วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คดียาแฝด เจ้าจอมมารดากลีบ

คดี “เจ้าจอมมารดากลีบ” ของสมเด็จวังหน้า พระบาทสมเด็จ พระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นข่าวที่หมอบรัดเลย์ เสนอใน บางกอกรีคอร์เดอร์ต่อเนื่อง น่าจะเป็นตัวชี้ ปัญญาญาณรัชกาลที่ 4 ที่เชี่ยวชาญทั้งวิชาธรรมวิชาโลก

(ซ่อนเร้นไม่ใช่ซ่อนลับ สุริษา มุ่งมาตร์มิตร ยิปซีสำนักพิมพ์)

เจ้าจอมมารดากลีบ เป็นที่โปรดปรานของวังหน้า มีพระโอรสพระธิดาถึง 12 พระองค์ มีเสน่ห์ปลายจวัก ทำหน้าที่ทำเครื่องต้นถวายต่อมามีผู้กราบทูลว่า เจ้าจอมมารดากลีบลอบทำเสน่ห์ยาแฝดใส่ในเครื่องต้น

โปรดให้ตุลาการวังหน้าไต่สวน ตุลาการชำระความแต่พอเป็นพิธี เจ้าจอมมารดากลีบพ้นจากตำแหน่งนายเครื่อง

ช่วงเวลานั้นสมเด็จวังหน้าทรงพระประชวร เสวยอะไรไม่ค่อยได้ ต้นเครื่องคนใหม่ทำอะไรก็ไม่ถูกปาก จึงโปรดให้เจ้าจอมมารดากลีบกลับเข้ามาเป็นนายเครื่องใหม่

ก๋วยเตี๋ยมชามหนึ่ง ที่ทรงเสวยทรงเห็นเส้นขน ทรงเก็บความระแวงไว้

รัชกาลที่ 4 เสด็จเยี่ยม จึงกราบบังคมทูล ขอตุลาการวังหลวงมาชำระความ ลูกขุนตุลาการวังหลวงพิจารณาคดี ได้ตัวผู้ทำความผิด คืออ้ายช้าง อ้ายโสม อ้ายขนานแดง หมอทำเสน่ห์ น้อย แย้ม (มารดาเจ้าจอมมารดากลีบ) จ่าการประกอบกิจ

สั่งให้ริบราชบาตร เฆี่ยน แล้วให้ประหารชีวิต

ส่วนคนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง อ้ายจันชุม อียา อีสุข อีอ่วม อีสุด อีป้อมก้อน อียิ้มแก้ว อีหนู ไม่ได้เป็นบ่าวทาสมารับใช้อาสาให้กลีบมารดาใช้ และรู้เห็น ให้ลงพระราชอาญาเฆี่ยนแล้วส่งไปจำไว้ ณ คุก

และคนที่เป็นแต่ปลายเหตุ ก็ให้ส่งไปโรงสีบ้าง เป็นคนระบาดบ้าง ฯลฯ

ส่วนขุนโลกพรหมา (สิง) ปลัดกรมโหร ซึ่งอีมาทาสเจ้าจอมมารดากลีบซัดทอดว่า เป็นผู้พยากรณ์ดวงชะตา ก่อนทำเสน่ห์ยาแฝด ลูกขุนตระลาการเห็นว่า ดูดวงตามหน้าที่ ให้ลงโทษถอดเป็นไพร่ ทั้งให้เสียค่าฤชาธรรมเนียมให้ตุลากร

21 วันหลังกราบทูลวังหลวง วังหน้าก็เสด็จสู่สวรรคาลัย

พงศาวดารบันทึกเหตุการณ์นี้ว่า รัชกาลที่ 4 ทรงคลางแคลงอยู่แล้วว่า เรื่องเสน่ห์ยาแฝดไม่เป็นจริง...จึงสั่งละโทษประหาร เจ้าจอมมารดากลีบถูกสั่งเนรเทศไปอยู่สุโขทัย

คนอื่นเหลือโทษจำคุก คนที่ติดคุก ก็ให้ปล่อยตัว ส่วนขุนโลกพรหมา สั่งให้คืนค่าฤชาธรรมเนียม และให้คืนตำแหน่ง

หมอบรัดเลย์ลงข่าวแล้ว เขียนบทความ “ข้าพเจ้าชอบพระเดชพระคุณ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นอันมาก ด้วยเห็นว่าทรงพระกรุณาตัดสินนั้น เป็นยุติธรรม ชอบนัก”

คดีเสน่ห์ยาแฝด เกิดขึ้นปี 2408 หลังสยามลงนามในสนธิสัญญาเบาว์ริง กับอังกฤษ 10 ปี

สาระของสนธิสัญญา มุ่งไปที่ผลประโยชน์ทางการค้า ห้ามสยามเก็บภาษีขาเข้าฝิ่น ยกเลิกการเก็บภาษีปากเรือ ฯลฯ

อีกมาตรา ทำให้สยามเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขต กำหนดให้คนในบังคับอังกฤษ ไม่ต้องขึ้นศาลสยาม โดยอังกฤษมีศาลพิจารณาความเอง

เหตุผลที่แท้จริง อังกฤษพยายามแทรกแซงการเมืองไทย เป็นบันไดขั้นต้นในการยึดครองอาณานิคม โดยอาศัยความล้าหลังป่าเถื่อนของตัวบทกฎหมายและการพิจารณาคดีของไทย เป็นข้ออ้าง

ถ้าไทยไม่ยอม การบีบบังคับเอาด้วยกำลังก็จะตามมา

พม่าเสียเมืองให้อังกฤษ ปี พ.ศ.2428 เวียดนามและกัมพูชาถูกผนวกเป็นอินโดจีนของฝรั่งเศส พ.ศ.2430 ลาวเสียอธิปไตย เมื่อพ.ศ.2436

การเปลี่ยนบทลงโทษคดีเสน่ห์ยาแฝด ที่หมอบรัดเลย์ เขียนเชียร์ในบางกอกรีคอร์เดอร์ อาจเป็นส่วนเล็กน้อยของนโยบาย เปิดรับปรับเปลี่ยนของผู้นำ

พระปัญญาญาณของรัชกาลที่ 4 มีผลให้สยามเป็นชาติเดียวในเอเชียอาคเนย์ ที่รอดจากปากเหยี่ยวปากกามหาอำนาจ อยู่ยั้งยืนยง...มาได้

น่าหัวเราะนะครับ วันเวลาผ่านมาถึงวันนี้ สยามของเราก็ยังมีข่าวพระเขียนผ้ายันต์ ข่าวหมอดู หมอเดาให้ฟังกันอยู่

ทั้งผ้ายันต์ทั้งหมอดู คนระดับผู้นำทั้งนั้น ที่มีข่าวคุกเข่าไปกราบไหว้...ถ้าขาดปัญญาญาณกันถึงขั้นนี้ โอกาสจะพาชาติให้อยู่รอด...
ก็คงริบหรี่เต็มที.

กิเลน ประลองเชิง

20 ก.ค. 2559 09:14 ไทยรัฐ