วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สงครามหุ่นพยนต์

สงครามยุคใหม่ รบกันซึ่งหน้าแบบอาร์เอสรบในซีเรียหรืออิรัก การก่อการร้าย ระเบิดฆ่าตัวตาย ขับรถบรรทุกลุยทับคนไป ยิงไปในฝรั่งเศส ไปจนถึงสงครามตัวแทนในตุรกีพี่เบิ้มประเทศไหนก็ไม่รู้ หนุนให้ทหารปฏิวัติ

แต่ละสงครามกว่าจะจบได้ฆ่ากันตายเป็นร้อยเป็นพัน สำนวนไทยโบราณว่าเลือดนองท่วมท้องช้าง

ย้อนไปเมื่อราวๆสี่ร้อยปี มีการทำสงครามกันด้วยคุณไสย ที่เรียกว่าสงครามหุ่นพยนต์ ระหว่างอยุธยากับโจฬะ

ฝรั่งฮอลันดา ฝรั่งเรียกเยเรเมียส ฟาน ฟลีต คนไทยเรียกวันวลิต บันทึกเอาไว้ สู้กันดุเดือดเลือดพล่านแค่ไหน เชื่อได้ มากน้อยลองอ่าน กันดู

(ซ่อนเร้นไม่ใช่ซ่อนลับ เกร็ดไสยศาสตร์ในประวัติศาสตร์ไทย สุริษา มุ่งมาตร์มิตร ยิปซีสำนักพิมพ์ 2555)

พระเจ้ารามรัฐ กษัตริย์เมืองชายฝั่งมณฑลโจฬะ ตอนใต้ของอินเดีย ไม่พอพระทัย ที่กษัตริย์ไทย ใช้พระนามและตำแหน่งเหมือนพระองค์ (เงื่อนไขสงคราม ก็แปลก ไม่เหมือนใคร)

จึงทรงเสกหอกอาคม ซัดจากอินเดียมาตกลงหน้าบัลลังก์สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 กษัตริย์ไทยก็มีวิชาเสกหอกอาคม พุ่งไปหน้าบัลลังก์เจ้ารามรัฐ เป็นการตอบโต้

ความแค้นเป็นทวีคูณ พระเจ้ารามรัฐ ส่ง 4 นักฆ่า เดินทางมาฆ่าถึงอยุธยา แต่ทุกครั้ง ที่เข้าถึงเตียงพระบรรทม นักฆ่าจากโจฬะก็เจอปาฏิหาริย์ เงื้อมือถืออาวุธค้าง ทำอะไรกษัตริย์อยุธยาไม่ได้

พระเจ้ารามรัฐ ใช้แผนใหม่แสร้งเป็นมีไมตรี ส่งช่างตัดผมฝีมือเยี่ยม 4 คน มารับใช้ โดยสั่งว่า เมื่อถึงเวลาโกนพระมัสสุ ก็ให้ใช้มีดโกนเชือดพระศอ แต่แผนนี้ล้มเหลว ว่ากันว่า แพ้บุญญาบารมีสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2

กษัตริย์โจฬะไม่สิ้นพยายาม ส่งหีบกลมาถวาย บอกว่าเป็นของขวัญพิเศษ ที่ผู้รับจะต้องเปิดด้วยตัวเอง

กษัตริย์อยุธยา ทรงหลงเชื่อวันวลิต เขียนภาษาฝรั่ง มีคนแปลเป็นพงศาวดารไทย...เล่าเหตุการณ์ตอนนี้ว่า

“เมื่อเปิดหีบก็มีรูปปั้นผู้ชาย สร้างโดยเวทมนตร์พ่อมดพุ่งออกมา ในมือถือปืนจะปลงพระชนม์พระเจ้าแผ่นดิน แต่เอ็นที่เชื่อมตัวหุ่นนี้ เกิด (แพ้บารมี) แตกเป็นเสี่ยงๆ ทำให้รูปมายา (หุ่นพยนต์สังหาร) สิ้นฤทธิ์พังลง”

กษัตริย์โจฬะทำอะไรกษัตริย์ไทยไม่ได้ ในที่สุด ก็สิ้นทิฏฐิมานะ เปลี่ยนจากความแค้นมาเป็นมีไมตรี

ตั้งพระทัย จะให้ของขวัญ แปลกใหม่ ที่อยุธยาไม่เคยมี

ของขวัญอย่างแรก ที่กษัตริย์โจฬะ ส่งมาถวาย คือพราหมณ์ ซึ่งมีความรู้ด้านปัดเป่า เคราะห์ร้าย หรือแก้คำสาป

ของขวัญอย่างที่สองคือ กระดานโล้ชิงช้า ซึ่งดูเหมือนคนไทยจะติดใจ ยังมีให้เห็นถึงวันนี้

วันวลิต มาอยู่อยุธยารัชกาลพระเจ้าปราสาททอง หลังรัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ราว 100 ปี...เล่าว่า ยังเห็นงานฉลองพิเศษประจำปี พิธีโล้ชิงช้า (ตรียัมปวาย) ทำกันติดต่อหลายวัน

ความจริงจากเรื่องในพงศาวดารวันวลิต หากจะมี...น่าจะอยู่ที่เรื่องพระเจ้ารามรัฐ ส่งพราหมณ์มาสู่ราชสำนักสยาม

เดิมทีมีนักวิชาการบอกว่า กระบวนการกระจายอิทธิพลอินเดียในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ เริ่มจากพ่อค้า ที่มาเผยแพร่วัฒนธรรมโดยการแต่งงาน และการสังคมอื่นๆ กับชนพื้นเมือง

ต่อมาแนวคิดนี้ถูกคัดค้าน พ่อค้าจากอินเดียเป็นคนชนชั้น (วรรณะ) ต่ำ ไม่น่าจะนำวัฒนธรรมชั้นสูงมาเผยแพร่ได้ ผู้ที่เผยแพร่น่าจะเป็นพราหมณ์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากราชสำนัก

ผมอยากเชื่อเรื่องสงครามหุ่นพยนต์ ระหว่างโจฬะกับอยุธยาครับ... เสียดาย ที่น้ำเสียงฝรั่งอย่างวันวลิต ที่เขียนตามปากคนไทยไม่ศรัทธานัก หากฝรั่งมีศรัทธา ศึกษาคิดค้นเรื่องเสกหอกอาคม เสกหุ่นพยนต์สังหาร... ให้ก้าวหน้าเป็นจริงเป็นจัง

ก็คงไม่ต้องเปลืองเงินทอง คิดอาวุธทำลายล้างในการทำสงคราม... ให้คนตายทีละเป็นร้อยเป็นพัน

เสกหุ่นให้มีพลังขลังจริงๆ ส่งไปเล่นงานผู้นำ...ให้ตายเสียคนเดียว... เปลี่ยนผู้นำได้ เรื่องก็จบง่ายๆ

หลายบ้านเมืองในโลกนี้ ต้นตอปัญหาสารพัน เขาว่ากันว่า มาจากผู้นำที่เผลอตัวคิดว่าเก่งอยู่คนเดียว.

กิเลน ประลองเชิง

18 ก.ค. 2559 11:08 ไทยรัฐ