วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

งานแห่เทียนเมืองอุบลฯคึกคัก แต่ละวัดหวังรักษาแชมป์

งานประเพณีแห่เทียนพรรษา ที่อุบลราชธานี นักท่องเที่ยวร่วมทำบุญ พร้อมชมต้นเทียน ที่ช่างแต่ละวัดบรรจงแกะสลักด้วยความประณีต เพื่อหวังรักษาแชมป์เอาไว้ให้ได้...

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 19 ก.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ งานประเพณีแห่เทียนพรรษา 2559 จังหวัดอุบลราชธานี ที่วัดพระธาตุหนองบัว ถนนธรรมวิถี ตำบลในเมือง เป็นไปอย่างคึกคัก พุทธศาสนิกชนต่างหลั่งไหลเข้าไปทำบุญไหว้พระ เวียนเทียน ถวายสังฆทาน และถวายเทียนพรรษาเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาเนื่องในวันอาสาฬหบูชา นอกจากจะได้ทำบุญแล้ว นักท่องเที่ยวยังได้ร่วมชมต้นเทียนพรรษาของวัดพระธาตุหนองบัว ซึ่งแล้วเสร็จสมบูรณ์ 100% เตรียมนำออกจากโรงเทียน เคลื่อนไปรวมเทียนกับคุ้มวัดอื่นๆ ที่บริเวณรอบทุ่งศรีเมือง เทศบาลนครอุบลราชธานี

โดยก่อนจะมีการเคลื่อนขบวนเทียนออกจากโรงเทียน ชาวบ้านคุ้มวัดพระธาตุหนองบัวต่างแต่งชุดนางรำออกมารำบวงสรวงเพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนนำต้นเทียนออกโชว์ ท่ามกลางนักท่องเที่ยวที่ต่างนำกล้องมาบันทึกภาพความสวยงามทางวัฒนธรรม และต้นเทียนที่วิจิตรตระการตากลับไปเป็นที่ระลึก


สำหรับปีนี้ ต้นเทียนของวัดพระธาตุหนองบัว เป็นต้นเทียนประเภทแกะขนาดใหญ่ โดยได้ช่างเทียนฝีมือรางวัลแชมป์ชนะเลิศต้นเทียนแกะสลักขนาดใหญ่ ปี 2558 มาเป็นหัวหน้าช่างทำต้นเทียน คือ นายสุดสาคร หวังดี อายุ 46 ปี ซึ่งเปิดเผยว่า ต้นเทียนที่ตนทำให้วัดพระธาตุหนองบัว เป็นต้นเทียนประเภทแกะสลักขนาดใหญ่ มีความสูง 5.30 เมตร ยาว 18 เมตร และ กว้าง 2.50 เมตร โดยปีนี้หวังรักษาแชมป์เอาไว้ให้ได้ เพราะปีที่แล้วตนทำต้นเทียนแกะสลักขนาดใหญ่ให้อำเภอบุณฑริกชนะเลิศมาแล้ว แต่ก็ไม่ประมาท เพราะเทียนของวัดทุ่งศรีเมืองที่ตนได้ไปดูมาแล้ว พบว่ามีความใหญ่อลังการ แต่ถ้ามองในแง่ของงานพุทธศิลป์แล้ว ต้นเทียนของตนมีสัดส่วนที่เสมือนจริงมากกว่า ถึงแม้ผลรางวัลจะออกมาอย่างไร ก็ไม่ใช่สิ่งสำคัญเท่ากับการได้ร่วมสืบทอดงานศิลปะประติมากรรมเทียนพรรษาของชาวอุบลฯ ที่มีหนึ่งเดียวในโลก

ทั้งนี้ ต้นเทียนพรรษาวัดพระธาตุหนองบัวจะบอกเล่าเรื่องราวทางพุทธประวัติ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนด้านหน้า ได้แกะสลักเป็นรูปพระนารายณ์ทรงครุฑ ถัดมาเป็นเรื่องราวพุทธประวัติตอนพระเวสสันดรโพธิสัตว์เสด็จไปบังเกิดเป็นสันดุสิตเทพบุตรในชั้นสวรรค์ดุสิตเมื่อก่อนพุทธกาล ส่วนกลาง เป็นฐานรองรับต้นเทียน แกะสลักเป็นเทพกินรี ที่มีลักษณะครึ่งเทวดาครึ่งนก รองรับต้นเทียนพรรษาที่แกะสลักเป็นเรื่องราวพระเวสสันดรชาดก ประกอบกับลายกนกเปลว เครือวัลย์ และลายบัวกลุ่ม ที่มีความอ่อนช้อย สวยงาม ยอดเทียนแกะสลักเป็นกลีบบัว 5 ชั้น อันเป็นสัญลักษณ์เมืองดอกบัวงามของจังหวัดอุบลราชธานี ส่วนด้านหลัง นำเสนอเรื่องราวประสูติ โดยมีพระนางสิริมหามายากำลังบรรทมหลับสนิทในพระแท่นแก้ว และทรงสุบินนิมิต ว่ามีช้างเผือกชูดอกบัวขาวลงมาจากภูเขาเงินภูเขาทองร้องบันลือลั่น เข้ามายังปราสาท ทำประทักษิณเวียนขวา 3 รอบ แล้วเข้าสู่อุทรเบื้องขวาของพระนาง ซึ่งต่อมาพระนางก็ให้กำเนิดกุมารคือพระพุทธเจ้านั่นเอง

ขณะเดียวกัน ที่ วัดแจ้ง ถนนสรรพสิทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี นายสมยศ พูลทรัพย์ อายุ 61  ปี ช่างทำเทียน เปิดเผยว่า ปีที่แล้วต้นเทียนของวัดแจ้งได้รางวัลชนะเลิศประเภทติดพิมพ์ขนาดใหญ่ไปครอง ปีนี้จึงหวังรักษาแชมป์อีก โดยต้นเทียนที่ส่งเข้าประกวด มีความสูง 5.40 เมตร ยาว 17 เมตร และ กว้าง 2.70 เมตร ส่วนด้านหน้า ได้จัดทำเรื่องราวพุทธประวัติ ตอนพระสิทธัตถะออกผนวช ขณะทรงม้ากัณฐกะ มีราชสีห์ คชสีห์ และเหล่าเทวดา บริวาร ถือเครื่องอัฐบริขาร ระหว่างออกผนวชพระองค์ทรงเห็นเทวทูต ทั้ง 4 คือ แก่ เจ็บ ตาย และสมณะ ส่วนกลาง ได้จัดทำเป็นเรือสุพรรณหงส์ เป็นฐานรองรับต้นเทียนพรรษา ส่วนด้านหลัง จัดทำเป็นพุทธบริษัท ทั้ง 4 ประกอบด้วย ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก และ อุบาสิกา ร่วมแรงแข็งขัน เข็นกรงล้อธรรมจักร เพื่อนำหลักธรรมคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปเผยแผ่ให้พุทธศาสนิกชนได้หลุดพ้นจากความทุกข์ ถัดมาเป็นเหล่าทวยเทพ เทวดา และบริวารทั้งหลาย ร่วมกันสักการะ พระพุทธเจ้า ขณะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งไฮไลต์เด็ดของต้นเทียนวัดแจ้งปีนี้ อยู่ที่ปีกม้าด้านหน้าขยับได้ และธรรมจักรหมุนได้ ด้วย.




งานประเพณีแห่เทียนพรรษา ที่อุบลราชธานี นักท่องเที่ยวร่วมทำบุญ พร้อมชมต้นเทียน ที่ช่างแต่ละวัดบรรจงแกะสลักด้วยความประณีต เพื่อหวังรักษาแชมป์เอาไว้ให้ได้... 19 ก.ค. 2559 17:58 19 ก.ค. 2559 18:23 ไทยรัฐ