วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยังไม่สาย-อภิปรายเสรี

หนังสือพิมพ์ “ไทยรัฐ” พาดหัวข่าวว่า “กกต.เพิ่งตื่น จัดให้ถกรัฐธรรมนูญ” เป็นผลจากคำแถลงของ กกต. ฝ่ายบริหาร การเลือกตั้ง ที่จะจัดเวทีถกเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ ทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เป็นเวลา 10 วัน วันละ 1 ชั่วโมง ให้กลุ่มนักวิชาการ กลุ่มประชาธิปไตยใหม่ ตัวแทนภาคประชาชน และอาจรวมถึง กรธ.ด้วย ได้แสดงความคิดเห็นโดยเสรี

คำว่า “กกต.เพิ่งตื่น” ไม่เกินเลยจากข้อเท็จจริง เนื่องจากเราเสียเวลากันมามาก ในการถกเถียง พ.ร.บ.ประชามติ อะไรคือเรื่องต้องห้าม และอะไรที่ทำได้ จนไม่มีเวลาถกเถียงเนื้อหาสาระของร่างรัฐธรรมนูญอย่างจริงจัง คนที่เห็นต่างส่วนใหญ่ไม่กล้าแสดงความเห็น เพราะกลัวจะถูกกล่าวหาทำผิด พ.ร.บ.ประชามติ ที่มีโทษรุนแรงจำคุกถึง 10 ปี

การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 2550 เป็นไปด้วยความราบรื่น เพราะเปิดกว้างให้ทุกฝ่ายแสดงความคิดเห็น รวมทั้งรณรงค์ให้เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ เนื่องจากไม่มีกฎหมายห้ามเผยแพร่ข้อความหยุมหยิมเหมือนขณะนี้โทษจำคุกถึง 10 ปี โทษรุนแรงกว่าการลักทรัพย์หรือความผิดฐานยุยงให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน จำคุกไม่เกิน 7 ปี

แต่ พ.ร.บ.ประชามติใน พ.ศ.นี้ นอกจากจะห้ามเผยแพร่ข้อความที่รุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย หรือปลุกระดมแล้ว เจ้าหน้าที่ของรัฐยังตีความได้ตามชอบใจ บางฝ่ายตีความว่าห้ามวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็น ผู้ฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดี และมีแล้วหลายคดี ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือการจับกุมนักศึกษาและนักข่าว 4 คน หลังจากค้นพบเอกสาร “โหวตโน” ในรถกระบะ

นักวิชาการบางคนเปรียบเทียบว่า ประชามติของไทยขณะนี้ คล้ายกับจะเลียนแบบมาจากพม่า ที่มีการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญของรัฐบาลทหาร เมื่อปี 2551 ที่ให้มีการ “รณรงค์” เฉพาะรัฐบาลฝ่ายเดียวฝ่ายที่เห็นต่างถูกจับกุมคุมขัง รัฐธรรม-นูญฉบับนั้นยังใช้อยู่ในปัจจุบัน แม้พรรคซูจีจะชนะเลือกตั้งแบบฟ้าถล่ม แต่ยังไม่กล้าแก้ไข เพราะเกรงใจฝ่ายทหาร

แม้ กกต. จะเพิ่งตื่น แต่ก็ยังดีกว่าไม่ยอมตื่นเสียเลย หวังว่าจะยังไม่สายจนเกินไป ที่จะเปิดกว้างให้ทุกฝ่ายได้แสดงความคิดเห็นอย่างเสรี เมื่อเร็วๆนี้ สำนักโพลแห่งหนึ่ง สำรวจพบว่า กลุ่มตัวอย่างเกือบ 65% เห็นว่าคนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจร่างรัฐธรรมนูญ ขณะนี้ มีเวลาเหลืออยู่อีกประมาณ 2 สัปดาห์ กกต. ยังสามารถโหมโฆษณาในโค้งสุดท้ายได้

การเปิดเวทีอภิปรายทางโทรทัศน์ และการลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ อาจจะ ช่วยให้การเผยแพร่รวดเร็วยิ่งขึ้น ถึงประชาชนมากขึ้น แต่ก็อาจจะยังไม่พอ วิธีที่ดีที่สุดน่าจะเปิดกว้างให้มีการรณรงค์อย่างเสรี ทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและเห็นต่าง แต่ต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กกต. และเจ้าหน้าที่ของรัฐ และภายใต้ พ.ร.บ.ประชามติที่ตีความถูกต้อง.

20 ก.ค. 2559 09:09 20 ก.ค. 2559 09:09 ไทยรัฐ