปัญหาของประเทศแบบทะลุปรุโปร่ง

แต่ผ่านไป 1 ปี ชาวบ้านร้านช่องกลับส่ายหัวกันเป็นแถว เพราะแทบไม่มีอะไรแตกต่างจากช่วงที่ “หม่อมอุ๋ย” คุมทีมเลย เศรษฐกิจกลับยิ่งย่ำแย่ กำลังซื้อหดหายไปมาก

ถ้าไม่หลอกตัวเอง ลองไปเดินตามห้างร้านทั้งใหญ่น้อยได้ หากไม่ลดกระหน่ำ 50-70% ก็อย่าหวังเลยว่าประชาชนจะ ควักกระเป๋าจ่าย ขณะที่การส่งออกลดลงหนักกว่าสมัย “หม่อมอุ๋ย” เสียอีก

ที่หนักกว่านั้นคือการลงทุนจากต่างประเทศ ในปีที่แล้วลดลงถึง 90% ปีนี้แม้จะเพิ่มขึ้นบ้างแต่ก็ยังห่างกับภาวะปกติมาก

เมื่อมานั่งนึกผลงานของคุณสมคิด ก็แทบจะนึกไม่ออกว่ามีอะไรที่เรียกว่าประสบความสำเร็จ อย่างเขตอุตสาหกรรมตามแนวชายแดน ก็มีนักลงทุนน้อยมากเข้าไปลงทุน

การใช้จ่ายภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แม้พยายามอัดเม็ดเงินลงไปมาก แต่ประชาชนกลับไม่ได้รู้สึกว่ามีความเป็นอยู่ดีขึ้น เพราะส่วนใหญ่ไปตกกับบรรดาผู้รับเหมาขาใหญ่ในท้องถิ่นทั้งนั้น

การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ก็ยังไม่เห็นขยับเขยื้อนไปซ้ายไปขวา รถไฟความเร็วสูงตั้งท่าจะสตาร์ตสั้นจุ๊ดจู๋แค่ 3.5 กิโลเมตร ยังมีไทยแลนด์ 4.0 ที่รัฐบาลตั้งความหวังเอาไว้มาก โครงการตั้งบริษัท Startup โครงการดิจิตอลอีโคโนมี หรือ พร้อมเพย์ ที่รอพิสูจน์ว่ามือจะถึง ทำได้จริงหรือไม่

แม้จะขนทีมเดินสายไปจีน รัสเซีย เบลารุส กาตาร์ ก็ยังไม่เห็นกระตุกเม็ดเงินลงทุนเพิ่มขึ้นมาซักเท่าไหร่ เพราะอาการประเทศเหล่านี้ก็ไม่ค่อยดีนัก แถมนักลงทุนจากญี่ปุ่นกลับลดการลงทุนอีก 80-90% ขณะที่สภาวการณ์ของโลก ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง ล้วนเป็นปัจจัยคอยซ้ำเติมอีก

ทำเอาพวกที่เคยเชียร์เริ่มเสียงแผ่วลง จนเงียบหาย มีแต่เสียงบ่นเข้ามาแทนที่

จากที่เคยพูดแล้วคนเชื่อ วันนี้เป็นอย่างไร อย่าลืมว่าผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจ เป็นตัวผันแปรโดยตรงกับเสถียรภาพของรัฐบาล เพราะปัญหาปากท้อง มักเป็นตัวตัดสินการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในทุกครั้ง

แน่นอนคงมีผลต่อการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญไม่มากก็น้อย

ถ้าจะมีสำนักวิจัยไหนกล้าทำแบบสำรวจอย่างตรงไปตรงมา ณ วันนี้คงวัดเรตติ้งคุณสมคิดได้ว่า นักการตลาดชั้นเซียนยังคงมนต์ขลังอยู่แค่ไหน

น่าเสียดายว่า 1 ปีมานี้ เศรษฐกิจไทยใน “สมัยสมคิด” ยังไม่ดีสมอย่างที่คิด.

เพลิงสุริยะ

20 ก.ค. 2559 09:52 20 ก.ค. 2559 09:52 ไทยรัฐ