วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ถังเดียวว่ากันเพียวๆ 1,000 กิโลเมตร VOLVO V60 D4 ESTATE

เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบยุคใหม่ที่เพียบพร้อมไปด้วยประสิทธิภาพของแรงบิดและอัตราสิ้นเปลืองกำลังเข้ามาแทนที่เครื่องยนต์ในยุคเก่า องค์ประกอบโดยรวมของเทคโนโลยีใหม่ที่เหนี่ยวนำพลังงานในการขับเคลื่อนให้เข้ากับรูปแบบในการใช้งาน บริษัท Volvo ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติสวีเดนได้ทำการคิดค้นเครื่องยนต์ดีเซลขนาดกะทัดรัดควบคู่ไปกับระบบส่งกำลังที่มีประสิทธิภาพเพื่อเพิ่มสมรรถนะให้กับรถยนต์ภายใต้แบรนด์ของตนเอง Volvo V60 ตัวถังแวกอน 5 ประตูไม่ใช่ V60 รุ่นใหม่อะไรทั้งสิ้น มันคือโมเดลที่รู้จักกันดีอยู่แล้วแต่ถูกนำมาปรับปรุงด้วยการวางเครื่องยนต์และเกียร์ใหม่ ข่าวดีของคนที่ชอบ Volvo ก็คือ V60 รหัส D4 ถูกแทนที่ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศแบบทวินเทอร์โบ แรงม้าอาจดูไม่ได้มากมายอะไรแค่ 190 แรงม้า แต่แรงบิดของเครื่องยนต์ดีเซล D4 DRIVE-E นั้น สูงมากถึง 400 นิวตัน-เมตร (Nm) ในช่วงรอบเครื่องยนต์ระหว่าง 1,750-2,500 รอบต่อนาที ผลลัพธ์ที่ได้คืออัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 22 กิโลเมตรต่อลิตร พร้อมความคล่องตัวในการใช้งานบนรูปแบบยานยนต์อเนกประสงค์แบบสเตชั่นแวกอน

สีฟ้าน้ำทะเลหรือสี Power Blue ซึ่งเป็นเฉดสีใหม่ของ V60 D4 เวอร์ชั่นตัวถังแวกอน 5 ประตู ทำให้มันดูดีเกินจริง นี่คือ V60 พร้อมเครื่องยนต์และเกียร์ลูกใหม่ที่มีส่วนทำให้รถคันนี้มีความน่าใช้งานมากยิ่งขึ้น ผมก้าวเข้าไปในห้องโดยสารที่คุ้นเคย เป็น Cockpit ของ Volvo ในช่วงท้ายก่อนที่จะถูกปรับใหม่หมดในอีกไม่นานนับต่อจากนี้ ภายในของ V60 แสดงออกถึงแนวทางอนุรักษนิยมสไตล์สแกนดิเนเวีย เบาะคนขับถูกปรับให้ต่ำลงจนคล้ายกับการนั่งขับ V60 Polestar บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยงานหนัง อัลลอย วัสดุผิวมันที่เรียกว่าเปียโนแบล็กตรงแผงควบคุมส่วนกลาง พวงมาลัย 3 ก้านหน้าตาทื่อๆ แต่ใช้งานได้ดีพร้อมแป้น Paddle Shift สำหรับเปลี่ยนอัตราทดของเกียร์ออโต้ขับหน้า 8 สปีด

Volvo จัดวางตำแหน่งคนขับได้ดี แผงควบคุมส่วนกลางทั้งระบบปรับอากาศและการปรับตั้งค่าต่างๆ เอียงเข้าหาคนขับเพื่อทำให้สะดวกในการใช้นิ้วกดหรือหมุนปุ่มต่างๆ มาตรวัด TFT คมชัด เปลี่ยนรูปแบบของหน้าจอไปตามโหมดการขับเคลื่อน แม้เบาะจะไม่นุ่มนิ่มเท่ากับ XC90 รุ่นพี่ แต่เบาะหนังแท้สีน้ำตาลสลับดำเย็บด้วยด้ายสีส้มนั่งได้สบายตัวจากการออกแบบมาสำหรับขับทางไกลโดยเฉพาะ ถึงแม้ว่า Volvo จะมีราคาค่าตัวไม่สูงมากนักในกลุ่มรถยนต์จากทวีปยุโรปเมื่อเปรียบเทียบกับ BMW และ Mercedes Benz แต่คุณภาพงานตกแต่งภายในก็ทำออกมาได้ดี โดยมีรูปแบบที่ค่อนข้างแปลกแยกไม่ซ้ำซากจำเจ แต่อีกไม่นานภายในของ V60 รุ่นใหม่ก็จะเปลี่ยนไปโดยยึดเอาแนวทางภายในของ XC90 ซึ่งมีห้องโดยสารที่ทันสมัยและสวยงาม

กดปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ เสียงเครื่องยนต์ดีเซลในรอบเดินเบาดังพอให้รู้ว่าเป็นเครื่องดีเซลจากเสียงการทำงานของวาล์ว การสั่นสะเทือนในระหว่างการทำงานของเครื่องยนต์อาจไม่นิ่งเท่ากับเครื่องเบนซินแต่ก็ไม่ได้มากมายอะไรจนรู้สึกไม่ดี เป็นธรรมชาติและพื้นฐานของเครื่องยนต์ดีเซลที่มีอัตราส่วนกำลังอัดสูงย่อมเดินเบาได้ไม่เรียบนิ่งเท่ากับเครื่องยนต์เบนซินที่มีกำลังอัดต่ำกว่า เมื่อโยกคันเกียร์จาก P ไป D พร้อมๆ กับยกเท้าออกจากแป้นเบรก เจ้า V60 D4 เคลื่อนตัวอย่างว่านอนสอนง่ายไปตามสายธารจราจรแถบวิภาวดีฯ ไหลไปบนถนนพระรามสองเพื่อมุ่งหน้าไปยังอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดในจังหวัดประจวบฯ บรรยากาศสองข้างทางบนทางหลวงชนบทเลี่ยงเมืองเลียบชายทะเลจากบางตะบูนไล่ไปจนถึงปึกเตียนในเขตอำเภอชะอำเป็นถนนแบบสองเลนสวนกันที่ค่อนข้างคับแคบ แต่ด้วยความที่เป็นวันธรรมดาจึงไม่ค่อยมีรถยนต์ร่วมทางมากนัก

Volvo V60 ถูกสร้างขึ้นมาให้ควบคุมได้ง่าย เครื่องยนต์ดีเซลทวินเทอร์โบในโหมด ECO ปรับสมดุลในตัวของมันเอง โดยพยายามดันจังหวะอัตราทดให้ไหลขึ้นไปที่เกียร์สูงอย่างรวดเร็วเพื่อลดการใช้รอบเครื่องยนต์ ด้วยความที่มันเป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้ามาแต่กำเนิดทำให้การควบคุมทิศทางมีความสมดุลอยู่ในเกณฑ์ดี ถึงแม้จะไม่ดีเท่ารถขับหลังของคู่แข่งอย่าง BMW และ Mercedes Benz แต่ก็ถือว่าทำออกมาได้อย่างน่าพอใจ โค้งแคบๆ กับการถ่ายเทน้ำหนักที่มีความสมดุล ไหลลื่นและคล่องแคล่วว่องไวแม้จะคาอยู่ในโหมดประหยัด Auto Start/Stop ทำงานทุกครั้งที่จอดรอการเคลื่อนตัว การดับเครื่องยนต์เพื่อลดการปล่อย Co2 และติดตัวเองขึ้นมาอย่างรวดเร็วเมื่อคุณถอนเท้าออกจากแป้นเบรกสอดรับกับมาตรการประหยัดเชื้อเพลิงของเครื่อง D4 หากรำคาญการติดๆ ดับๆ ไปตลอดทางก็แค่กดสวิตช์ยกเลิกฟังก์ชั่นนี้ซะก็สิ้นเรื่อง

คาอยู่ในโหมดประหยัดได้ไม่นาน ถนนที่ค่อนข้างโล่งยั่วยวนให้ผมเปลี่ยนมาเป็นโหมดสูงสุด หรือ Performance Mode หน้าจอ TFT Thin Film Transistor เปลี่ยนจากโหมด ECO ง่วงๆ มาเป็นโหมดที่สามารถสร้างความคึกคักในการควบคุม ผมลองออกตัวแรงๆ ด้วยการจมคันเร่งจนหมด อาการทอร์คสเตียร์หรืออาการขืนที่พวงมาลัยของรถขับเคลื่อนล้อหน้าโผล่ออกมาให้สัมผัสเมื่อแรงบิด 400 นิวตันเมตรถูกปล่อยลงพื้น ทอร์คสเตียร์ที่เกิดขึ้นบางๆ ไม่ได้มากจนรู้สึกแย่พร้อมกับการพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว รอบเครื่องยนต์ตวัดขึ้นไปที่ 3,000 รอบต่อนาที เจ้า V60 D4 ก็ยังคงพุ่งลิ่วๆ ไม่มีอาการชะงักงันใดๆ ทั้งสิ้น

เอกลักษณ์แบบรถขับหน้าของ Volvo นั้น มีความหนักแน่นของช่วงล่างด้านหน้าพร้อมจุดยึดพวกแท่นเครื่องแท่นเกียร์ที่หนาแน่นสุดๆ ใครที่เคยขับรถ Saab จะทราบดีว่ารถสวีเดนนั้นมีการเร่งความเร็วที่มั่นคงมาก แกนอัลลอยที่ใช้ยึดตัวถังให้ติดกับเครื่องยนต์ที่วางตามขวางมีความแข็งแรงมากกว่ารถขับหน้าทั่วไป มันส่งถ่ายทั้งความเสถียรและความนิ่งแม้ความเร็วจะทะยานผ่าน 120 กิโลเมตรไกลมันก็ยังคงนิ่งสนิทหากผิวถนนเรียบพอ เป็นรถ Volvo ที่มีให้คุณทั้งความละเมียดละไม เนียนแต่รัดกุมในจังหวะสอดเข้าโค้งตัวเอสและถ่ายเทน้ำหนักสลับซ้ายทีขวาทีได้ดีกว่ารุ่น 4 ประตูเห็นๆ

ชุดอัดอากาศแบบทวินเทอร์โบใช้เทอร์โบต่างขนาดสองตัวรับหน้าที่แตกต่างกันออกไป เทอร์โบตัวแรกคอยอัดอากาศเข้าไปยังท่อร่วมไอดีในรอบต้นๆ ไปจนถึงรอบกลาง หลังจากนั้นเทอร์โบอีกตัวจะเข้ามารับหน้าที่บูสต่อจากรอบกลางถึงรอบสูงสุด เนื่องจากเป็นเครื่องยนต์ดีเซล รอบสูงสุดจึงต่ำกว่าเครื่องยนต์เบนซินทำให้สร้างแรงบิดในรอบต่ำได้อย่างต่อเนื่อง เป็นแรงบิดในระดับ 400 นิวตันเมตร ตั้งแต่ 1,750 รอบต่อนาทีไปจนสุดที่ 2,500 รอบต่อนาที ช่วยให้การฉุดลากน้ำหนักรถ 1,554 กิโลกรัม ด้วยความกระชับฉับไวและคล่องตัว บนความปราดเปรียวของกำลังในรูปแรงบิดรอบต่ำจากเครื่องดีเซลตัวใหม่ การพุ่งออกตัวจากสัญญาณไฟจราจร หรือการกระหน่ำคันเร่งเพื่อแซงรถช้าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงของ Volvo V60 D4 ทำได้ 7.8 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดที่ 225 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั้น พอฟัดพอเหวี่ยงกับคู่แข่งอย่าง BMW 320d Touring หรือ Mercedes Benz C300 Estate แถมยังวิ่งได้อย่างมั่นคงในย่านความเร็วสูงจากน้ำหนักตัวและประสิทธิภาพของช่วงล่างบวกชุดบังคับเลี้ยวแบบไฟฟ้า

เกียร์ออโต้แบบขับหน้า 8 สปีด ใช้งานได้ดีกว่าเกียร์ 6 สปีดรุ่นเก่าเห็นๆ ชุดส่งกำลังแบบใหม่รับหน้าที่เชื่อมต่อแรงบิดในแต่และคาบของรอบเครื่องยนต์ลงไปยังเฟืองขับหน้าที่หมุนพาล้อขับเคลื่อนคู่หน้าตามเกณฑ์ของอัตราทดที่ถูกปรับตั้งให้เข้ากับการทำงานของเครื่องยนต์ โดยเน้นไปที่การไล่รอบขึ้นสู่เกียร์สูงอย่างรวดเร็วเพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงถึงจะคาอยู่ในโหมดสูงสุดก็ตาม กลไกดังกล่าวทำให้ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงดีขึ้นมาก แถมยังมีการปล่อยมลพิษลดลงจากระบบ Auto Start/Stop ที่จะทำการดับเครื่องยนต์ทุกครั้งเมื่อจอดรอสัญญาณไฟ Auto Start/Stop เข้ามาเสริมความสามารถในการลดมลพิษ ขณะที่มันทำงานโดยหยุดการทำงานของเครื่องยนต์ลง ระบบแอร์จะใช้ไฟฟ้าในแบตเตอรี่เท่าที่จำเป็นเพื่อลดการใช้พลังงานของตัวรถ พลังงานสำรองจากแบตเตอรี่ความจุ 760 แอมป์ ช่วยหล่อเลี้ยงระบบต่างๆ ในขณะที่ Auto Start/Stop ทำงาน เป็นการลดการปล่อย CO2 ที่มีประจำการอยู่ในรถคู่แข่ง ซึ่ง Volvo นำมาปรับใช้กับโมเดล V60 D4 รวมถึงแพร่กระจายไปยังโมเดลใหม่ๆ เพื่อสร้างมาตรฐานของค่า Environmental Classification ในระดับ EURO-6 ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานสูงสุดของความเข้มงวดในการปล่อยมลพิษในทวีปยุโรปแม้จะเป็นเครื่องดีเซลก็ยังพยายามทำตัวให้สะอาดเข้าไว้ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ดี

จังหวะกระแทกคันเร่งหนักๆ เกียร์ 8 สปีดที่ตำแหน่งอัตราทดสูงมีผ่อนให้นิดๆ หากไม่กดแป้นเปลี่ยนเกียร์ การใช้แป้น Paddle Shift บนเส้นทางที่อุดมไปด้วยโค้งเป็นเรื่องที่ควรกระทำหากคุณชอบขับเร็วๆ แป้นเปลี่ยนเกียร์ตอบสนองได้ดีแม้จะไม่เร็วแต่ก็อยู่ในเกณฑ์ไวใช้ได้ คุณสามารถชิฟเกียร์ลงต่ำได้ถึง 3 ตำแหน่ง จากเกียร์ 8 ลงไปยังเกียร์ 5 เพื่อใช้เครื่องยนต์หน่วงความเร็วรถก่อนทะยานเข้าโค้งมุมแคบ ความแม่นยำของเกียร์แม้จะทำงานช้าไปนิดนึงแต่ไม่ได้ทำให้รสชาติของการควบคุมด้อยลง ช่วงล่างยึดเกาะได้ดีสไตล์รถยุโรป มันอาจเป็นรองรถขับหลังที่มีอัตราส่วนการกระจายน้ำหนักเหนือกว่า แต่ถ้าคุณเป็นงานและไม่ร้อนรนมากจนเกินไป รถขับหน้าอย่าง V60 D4 ก็สามารถนำพาคุณโลดโผนโจนทะยานได้อย่างที่ใจต้องการ ล้อขอบ 17 นิ้วกับยาง Michelin Primacy 3 สอดรับกับการทำงานของช่วงล่างได้เนียน ไซส์ 215/50R17 ทั้งหน้าและหลังเน้นไปที่ความนุ่มมากเป็นพิเศษจากแก้มยางที่ไม่เตี้ยมากจนเกินไปแต่การยึดเกาะก็ยังอยู่ในคาบที่น่าพอใจเนื่องจากความสดของยางในรถคันทดสอบ

Volvo V60 D4 Estate สมรรถนะที่ใกล้เคียงกับ BMW 320d Touring และ Mercedes Benz C300 Estate แต่มีราคาที่ถูกกว่าพอสมควรขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของคุณและเงินในกระเป๋า ช่วงปลายอายุโมเดลก่อนที่จะเปลี่ยนโฉมกับเครื่องยนต์และเกียร์ใหม่ทำให้สมรรถนะของมันดีขึ้น โดยเฉพาะตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและการวิ่งที่มาดมั่นนุ่มนวลสะดวกสบาย ขับแบบกระชับรัดกุมหรือขับแบบผ่อนคลายก็ได้ทั้งนั้น ตัวรถแสดงให้เห็นถึงความสามารถของทีมพัฒนา ความมุ่งมั่นทุ่มเทไม่ยอมลดราวาศอกทำให้การขับมีความสนุกสนานตื่นเต้นเร้าใจแฝงอยู่ในตัวตนของมัน เป็นรถที่บรรลุเป้าหมายครบทั้งในด้านความปลอดภัย ประหยัดและคล่องตัว เป็นรถ Volvo อีกรุ่นที่เมื่อได้ลองขับแล้วทำให้รู้สึกชอบ มันเป็นรถที่ขายให้กับกลุ่มลูกค้าที่อยากได้ความอเนกประสงค์บนความแรง เป็นรถที่ใช้งานในครอบครัวขนาดกลางทั้งขับไปทำงานในเมืองและขับออกทางไกลในช่วงวันหยุดพักผ่อนกับครอบครัว ระบบความปลอดภัยก้าวล้ำคอยระแวดระวังและแจ้งเตือนคนขับให้ใช้ความระวังจนบางครั้งอาจทำให้เกิดความรำคาญ แต่ก็เป็นเรื่องที่ดีสำหรับการใช้รถใช้ถนนในประเทศไทยซึ่งเต็มไปด้วยอุบัติเหตุและสถิติคนเจ็บคนตายบนท้องถนนติดอันดับต้นๆ ของโลก !!

ระยะทางเกือบ 1,000 กิโลเมตร ไป-กลับ กรุงเทพฯ-อุทยานแห่งชาติสามร้อยยอด กับเจ้า Volvo V60 D4 ตอบโจทย์ความสามารถของมันที่ค้างคาอยู่ในใจของผมจนหมดเปลือกหลังจากเคยสัมผัสกับความแรงของ S60 Polestar มันเป็นรถสเตชั่นแวกอนที่ดีคันหนึ่ง แม้ความหรูหราของภายในกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่คอยอำนวยความสะดวกสบายจะเป็นรองรถคู่แข่ง แต่การขับขี่ที่ดีงามของมัน ทำให้มันสามารถต่อสู้และเข้าไปครองใจกลุ่มลูกค้าเก่าแก่ของ Volvo ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก 

ราคา 2,549,000 บาท ต่ำกว่ารถคู่แข่งอยู่พอสมควร ความนิยมและระดับของคุณภาพในการประกอบอาจเป็นรองแต่ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันจนเทียบไม่ติด อัตราสิ้นเปลืองที่ดีขึ้นมากทำให้คุณวิ่งเข้า-ออกปั๊มน้ำมันน้อยลง เชื้อเพลิงดีเซล 1 ถัง ขับแบบไม่ประหยัดอะไรทั้งสิ้นชนิดโล่งเป็นกดสามารถไปได้ไกลประมาณเกือบ 1,000 กิโลเมตร เกียร์ 8 สปีดรุ่นใหม่ล่าสุดทำงานได้ไหลลื่นทุกโหมดขับเคลื่อน โดยเฉพาะโหมดแมนนวลที่ต้องผลักคันเกียร์ไปทางซ้ายเพื่อชิฟเกียร์เองบนเส้นทางขึ้น-ลงเขา หรือชิฟเกียร์ผ่านแป้น Paddle Shift ก็ได้ทั้งนั้น

การตอบสนองของเกียร์อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานรถยุโรปสมัยใหม่ ตำแหน่ง +/- ที่ค่อนข้างสั้นและกระชับทำให้มันเปลี่ยนเกียร์ได้เร็วใช้ได้บนทางที่คดเคี้ยว แถมยังมีระบบช่วยรักษาเสถียรภาพและระบบช่วยทรงตัวที่คอยประคับประคองยามเสียอาการอีกด้วย พื้นที่หลังเบาะแถวสุดท้ายที่มากกว่าซีดานสามารถยัดจักรยานเสือหมอบแบบไม่ต้องถอดล้อให้วุ่นวาย โดยภาพรวม จากความคิดเห็นส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับเงินค่าโฆษณา Volvo V60 D4 เป็นจักรกลเดินทางแบบ 5 ประตูที่มีความน่าใช้งานคันหนึ่ง ทั้งการขับรับ-ส่งลูกไป-กลับจากโรงเรียน ขับไปทำงานในเมือง หรือขับท่องเที่ยวเดินทางไกลกับครอบครัว พื้นที่เก็บสัมภาระส่วนท้ายที่มีให้อย่างพอเพียงด้วยการออกแบบให้เบาะหลังสามารถพับได้อย่างหลากหลายสไตล์รถแวน ส่วนข้อด้อยของรถคันนี้ หากอยากให้คุ้ยแคะกันจริงๆ ก็อยู่ตรงแค่ V60 นั้นอยู่ในช่วงปลายโมเดลใกล้เปลี่ยนโฉมในอีกไม่นานนับต่อจากนี้ นอกเหนือไปจากนั้น เจ้า Volvo V60 D4 ทำตัวได้อย่างโดดเด่นบนถนนทั้งในและนอกเมือง ตลอดระยะเวลาทดสอบรวม 7 วันที่ได้อยู่ร่วมกัน การขับที่ดีของมันทำให้ผมนึกชอบขึ้นมาเหมือนกันในบางห้วงเวลาที่ต้องการใช้รถยนต์แนวคนรักครอบครัวแบบนี้

ข้อมูลผลิตภัณฑ์จาก Volvo Car Thailand
Volvo Car Thailand แนะนำ V60 D4 สปอร์ตแวกอนรุ่นล่าสุด เอกลักษณ์ของความหรูและความอเนกประสงค์ สร้างสรรค์มาเพื่อผู้ที่ต้องการพื้นที่กว้างสำหรับผู้โดยสารและสัมภาระตามแบบฉบับสแกนดิเนเวียน เหมาะกับไลฟ์สไตล์แนวพ่อบ้านแม่บ้านยุโรป Volvo V60 D4 วางเครื่องยนต์ตัวใหม่ล่าสุด เป็นเครื่องยนต์ Drive-E ดีเซล-ทวินเทอร์โบชาร์จเจอร์แบบ 4 กระบอกสูบ ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา ให้แรงบิดเทียบเท่าเครื่องยนต์ 6 สูบ แต่ประหยัดเชื้อเพลิงมากกว่าเครื่องยนต์ขนาด 2,000 ซี.ซี. ในปัจจุบัน มาพร้อมเทคโนโลยีหัวฉีดแบบ i-ART ครั้งแรกของโลก และระบบส่งกำลังแบบใหม่ซึ่งเป็นเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ตอบสนองทันใจในทุกช่วงความเร็ว พร้อมเพิ่มอุปกรณ์รีโมตสตาร์ตเครื่องยนต์ระยะไกลที่ติดตั้งมากับรถเพื่อช่วยปรับอุณหภูมิในห้องโดยสารให้เย็นก่อนออกเดินทาง

แอเน็ต แอนเดอร์สัน กรรมการผู้จัดการ บริษัท Volvo Car Thailand เปิดเผยว่า Volvo V60 ที่จำหน่ายอยู่ในตลาดเมืองไทยที่ผ่านมาเป็นรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน ซึ่งปีนี้ Volvo พร้อมแล้วที่จะแตกไลน์รถรุ่นนี้ให้คนไทยได้เป็นเจ้าของกับ Volvo V60 D4 เครื่องยนต์ดีเซลใหม่ รถรุ่นนี้จะช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้นแต่ยังคงมอบสมรรถนะการขับขี่ที่ดี ขับสนุกและโฉบเฉี่ยว นับเป็นทางเลือกใหม่สำหรับลูกค้าที่กำลังมองหารถหรูระดับพรีเมียมที่พร้อมด้วยคุณสมบัติในการใช้งาน สอดรับกับแนวคิด "การออกแบบรถมาเพื่อคุณ" (Designed Around You) อย่างแท้จริง”

รูปลักษณ์พร้อมสีใหม่
รูปลักษณ์ใหม่ในร่างสปอร์ตแวกอน 5 ประตู ลายเส้นสายแนวขวางทำให้ดูเหมือนรถกดต่ำ พร้อมกับ 5 เฉดสีใหม่ เช่น

สี Ember Black
สี Savile Grey
สี Ice White
สี Bright Silver Metallic
สี Power Blue ใหม่

ภายใน
เบาะนั่งหุ้มหนังแท้ทุกตำแหน่ง เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า Volvo รักษาเอกลักษณ์ของดีไซน์สไตล์สแกนดิเนเวียน โดยใส่ใจในทุกความประณีตและการออกแบบ ลายไม้และหนังผสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวันที่เน้นความสะดวกสบาย แผงคอนโซลกลางลาย Piano Black ปุ่มควบคุมได้รับการปรับใหม่ กระจกมองหลังแบบไร้ขอบ Volvo V60 D4 ใช้หน้าปัดมาตรวัดที่ทันสมัย ด้วยจอแบบ TFT (Thin Film Transistor) แสดงผลเป็นกราฟิกที่ให้ความคมชัดสูง ง่ายต่อการมองเห็นในทุกสภาพแสง หน้าจอแบบ TFT นี้ไม่เพียงแต่จะให้ผู้ขับขี่สามารถสื่อสารและตั้งค่าการใช้งานของรถ แต่ยังสามารถให้ผู้ขับขี่เลือกการแสดงผลบนหน้าปัดได้ตามอารมณ์การขับขี่ได้ถึง 3 แบบ คือ Elegance Eco และ Performance

จุดเด่นของรถสปอร์ตแวกอนรุ่นนี้คือเบาะหลังสามารถแยกพับได้อย่างอิสระแบบ 40/20/40 พนักพิงของเบาะผู้โดยสารด้านหน้าสามารถพับลงได้ราบเรียบ ทำให้สามารถบรรทุกสัมภาระได้หลากหลายขนาด และการออกแบบเบาะโดยสารที่ให้ความพิเศษมากยิ่งไปกว่านั้นก็คือเบาะรองนั่งตัวริมทั้งซ้ายและขวาของเบาะโดยสารด้านหลังสามารถปรับยกขึ้นเป็นเบาะนั่งสำหรับเด็กได้สองระดับอีกด้วย เพื่อให้เด็กที่มีอายุ 3 ปีขึ้นไป นั่งในตำแหน่งความสูงที่เข็มขัดนิรภัยสามารถทำงานเพื่อป้องกันเด็กได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย เบาะนั่งสบายสไตล์สปอร์ต เบาะหนังสไตล์สปอร์ตที่ออกแบบมาให้รับกับสรีระทำให้นั่งสบายและยังคงรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลายแม้จะเดินทางเป็นระยะทางไกล พร้อมสอดรับสรีระอย่างมั่นคงเมื่อต้องการใช้ความเร็วแรงในทุกเส้นทาง

เครื่องยนต์ดีเซล D4 ทวินเทอร์โบพร้อม i-ART
เครื่องยนต์ดีเซล ทวินเทอร์โบ 4 สูบความจุ 2 ลิตร เป็นเครื่องยนต์ในตระกูล Drive-E Powertrains ขนาดกะทัดรัดและมีน้ำหนักเบาที่วอลโว่พัฒนาขึ้นเพื่อการใช้เชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดเชื้อเพลิง และปล่อยไอเสียต่ำลงเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น แม้จะเป็นเครื่องยนต์ขนาด 4 สูบ 2 ลิตร แต่การออกแบบด้านวิศวกรรมเครื่องยนต์ Drive-E Powertrains ใหม่ สามารถให้พละกำลังได้เหนือกว่าเครื่องยนต์ 6 สูบ และใช้เชื้อเพลิงน้อยกว่าเครื่องยนต์ 4 สูบในปัจจุบัน 10-30% (ขึ้นกับเครื่องยนต์ที่นำมาเปรียบเทียบ) เครื่องยนต์ Drive-E Powertrains D4 ดีเซลคอมมอนเรล-ทวินเทอร์โบ พิกัดความแรงสูงถึง 190 แรงม้า ที่ 4,250 รอบต่อนาที แรงบิดสูงมากถึง 400 นิวตัน-เมตร (Nm) ในช่วงรอบเครื่องยนต์ระหว่าง 1,750-2,500 รอบต่อนาที สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ใน 7.7 วินาที อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยในเมือง 17.5 กิโลเมตรต่อ 1 ลิตร อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยนอกเมือง 22.2 กิโลเมตรต่อ 1 ลิตร อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยในเมืองและนอกเมือง 20.4 กิโลเมตรต่อ 1 ลิตร

เทคโนโลยีหัวฉีดอัจฉริยะแบบ i-ARTi-ART (IntelligentAccuracy Refinement Technology)
เป็นเทคโนโลยีระบบหัวฉีดเชื้อเพลิงอัจฉริยะของเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรลใหม่ล่าสุดที่วอลโว่คิดค้นและพัฒนาขึ้นเป็นรายแรก กล่องควบคุม ECM (Engine Control Module) ทำหน้าที่ตรวจวัดแรงดันและอุณหภูมิของหัวฉีดด้วยเซ็นเซอร์ที่ติดตั้งไว้ในแต่ละหัวฉีดทำงานแบบแยกอิสระ ระบบจะประมวลผลเพื่อปรับและควบคุมการฉีดจ่ายเชื้อเพลิงในแต่ละหัวฉีดให้เหมาะสมเพื่อการเผาไหม้ที่สมบูรณ์แบบซึ่งต่างจากเครื่องยนต์ดีเซลปกติที่ใช้เซ็นเซอร์วัดแรงดันเพียงตัวเดียวสั่งการและควบคุมปั๊มเชื้อเพลิง การฉีดเชื้อเพลิงหลายๆ ครั้งต่อรอบการเผาไหม้ก่อให้เกิดความสมบูรณ์ในกระบวนการสันดาปช่วยในการประหยัดเชื้อเพลิง และลดเสียงดังที่เกิดจากอาการน็อกของเครื่องยนต์ลงได้มาก ระบบ i-ART นี้สามารถฉีดเชื้อเพลิงได้สูงสุดถึง 9 ครั้งต่อการหมุน 1 รอบของเครื่องยนต์ ขณะที่การขับใช้งานรถยนต์ปกตินั้นจะใช้เพียงแค่ 3-4 ครั้งต่อการหมุน 1 รอบการทำงานผสมผสานกันระหว่างหัวฉีดแรงดันสูงที่ 2,500 บาร์ (มากกว่าแรงดันในเครื่องยนต์ดีเซลแบบเดิมที่ 1,800 บาร์) และเทคโนโลยี i-ART ส่งผลให้เครื่องยนต์ดีเซลใหม่ของวอลโว่ ปล่อยไอเสียน้อยลง มีพละกำลังเพิ่มมากขึ้น และลดการใช้เชื้อเพลิงได้ดีขึ้นถึง 2%V60D4 มาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ใหม่พร้อม Geartronic และ Paddle Shift เพื่อมอบการขับขี่ที่สนุกเร้าใจนุ่มนวลและประหยัดเชื้อเพลิง เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด มีอัตราทดเกียร์ที่กว้างขึ้น เกียร์ 1 เร่งออกตัวได้ทันใจขณะที่จังหวะเกียร์สูงสุดช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้มาก โดยเฉพาะเมื่อใช้ความเร็วคงที่ต่อเนื่อง ช่วงเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวลจนแทบไม่รู้สึกและเกียร์แต่ละเกียร์ยังสามารถทำความเร็วได้สูงขึ้นด้วย


ระบบความปลอดภัยใน Volvo V60 D4

1-รีโมตคอนโทรลพร้อมฟังก์ชั่นสตาร์ตเครื่องยนต์ (Remote Engine Starting)
ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรถ

2-ระบบป้องกันการชนขณะขับขี่ความเร็วต่ำ (CitySafety)
เพื่อป้องกันการชนขณะขับขี่ที่ความเร็วต่ำ

3-ระบบควบคุมความเร็วรถแบบแปรผันพร้อมฟังก์ชั่นหยุด/ออกตัวรถอัตโนมัติและระบบแจ้งเตือนระยะห่างจากรถคันหน้า – Adaptive Cruise control with Queue Assist and Distance Alert (ACC)

4-ระบบตรวจจับคนเดินถนนและผู้ขับขี่รถจักรยานพร้อมฟังก์ชั่นหยุดรถแบบเต็มแรงเบรก (Pedestrian and Cyclist Detection technology

5-ระบบแจ้งเตือนและสั่นที่พวงมาลัยเพื่อเตือนเมื่อรถวิ่งออกนอกช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Aid)

6-ระบบไฟส่องสว่างเพิ่มมุมมองด้านข้างเมื่อใช้สัญญาณไฟเลี้ยวขณะขับขี่ความเร็วต่ำ (Cornering Light)

7-ระบบเปิด/ปิดไฟสูงอัตโนมัติ (Active High Beam)

8-ระบบเซ็นเซอร์เรดาร์แจ้งเตือนเมื่อมียานพาหนะอยู่ในมุมอับของสายตา (Enhanced Blind Spot InformationSystem – BLIS – radar sensor)

9-ระบบแจ้งเตือนเมื่อมีรถวิ่งเข้ามาทางด้านข้างขณะถอยหลังออกจากที่จอด Cross Traffic Alert ช่วยเป็นตาหลังให้คุณ

10-ระบบแจ้งเตือนป้ายจราจร (Road Sign Information)

12-ระบบเปิด/ปิดไฟหน้าแบบอัตโนมัติเมื่อขับขี่ เข้า/ออก จากที่มืด (Tunnel Detection)

13-ระบบเตือนผู้ขับขี่ (Driver Alert Control: DAC)

Sensus Connect
Volvo V60 D4 มาพร้อม Sensus Connect ระบบสื่อสารในรถยนต์ที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ Navigation การเชื่อมต่อมือถือผ่านบลูทูธ พร้อมเพิ่มการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อเล่นแอปพลิเคชั่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Find Fuel, Glympse, Local Search, Send to Car, Stitcher, TuneIn, Weather และ WikiLocations มีการแสดงผลหน้าจอหรือ HMI (Human Machine Interface) ที่ใช้งานได้สะดวกผ่านจอภาพสี ขนาดใหญ่ 7 นิ้ว ที่ปรับปรุงให้ดูง่ายและทันสมัยขึ้น นอกจากนี้ ผู้ขับขี่สามารถใช้งาน Sensus Connect ด้วยการใช้ปุ่มกดบนพวงมาลัยจึงทำให้เห็นข้อมูลบนจอภาพและถนนได้ในขณะเดียวกันโดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย นอกจากนี้ปุ่มกดบนพวงมาลัยยังได้รับการพัฒนาขึ้นให้สามารถใช้สั่งการระบบนำทางได้ง่ายกว่าเดิมอีกด้วย

Volvo Drive-E Powertrains
นวัตกรรมเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังที่มอบความเร้าใจในการขับขี่และการใช้เชื้อเพลิงอย่างคุ้มค่าด้วยเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบและเครื่องยนต์ดีเซลทวินเทอร์โบเทคโนโลยี i-ART พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด และ Sport Mode ที่พัฒนาขึ้นโดย Volvo

-เครื่องยนต์ 4 สูบ ขนาดกะทัดรัดน้ำหนักเบา ให้ความแรงเทียบเท่าเครื่องยนต์ 6 และ 8 สูบ แต่ประหยัดเชื้อเพลิงมากกว่าเครื่องยนต์ขนาด 2,000 ซี.ซี. ในปัจจุบัน

-เครื่องยนต์ดีเซล-ทวินเทอร์โบชาร์จพร้อมเทคโนโลยี i-ART ระบบหัวฉีดเชื้อเพลิงอัจฉริยะที่ได้รับการติดตั้งคอมพิวเตอร์เซ็นเซอร์ไว้ที่หัวฉีดของแต่ละลูกสูบฉีดจ่ายน้ำมันสูงสุด 9 ครั้งต่อการหมุนของเครื่องยนต์ 1 รอบ และให้แรงดันมากสุด 2,500 บาร์

- เกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 8 สปีด พร้อม Sport Mode และ Geartronic เป็นเลิศในการขับขี่และตอบสนองทุกช่วงความเร็ว

- โหมดการขับขี่ ECO+ (อีโค่-พลัส) เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้เชื้อเพลิง


Drive-E Powertrain เป็นสถาปัตยกรรมเครื่องยนต์และระบบขับเคลื่อนชิ้นใหม่แห่งโลกยนตรกรรม เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำสู่อนาคตยกระดับประสบการณ์การขับขี่ที่ต่อไปนี้คำว่าสมรรถนะไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนลูกสูบและขนาดความจุของเครื่องยนต์อีกต่อไปผนวกกับความอัจฉริยะและสมรรถนะของเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด

กว่าจะมาเป็น Drive-E
โครงการนี้เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ.2008 (พ.ศ.2551) Volvo Car Corporation สวีเดน ใช้เงินลงทุนวิจัยพัฒนาเกือบ หนึ่งหมื่นล้านบาท (ประมาณ 9,480 ล้านบาท หรือเท่ากับ 2,000 ล้านโครเนอร์สวีเดน) ในการก่อตั้งโรงงานผลิตแห่งใหม่ในเมือง Skovde เพื่อผลิตและวิจัยผลิตเครื่องยนต์ตระกูลใหม่โดยเฉพาะ ตามแผนที่จะนำไปติดตั้งกับรถยนต์วอลโว่ให้ครบทุกรุ่นในปี ค.ศ.2015 (พ.ศ.2558)

Scalable Product Architecture (SPA)
เครื่องยนต์ตระกูล Drive-E เกิดจากแนวคิดการพัฒนาสถาปัตยกรรมรถยนต์แบบ Scalable Product Architecture (SPA) ของวอลโว่ โดยมีการจัดกลุ่มประเภทรถที่สามารถใช้โครงสร้างและชิ้นส่วนบางประการร่วมกันได้ เช่น แชสซี ที่นั่ง ระบบไฟ และเครื่องยนต์ ดังที่เห็นในรถตระกูล 60 คือ S60V60 และ XC60 นอกจากนี้ SPA ยังให้ความสดใหม่ด้านเทคโนโลยีกับวอลโว่ โดยที่กว่า 90% ของชิ้นส่วนที่ใช้ในรถยนต์วอลโว่จะเป็นชิ้นส่วนใหม่และไม่เหมือนใคร พร้อมที่จะยกระดับมาตรฐานด้านคุณภาพและเทคโนโลยีขึ้นไปเรื่อยๆ นอกจากประสิทธิภาพในการผลิตแล้ว SPA ยังช่วยทำให้เครื่องยนต์ใหม่วอลโว่มีข้อได้เปรียบอื่นๆ อาทิ ความพร้อมที่จะรองรับเครื่องยนต์ระบบไฟฟ้าความปราดเปรียวคล่องตัวในการขับขี่ และดีไซน์ของรถที่ทันสมัยยิ่งขึ้น

Volvo Engine Architecture platform (VEA)
ภายใต้แนวคิด SPA วอลโว่ได้พัฒนาเครื่องยนต์ตระกูลใหม่ล่าสุดที่เรียกว่า Volvo Engine Architecture หรือ VEA วิศวกรเครื่องยนต์มุ่งวิจัยพัฒนาเครื่องยนต์เบนซินและดีเซลใหม่ล่าสุดโดยใช้บล็อกเครื่องยนต์แบบ 4 สูบ ความจุ 2,000 ซี.ซี. ที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด และน้ำหนักเบากว่าเดิมถึง 30-50 กิโลกรัม (เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ที่ให้ช่วงพลังใกล้เคียงกัน) แต่ได้สมรรถนะเทียบเท่าเครื่องยนต์ที่มีจำนวนลูกสูบมากกว่า ไม่ว่าจะเป็น 6 สูบ หรือ 8 สูบ ในขณะที่ใช้เชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่า 10-30% (ขึ้นอยู่กับเครื่องยนต์ที่นำมาเปรียบเทียบ) Volvo พัฒนาเครื่องยนต์ 4 สูบเป็นวิถีทางที่เหมาะสมในการสร้างความผสมผสานที่พึงประสงค์ของพละกำลังสมรรถนะในการขับขี่ และการประหยัดน้ำมัน ดีเร็ก แคร็บบ์ (Derek Crabb) รองประธานบริหารฝ่ายวิศวกรรมเครื่องยนต์ วอลโว่ คาร์ กรุ๊ปสวีเดน กล่าวว่า “อันที่จริงแล้ว พละกำลังไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดของเครื่องยนต์แต่ขึ้นอยู่กับปริมาณอากาศที่ไหลผ่านเครื่องยนต์ ดังนั้น ถ้าทำให้อากาศมีปริมาณและความหนาแน่นสูงไหลผ่านเครื่องยนต์ขนาดเล็กเราก็สามารถได้เครื่องยนต์ขนาดเล็กที่มีประสิทธิภาพการทำงานดีกว่าและได้พลังแรงมากเท่ากับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่สมัยที่ผมคลุกคลีอยู่กับรถแข่งสูตรหนึ่งหรือ F-1 นั้น พวกเขาพัฒนาเครื่องยนต์ขนาดเพียง 1,500 ซี.ซี. ที่สามารถให้พลังมากถึง 900 แรงม้าเลยทีเดียว เครื่องยนต์ VolvoDrive-E ใหม่นี้ผ่านการทดสอบพิสูจน์สมรรถนะมาอย่างโชกโชนในสังเวียนความเร็วโลกกับรถแข่งประเภททัวริ่งหรือ World Touring Car Championship (WTCC) นับแต่ปี ค.ศ.2011 เป็นต้นมา ล่าสุด คือสามารถพิชิตสถิติความเร็วสูงสุดในสนามแข่งขันได้อย่างน่าทึ่ง”

เครื่องยนต์ใหม่ทุกรุ่นไม่ว่าจะเป็นเบนซินหรือดีเซล ต่างก็เน้นคุณสมบัติที่เป็นเลิศด้านประหยัดเชื้อเพลิงและปล่อยไอเสียที่ต่ำมาก ตามมาตรฐานข้อกำหนดไอเสียยานยนต์ทั่วโลกในปี ค.ศ. 2013-2017 เทียบเท่าEuro 6 หรือ LEV-III (Low Emission Vehicle-III) หรือ PZEV (Partial Zero Emission Vehicle) ลักษณะเด่นของเครื่องยนต์ในตระกูล Drive-E มีดังนี้

1-การลดแรงเสียดทานของชิ้นส่วนกลไกภายในเครื่องยนต์ (Reduced Inner Friction)
เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้เชื้อเพลิง และได้พละกำลังเพิ่มขึ้น เช่น ลดแรงเสียดทานระหว่างชิ้นส่วนกลไกในเครื่องยนต์โดยทำให้ผิวสัมผัสของกระบอกสูบและเพลาข้อเหวี่ยงลื่นขึ้น การนำปั๊มน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ที่มีการทำงานแบบแปรผันมาใช้ผนวกกับการใช้น้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์แบบสังเคราะห์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีโมเลกุลละเอียดกว่า ทนความร้อนได้สูง โดยไม่สูญเสียคุณสมบัติด้านหล่อลื่นมาใช้

2-การควบคุมความร้อนของเครื่องยนต์ (Smart Heat Management)
เทคนิคการใช้ปั๊มน้ำระบายความร้อนทำให้สารหล่อเย็นในหม้อน้ำไหลเวียนได้เร็วขึ้นและทำให้อุณหภูมิของเครื่องยนต์อุ่นได้เร็วขึ้น เมื่อเครื่องยนต์อุ่นได้เร็วขึ้นก็ทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงยิ่งขึ้น ทั้งนี้ปั๊มน้ำระบายความร้อนเครื่องยนต์ ในเครื่องยนต์ดีเซลถูกขับโดยสายพานไทม์มิ่ง ส่วนเครื่องยนต์เบนซินถูกขับด้วยปั๊มน้ำไฟฟ้า

3-หัวฉีดเชื้อเพลิงพร้อมอุปกรณ์ควบคุมแรงดัน (Fuel Injection with Pressure Control)
การฉีดเชื้อเพลิงได้รับการควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพโดยการใช้หัวฉีดแบบ i-ART (Intelligent Accuracy Refinement Technology) ที่ล้ำสมัย

4-ระบบควบคุมการเผาไหม้ (Advanced Combustion Control)
ห้องสันดาปที่สมบูรณ์แบบท่อไอดีพร้อมอุปกรณ์ควบคุมการไหลวน และหัวฉีดเชื้อเพลิงแรงดันสูงถึง 2,500 บาร์ (หรือเท่ากับ 36,259 ปอนด์ต่อตารางนิ้วฟุต) ทำงานประสานกันเพื่อให้ประสิทธิภาพในการเผาไหม้สูงสุดและปล่อยไอเสียต่ำสุด

5-ปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงขับเคลื่อนด้วยสายพาน (Belt-Driven Fuel Pump)
ในเครื่องยนต์ดีเซลปั๊มเชื้อเพลิงแรงดันสูงต้องการแรงขับเคลื่อนความเร็วสูงเพื่อให้ได้แรงดันเชื้อเพลิงที่ระดับ 2,500 บาร์ ดังนั้น วอลโว่จึงใช้แรงขับเคลื่อนจากสายพานเส้นเดียวกับที่ขับเคลื่อนเพลาลูกเบี้ยวในการขับเคลื่อนปั๊มเชื้อเพลิง

6-แคตาไลติคกรองไอเสียแบบพิเศษ (Exhaust After-Treatment with Lean NOx Trap)
ถูกต้องตามข้อกำหนดมาตรฐานไอเสีย EURO 6 ด้วยระบบควบคุมหัวฉีดเชื้อเพลิงที่แม่นยำผนวกกับการเปลี่ยนวัสดุที่ใช้ในแคตตาไลติคคอนเวอร์เตอร์ (Catalytic Converter) เพื่อใช้กรองก๊าซไอเสียได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ


เสื้อสูบ-ฝาสูบของเครื่องยนต์ D4 ยังผลิตจากอะลูมิเนียมแต่เน้นกรรมวิธีในการผลิตที่ต่างกันตามหน้าที่ของแต่ละชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ เช่น ฝาสูบอะลูมิเนียมนั้นได้รับการหล่อขึ้นรูปด้วยกรรมวิธีทุ่นเย็น (chill casting) ในขณะที่เสื้อสูบและอ่างน้ำมันเครื่องยนต์หล่อขึ้นรูปด้วยกรรมวิธีอัดแรง (pressedcasting) เป็นต้น เพลาข้อเหวี่ยงในเครื่องยนต์เบนซินหรือดีเซลรุ่นใหม่นี้มีขนาดเท่ากัน วอลโว่เลือกใช้เพลาข้อเหวี่ยงชนิดเดียวกันในเครื่องยนต์แต่ละรุ่น จะแตกต่างกันเล็กน้อยก็คือขนาดของลูกสูบและก้านลูกสูบเท่านั้น เครื่องยนต์ดีเซลในตระกูล Drive-E ใช้เทคโนโลยี4 วาล์วต่อสูบและเพลาลูกเบี้ยวแบบคู่ สายพานไทม์มิ่ง (Timing-Belt Drive) ทำหน้าที่ขับเพลาลูกเบี้ยวทั้งไอดีและไอเสีย นอกจากนั้น สายพานไทม์มิ่งยังขับปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงแรงดันสูงและปั๊มน้ำระบายความร้อนเครื่องยนต์ รวมทั้งติดตั้งรอกสายพานตัวเดียวปรับความตึงอัตโนมัติ

ระบบอัดอากาศแบบทวินเทอร์โบชาร์จเจอร์ใน Volvo V60 D4
เครื่องยนต์ D4 ตัวใหม่ ได้รับการติดตั้งเทอร์โบชาร์จเจอร์แบบทำงาน 2 ขั้นตอน หรือ 2 stage turbocharging ประกอบด้วยเทอร์โบชาร์จตัวเล็กและตัวใหญ่เมื่อเครื่องยนต์ทำงานในรอบความเร็วต่ำเทอร์โบชาร์จตัวเล็กจะทำงาน และเมื่อเครื่องยนต์เดินรอบสูงขึ้นเทอร์โบชาร์จตัวใหญ่ก็จะทำงาน ทำให้เครื่องยนต์สามารถสร้างแรงบิดได้รวดเร็วขึ้นนุ่มนวลขึ้น และเกิดอาการรอรอบจากการหน่วงเวลาของเทอร์โบ (Turbo-lag) น้อยลง ดังนั้นเครื่องยนต์ตัวใหม่จึงให้แรงบิดได้ยาวนานและต่อเนื่องกว่าเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นเดิม


การควบคุมไอเสีย
แคตาลิติคคอนเวอร์เตอร์ มีฟิลเตอร์กรองเขม่าแบบใหม่ติดตั้งในตัว (close-couple catalytic converter) ทำหน้าที่เหมือนแคตาลิติคคอนเวอร์เตอร์แบบเดิมที่กรองก๊าซไฮโดรคาร์บอนและคาร์บอนมอนนอกไซด์แต่ที่พิเศษกว่าเดิม คือ แคตาลิติคใหม่ทำหน้าที่กำจัดก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ที่เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์โดยใช้ LNT (Lean NOx Trap) ซึ่งประกอบด้วยโลหะหลายชนิดที่มีคุณสมบัติดักจับก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ไว้ในแผ่นกรองการพัฒนาและติดตั้งแคตาลิติคคอนเวอร์เตอร์/LNTทำให้เครื่องยนต์ D4 ใหม่ ได้รับการรับรองมาตรฐานการตรวจวัดปริมาณไอเสีย Euro 6


เครื่องยนต์ดีเซลทวินเทอร์โบ: D4 181 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตัน-เมตร
D4 ดีเซลคอมมอนเรลทวินเทอร์โบได้รับการติดตั้งใน Volvo XC60 D4 ให้พลังแรงสูงถึง 181 แรงม้า ที่ 4,250 รอบต่อนาที และแรงบิดที่สูงเร้าใจที่ 400 นิวตัน-เมตร(Nm) ในช่วงรอบเครื่องยนต์ที่ 1,740-2,500 รอบต่อนาที เครื่องยนต์ดีเซลนี้ได้รับการพัฒนาให้ใช้เชื้อเพลิงอย่างคุ้มค่าและเร่งได้กำลังแรกด้วยเทคโนโลยี i-ART ระบบหัวฉีดเชื้อเพลิงอัจฉริยะที่มีเซนเซอร์ควบคุมการทำงานอย่างอิสระในแต่ละหัวฉีดที่มีแรงดันสูงถึง 2,500 บาร์(Bar) ฉีดจ่ายในอัตราสูงถึง 9 ครั้งต่อการหมุนของเครื่องยนต์ 1 รอบ D4 ดีเซลคอมมอนเรลทวินเทอร์โบได้รับการติดตั้งใน Volvo V40 Cross Country D4, VolvoV60 D4 และ Volvo S60 D4 ให้พลังแรงสูงถึง 190 แรงม้า ที่ 4,250 รอบต่อนาทีและแรงบิดที่สูงเร้าใจที่ 400 นิวตัน-เมตร(Nm)ในช่วงรอบเครื่องยนต์ที่ 1,740-2,500 รอบต่อนาที เครื่องยนต์ดีเซลนี้ได้รับการพัฒนาให้ใช้เชื้อเพลิงอย่างคุ้มค่าและเร่งได้กำลังแรกด้วยเทคโนโลยี i-ART ระบบหัวฉีดเชื้อเพลิงอัจฉริยะที่มีเซนเซอร์ควบคุมการทำงานอย่างอิสระในแต่ละหัวฉีดที่มีแรงดันสูงถึง 2,500 บาร์ (Bar) ฉีดจ่ายในอัตราสูงถึง 9 ครั้งต่อการหมุนของเครื่องยนต์ 1 รอบ

เกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 8 สปีด พร้อม Sport Mode
วอลโว่เพิ่มประสบการณ์ที่น่าประทับใจในการขับขี่โดยเลือกใช้เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด รุ่นใหม่ที่มีระบบเกียร์ทรอนิก และ Sport Mode เพื่อให้ผู้ขับขี่เลือกปรับเปลี่ยนเกียร์ได้ตามต้องการการใช้เกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 8 สปีด ช่วยให้เครื่องยนต์สามารถทำงานได้ประสิทธิภาพสูงสุด แม้ในสถานการณ์ที่ต้องบรรทุกน้ำหนักลากจูง หรือขับรถขึ้นเนินชัน ทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงและลดมลพิษลงได้อย่างมีประสิทธิภาพเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด มีอัตราทดเกียร์ที่กว้างขึ้น เกียร์ 1 อัตราทดอยู่ที่ 5.250 ต่อ 1 ให้การออกตัวได้เร็วทันใจ อัตราทดเกียร์ over-drive อยู่ที่เกียร์ 7 และเกียร์ 8 เป็นเกียร์ที่สูงสุดซึ่งมีอัตราทดอยู่ที่ 0.673 ต่อ 1 ช่วยประหยัดเชื้อเพลิงได้มากโดยเฉพาะเมื่อใช้ความเร็วคงที่ต่อเนื่อง ทั้งยังเพิ่มขีดขั้นในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนจังหวะเกียร์นุ่มนวลจนแทบไม่รู้สึกและเกียร์แต่ละจังหวะยังสามารถทำความเร็วได้สูงขึ้น

อัตราทดเกียร์
เกียร์ 1 5.250:1
เกียร์ 2 3.029:1
เกียร์ 3 1.950:1
เกียร์ 4 1.457:1
เกียร์ 5 1.221:1
เกียร์ 6 1.000:1
เกียร์ 7 0.809:1
เกียร์ 8 0.673:1
เกียร์ถอยหลัง 4.015:1
อัตราทดเกียร์รวมของเฟืองท้าย 2.67-3.08

โหมดการขับขี่ ECO+ (อีโค่-พลัส)
ECO+ โหมดการขับขี่ที่ช่วยในการประหยัดเชื้อเพลิงโดยปรับการทำงานให้เกียร์อัตโนมัติมีการเปลี่ยนจังหวะเกียร์เร็วขึ้น ช่วยให้ประหยัดเชื้อเพลิงได้มากขึ้นอีก+5% (ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่ของแต่บุคคล) เป็นทางเลือกสำหรับการขับขี่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (หมายเหตุ. ตัวเลขอัตราการใช้เชื้อเพลิงที่ระบุไม่ได้ตรวจวัดโดยการใช้โหมด “Eco+”) ขณะที่ใช้โหมดการขับขี่ ECO+ ระบบต่างๆ จะทำงาน · คอมเพรสเซอร์ของระบบปรับอากาศอัตโนมัติที่ควบคุมอุณหภูมิภายในห้องโดยสารจะหยุดทำงานเพื่อไม่ให้เกิดการฉุดกำลังเครื่องยนต์ ·ในช่วงความเร็ว 65-140 กม./ชม. ระบบ ECO Coast จะทำงานด้วยเงื่อนไขดังต่อไปนี้

-ไม่มีแรงหน่วงความเร็วจากเครื่องยนต์ (Engine Brake) เมื่อผู้ขับถอนคันเร่งรถจะยังคงวิ่งเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยแรงเฉื่อยจากพลังงานจลน์ (KineticEnergy)

-หากไม่ถอนคันเร่งการตอบสนองของคันเร่งจะช้าลงทำให้ต้องเหยียบคันเร่งลึกลงกว่าเดิมเล็กน้อย

-จังหวะเปลี่ยนเกียร์เร็วขึ้น

-เปลี่ยนการทำงานของระบบ Start/Stop จากปกติที่เครื่องยนต์จะดับเองเมื่อรถหยุด แต่เมื่อผู้ขับขี่กดปุ่ม Eco+ ให้ทำงานเครื่องยนต์จะดับลงเองเมื่อความเร็วรถต่ำกว่า 7 กม./ชม. รถจะวิ่งต่อไปดวยแรงเฉื่อย และเครื่องยนต์จะติดขึ้นเองอีกครั้งเมื่อผู้ขับขี่ถอนเท้าออกจากแป้นเบรกโหมดการขับขี่ ECO+ จะทำงานเมื่อเกียร์อัตโนมัติอยู่ในตำแหน่ง D (Drive)

-ระดับความเร็วรถอยู่ระหว่างช่วง 65-140 กม./ชม

-ความลาดชันของถนนไม่เกิน 6%

-ไม่ได้ใช้งานระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control)

-อุณหภูมิของเครื่องยนต์และเกียร์อัตโนมัติอยู่ในระดับปกติ

Volvo V40 D4 Specifications
Engines Engine ..................................Name D4204T14
Engine Description ............................Four-cylinder turbo charged diesel
Drivetrain ...........................................Front wheel drive
Number of Cylinders .........................4
Engine Displacement ..........................1969 cc
Engine Bore ........................................82 mm
Engine Stroke .....................................93.2 mm
Max Engine Power (kW) ...................140 kW
Horsepower ........................................190 hp
Rev at max engine power ...................4250 rpm
Torque ................................................400 Nm
Rev at max engine torque ...................1750 - 2500 rpm
Fuel type ............................................Diesel
Number of Gears (automatic transmission) 8
Front suspension ..................................Independent, Spring McPherson, with stabilizer
Rear suspension................................... Independent, spring
Front brakes......................................... Ventilated discs
Rear brakes.......................................... Disc
ABS ......................................................yes
Steering type ........................................Steering rack EPAS
Minimum turning circle (turning diameter) 11.8 m
Fuel consumption (economy) - combined 4.6 l/100 km.
CO2 emissions ....................................120 g/km
Max. roof load .....................................75 kg.
wheel and tire ......................................7x17 215/50R17 Michelin Primacy 3

Performance
Engine Consumption (mixed)
Eight-speed Geartronic™ automatic transmission4.3 l/100km
Fuel Consumption (highway) 3.8 l/100km

Emissions CO2
Eight-speed Geartronic™ automatic transmission 112 g/km
Environmental Classification Euro 6

Acceleration
Eight-speed Geartronic™ automatic transmission 0-100 km/h 7.7 s MaxSpeed 225 km/h
Maximum Towing Capacity 1,800 kg
Weights 1,691 kg

Exterior Dimensions
Height .....................................1,484 mm
Length .....................................4,635 mm
Width .......................................1,899 mm
Width inc. Mirrors ...................2,097 mm
Wheel Base ..............................2,776 mm
Track Front ..............................1,588 mm
Track Rear ................................1,585 mm
Turning Circle ..........................11.3 m

Interior dimensions
Head Room Front .......................999 mm
Head Room Rear ........................954 mm
Shoulder Room Front ................1,447 mm
Shoulder Room Rear .................1,402 mm
Leg Room Front ........................1,064 mm
Leg Room Rear ..........................850 mm
Hip Room Front .........................1,395 mm
Hip Room Rear ...........................1,349 mm

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

เชื้อเพลิงถังเดียวไปไกลเกือบ 1,000 กิโลเมตร รีวิวรถแวนจอมประหยัด Volvo V60 D4 เครื่องดีเซลทวินเทอร์โบ 2 ลิตรกับเกียร์ใหม่ 8 สปีด ราคา 2,549,000 บาท 19 ก.ค. 2559 13:48 21 ก.ค. 2559 09:56 ไทยรัฐ