วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รวม 10 รถจอมปล่อยมลพิษ

ยานพาหนะหรือรถยนต์ที่วิ่งด้วยพลังงานจากการเผาไหม้ของน้ำมันเชื้อเพลิงเบนซิน (Benzine= C6H6) หรือน้ำมันดีเซลในเครื่องยนต์สันดาปภายใน เช่น รถยนต์ เครื่องบิน มอเตอร์ไซค์ เรือ ฯลฯ จะปล่อยสารพิษ ไอ ควัน ก๊าซต่าง ๆ มากมายหลายชนิดออกมาทางท่อไอเสียสู่อากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์ซึ่งนับเป็นยานพาหนะของมนุษย์ที่กลายเป็นตัวการในอันดับต้น ๆ ที่ก่อให้เกิดมลภาวะและควบคุมแก้ไขได้ยากโดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่ทั่วโลก ซึ่งมีรถยนต์จดทะเบียนใหม่เพิ่มขึ้นในปริมาณมหาศาลทุกปี ควันพิษของรถที่ใช้น้ำมันเบนซิน ของเสียที่ปล่อยออกมาทั้ง ไอเสีย ก๊าซต่าง ๆ ตลอดจนเขม่า แยกออกมาได้ดังนี้ คือ คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ไฮโดรคาร์บอน (Hydrocarbon) ไนตริคออกไซด์ (NO2) ไนโตรเจนออกไซด์ (NO4) อัลดิไฮด์ (Aldehyde) ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Sulfurdioxide) ผงคาร์บอน (Carbon) สารประกอบของตะกั่ว (Teraelthy Lead) สารจำพวกฟีนอลส์ (Phenol) น้ำมันรถยนต์ (Fuel) สารอินทรีย์จำพวกไนโตร (Nitro organic) ยางเหนียวซึ่งประกอบด้วยโปลี่ซายคลิก อโรเมติก ไฮโดรคาร์บอน (Polycyclicaromatic hydrocarbons)

ส่วนควันดำของรถที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงดีเซลนั้น ประกอบด้วยไอเสียและเขม่า เช่นเดียวกับรถที่ใช้น้ำมันเบนซิน โดยมีส่วนประกอบแตกต่างกันเล็กน้อย ประกอบด้วย ไอน้ำ (Vapour) คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) ไนโตรเจนไดออกไซด์ (N2O) ไฮโดรคาร์บอน (Hydrocar) ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Sulfurdioxide) อัลดิไฮด์ (Aldehyde) ออกซิเจน (Oxygen) ไฮโดรเจน (Hydrogen) ไนโตรเจน (Nitrogrn) ส่วนเขม่าของไอเสียจากรถดีเซลที่ถูกปล่อยออกมาจากท่อระบายท้าย ประกอบด้วย ผงคาร์บอน ยางเหนียวโปลี่ซายคลิก อโรเมติก ไฮโดรคาร์บอน (polycyclic aromatic hydrocarbons) เบนโซไพริน (Benzopyrene) แอนทราเซน (Anthracene) ไพเรนซ์ (Pyrence) เบนแซนทราเซน (1,2 Benzanthracene) เบนโซเปอรีลิน (1,12Benzoperylene) ฟลูออแรนทีน (Fluoranthene) เบนโซฟลูออแรนทีน (11,12Benzofluoranthene)*ไดแบนแซนทราซีน (Dibenzanthracene) เปอรีลิน (Perylene) แอนทราเทริน (Anthrathrene)+1,2 เบนโซไพริน (1,2 Benzopyrenephene)*3,4 เบนโซทีทรา (3,4 Benzotetraphene) ฟลูออเรน (Fluorene)

จากการรวบรวมข้อมูลของศาสตราจารย์ นายแพทย์ ดร. วิจิตร บุณยะโหตระ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ (คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล) พบว่า รถยนต์ที่ปล่อยมลพิษมากที่สุดมีดังนี้

1. รถยนต์เครื่องดีเซล ช่วงที่ปล่อยคาร์บอนมอนอกไซด์มากที่สุดคือรถประจำทาง รถบรรทุก ที่บรรทุกน้ำหนักมากเกินไป

2. รถยนต์เครื่องเบนซินช่วงที่ปล่อยคาร์บอนมอนอกไซด์มากที่สุดคือรถที่อยู่ระหว่างเบาเครื่องจอดติดเครื่องขณะรถติด

3. รถยนต์ใช้น้ำมันผสมช่วงที่ปล่อยคาร์บอนมอนอกไซด์มากที่สุดคือ สามล้อเครื่อง ขณะบรรทุกหนักและจอดรอสัญญาณไฟ

ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ทำให้สุขภาพของผู้คนโดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครย่ำแย่ลงเมื่อสูดควันพิษเข้าไปทุกวัน ๆ ย่อมทำให้เกิดพิษภัย คือรู้สึกปวดศีรษะ ไม่สบาย อ่อนเพลีย มีอารมณ์ฉุนเฉียว โกรธง่าย แม้ว่าก๊าซนี้จะไม่ทำให้คนสูดดมเสียชีวิตในทันที แต่หากสะสมไปเรื่อย ๆ ทุกวันก็จะยิ่งเพิ่มอันตรายต่อสุขภาพมากขึ้น ลองมาดูรถยนต์ 10 คันที่มีค่าการปล่อย Co2 สูงติดอันดับจากการรวบรวมของหนังสือ Car Thai Edition กันดีกว่า

1-Bugatti Veyron
อัตราการปล่อย Co2 596 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมเครื่องจักรเจ้าแห่งการทำความเร็วคันนี้ถึงได้ทำตัวเป็นจอมโสโครกบนท้องถนน Bugatti Veyron วางเครื่องยนต์ W16 พร้อมตัวอัดอากาศแบบเทอร์โบอีก 4 ตัว เครื่องยนต์เบนซินแบบ 16 กระบอกสูบ 7,993 ซีซี พร้อมวาล์วอีก 64 ตัว สร้างแรงม้าได้มากถึง 1,200 แรงม้า พร้อมอัตราเร่งที่เร็วกว่ารถแข่ง F1 สมรรถนะดังกล่าวต้องแลกมาด้วยการทำตัวเป็นรถสปอร์ตที่สกปรกที่สุดด้วยการปล่อย Co2 มากถึง 596 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร

2-Mercedes Benz G65 AMG
อัตราการปล่อย Co2 397 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร
ยักษ์ออฟโรดจอมพลังอย่าง Mercedes Benz G65 AMG เป็นที่นิยมของมาเฟียรัสเซียและกลุ่มคนรวยที่ไม่แคร์ค่าการปล่อยของเสียแต่อย่างใดทั้งสิ้น เจ้า Mercedes Benz G65 AMG วางเครื่องยนต์เบนซินไซส์ยักษ์แบบ V12 ปริมาตรความจุ 6.0 ลิตร พร้อมเทอร์โบแฝด เค้นกำลังออกมาได้มากถึง 610 แรงม้า กับแรงบิดระดับ 1,000 นิวตันเมตร สมรรถนะของเครื่องยนต์ไซส์โตสามารถแบกน้ำหนัก 2.3 ตัน เร่งทะยานจากจุดหยุดนิ่งไปที่ความเร็ว 100 กิโลเมตรได้ในเวลาแค่ 5.3 วินาที แต่ค่าการปล่อย Co2 กลับสูงยันเพดานด้วยตัวเลข Co2 397 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร

3-Opel-Vauxhall VXR8
อัตราการปล่อย Co2 373 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร
แนวคิดเน้นแรงอย่างเดียวโดยไม่สนใจค่ามลพิษ ทำให้ Opel-Vauxhall VXR8 กลายเป็นซาลูน 4 ประตูที่แรงและสกปรกติดอันดับโลก เครื่องยนต์แบบ V8 6.2 ลิตร อัดอากาศด้วยซุปเปอร์ชาร์จ บูสกำลังได้มากถึง 558 แรงม้า แรงบิด 740 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0-100 ใน 4.3 วินาที ส่วนอัตราการปล่อย Co2 อยู่ที่ 373 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร โสโครกมากกว่า Lamborghini เห็นๆ

4-Lamborghini Aventador LP700-4
อัตราการปล่อย Co2 370 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร
กระทิงเปลี่ยวตัวพ่อ Aventador LP700-4 กลายเป็นซุปเปอร์คาร์ที่นักฟุตบอลชั้นนำของโลกชอบถอยออกมาขับเล่นโชว์รายได้มหาศาล ความเจ๋งของวัวเถื่อนรุ่นนี้คือรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวราวกับยานต่างดาว พลังและการเป็นคู่แข่งกับ Ferrari เจ้า Lamborghini Aventador LP700-4 วางเครื่องยนต์ V12 แบบหายใจเองไม่มีระบบอัดอากาศคอยช่วยเหลือ เป็นเครื่องยนต์ V12 สุดคลาสสิกที่กำลังอยู่ในช่วงสุดท้ายของอายุขัย เนื่องจากเครื่องตัวนี้ชอบทำตัวเป็นพวกซกมกโสมมปล่อยมลพิษเยอะเกินเหตุ เครื่องยนต์ V12 ความจุ 6498 ซีซี กำลัง 690 แรงม้า เร่งได้เร็วจี๋สไตล์ซุปเปอร์คาร์คนรวย โดยอัดจาก 0-100 กิโลเมตรได้ในเวลา 3 วินาที แต่มลพิษที่วัวบ้าตัวนี้ปล่อยออกมาก็มากเต็มกลืน โดยมีอัตราการปล่อย Co2 อยู่ที่ 370 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร ยืนอยู่ที่ท่อท้ายนานๆ ขณะติดเครื่องยนต์มีหวังหน้ามืดเอาง่ายๆ เลยทีเดียว

5-Maserati Granturismo MC Stradale
อัตราการปล่อย Co2 370 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร
เทพแห่งตรีศูลเจ้าของสัญลักษณ์สามง่ามคันนี้เป็นรถสปอร์ตสุดงามจากอิตาเลียน Maserati Granturismo MC Stradale ถูกสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อการทำความเร็ว เครื่องยนต์ V8 4,691 ซีซี มีเรี่ยวแรง 444 แรงม้า ดูเหมือนจะไม่แรงเท่าไร อัตราเร่งจาก 0-100 ใน 4.5 วินาที ส่วนอัตราการปล่อย Co2 นั้นบานเบอะไปไกลที่ 370 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร เทียบเท่ากับอัตราการปล่อย Co2 ของรถ Toyota Prius 5 คันเท่านั้นเอง

6-Ferrari F12 TDF
อัตราการปล่อย Co2 360 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร
ม้าลำพองหรือ Ferrari นั้นได้ชื่อว่าเป็นผู้นำแห่งเทคโนโลยีการผลิตเครื่องยนต์ของซุปเปอร์คาร์ เจ้า tour de france หรือ Ferrari F12 TDF คันนี้ วางเครื่องยนต์แบบ V12 คล้ายกับ Aventador LP700-4 ซึ่งเป็นเครื่อง V ไซส์ยักษ์จอมปล่อยมลพิษที่ใกล้สูญพันธุ์เต็มทน เครื่องยนต์ V12 ของ Ferrari F12 TDF ขนาด 6.3 ลิตร หรือ 6,262 ซีซี มีกำลังมากมายมหาศาลที่ 574 กิโลวัตต์ หรือ 780 แรงม้า แรงบิดพุ่งขึ้นไปที่ 705 นิวตันเมตร เร่งจาก 0-100 ใน 2.9 วินาที ปล่อย Co2 360 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร

7-Rolls Royce Phantom
อัตราการปล่อย Co2 347 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร
อภิมหายานยนต์ของคนรวยจากอังกฤษคันนี้เป็นที่นิยมของเหล่าบรรดาคนมีอันจะเหลือกินมาช้านานแล้ว แม้จะตกมาอยู่ในการควบคุมดูแลของ BMW Group แต่แนวทางอนุรักษนิยมสุดหรูของ Rolls Royce Phantom ยังคงสวนทางกับการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างสิ้นเชิง ยักษ์อังกฤษมาดสุดหรูดูเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้วคันนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์จอมยกซดขนาด V12 ปริมาตรความจุ 6.8 ลิตร !! กำลัง 453 แรงม้า กับแรงบิด 719 นิวตันเมตร เจ้าปิศาจ Phantom มีตัวเลขอัตราการปล่อย Co2 อยู่ที่ 347 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร ไม่มากมายอะไรแค่ทำให้ธารน้ำแข็งขั้วโลกละลายเร็วกว่าเดิมนิดเดียวเท่านั้น

8-Bentley Continental GT Speed Cabriolet
อัตราการปล่อย Co2 347 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร
ยักษ์อังกฤษอีกคันที่ตกอยู่ภายใต้ร่มธงของ Volkswagen Group บริษัทที่ต้องจ่ายค่าโกงตัวเลขการปล่อยมลพิษที่สร้างความฮือฮาไปเมื่อช่วงต้นปี Bentley Continental GT Speed Cabriolet เป็นรถสปอร์ตเปิดประทุนแบบ 4 ที่นั่งสุดหรูเวอร์ชั่นพิเศษ GT Speed ทำให้มันแพงและแรงกว่า Continental GT Cabriolet อยู่พอสมควร เครื่องยนต์ V12 ปริมาตรความจุ 5998 ซีซี กำลัง 472 กิโลวัตต์ หรือ 633 แรงม้า แรงบิดว่ากันที่ตัวเลข 840 นิวตันเมตร อัดจาก 0-100 ใน 4.3 วินาที ปล่อย Co2 เท่ากันกับ Rolls Royce Phantom ที่ตัวเลข 347 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร เนื่องจากตัวหนักโคตรๆ ถึง 2,495 กิโลกรัมนั่นเอง

9-Pagani Huayra
อัตราการปล่อย Co2 343 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร
Pagani Huayra ไฮเปอร์คาร์ที่ต้องสั่งจองคือจักรกลที่มีทั้งความแรงและความแพงแบบพร้อมกันครบๆ เครื่องยนต์วางกลางลำเป็นของ Mercedes Benz AMG V12 รหัส M158 ขนาด 5,980 ซีซี อัดอากาศด้วยหอยพิษแบบทวินเทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 700 แรงม้า พร้อมแรงบิดในระดับนรกแตกที่ 1,000 นิวตันเมตร ส่งกำลังสู่ล้อหลังด้วยเกียร์กึ่งอัตโนมัติ 7 สปีดแบบคลัตช์คู่ อัตราเร่งจาก 0-100 ใน 2.9 วินาที พร้อมๆ กับการปล่อย Co2 343 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร น้อยกว่าเจ้ายักษ์อังกฤษทั้งสองคันแค่ 4 กรัมต่อ 1 กิโลเมตร เลือกกันเอาเองนะครับ

10-Aston Martin Vantage V12 Roadster
อัตราการปล่อย Co2 343 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร
ผู้ดีจอมซิ่งแบบเปิดหลังคา Aston Martin Vantage V12 Roadster เป็นรถสปอร์ตจอมโหดโคตรแรงจากอังกฤษ เคล็ดลับความแรงอยู่ที่ขุมกำลังขนาดใหญ่แบบ V12 (อีกแล้ว) เครื่องยนต์บล็อกตัววีแบบ V12 ความจุ 6.0 ลิตร เรี่ยวแรง 563 แรงม้า พร้อมกับแรงบิด 620 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0-100 ที่ 4.2 วินาที ปล่อย Co2 343 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร เท่ากับ Madza 2 แค่ 3 คันครึ่งเท่านั้นเอง อย่าไปคิดมาก!!

ขอบคุณข้อมูลจากนิตยสารรถยนต์ชั้นนำของไทย Car Thai Edition may-june 2016 
www.carmagazine.in.th

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

ท่ามกลางความพยายามเกี่ยวกับการลดมลภาวะหรือการปล่อยของเสียจากรถยนต์ก็ยังมีรถที่ปล่อย Co2 เยอะราวกับโรงงานไฟฟ้าพลังถ่านหิน ส่อง 10 รถยนต์ที่ปล่อย Co2 สูงสุดแบบไม่แคร์สังคม 18 ก.ค. 2559 14:28 ไทยรัฐ