วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชักพระเมืองอุบลฯ แห่เทียนแดนตาปี

หลังวันพระใหญ่ “อาสาฬหบูชา” ...คืนวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ย่างเข้าวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ที่เหล่าพุทธศาสนิกชนคนไทยต่างทราบดีว่า วันนี้คือวันบุญ “เข้าพรรษา”

ทุกปีที่ย่างเข้าสู่ฤดูกาลเข้าพรรษา ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝน พระพุทธองค์ได้ทรงบัญญัติไว้ในพระธรรมวินัย ให้พระภิกษุสงฆ์ทุกรูปงดเว้นการเดินทางสัญจรออกจากฐานที่ตั้งคืออารามสงฆ์นาน 3 เดือน

เพื่อเลี่ยงต่ออุปสรรคยามนั้น และถือเป็นวัตรปฏิบัติธรรมจำวัดอย่างเคร่งครัดทุกยามเย็น อันเป็นกิจของผู้ทรงศีลครองธรรมโดยแท้จริง

“วันเข้าพรรษา” เป็นวันที่พุทธศาสนิกชนคนไทยต่างรอคอย เพื่อทำบุญกุศลให้ได้มาซึ่งผลบุญที่แม้จะเพียงปีละหนึ่งครั้งเท่านั้นก็ตามที เห็นได้จากอย่างน้อยๆก็มีคนจำนวนไม่น้อยงดดื่มสิ่งมัวเมาไปได้ช่วงระยะเวลายาวนานตามฤดูกาลถึง 3 เดือน

อย่างไรก็ตาม...สังคมคนชนบทในแต่ละถิ่น ต่างก็ตระหนักกันมาแต่โบราณกาลแล้วว่า พอถึงฤดูเข้าพรรษาเมื่อพระภิกษุทุกรูปจำเป็นจะต้องอยู่จำพรรษา และศึกษาธรรมะอยู่กับอารามโดยไม่เคลื่อนย้ายไปไหน บรรดาสาธุชนที่มีจิตเป็นกุศลที่สืบทอดในบวรพุทธศาสนา ก็จะใช้แรงศรัทธาที่เคยมีกันมาร่วมใจกัน

จัดทำ “แท่งเทียนพรรษา”...เพื่อนำไปถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ได้ใช้เป็นดวงตาแสวงหาธรรมะอันบริสุทธิ์ สำหรับนำมาถ่ายทอดต่อให้ผู้ใฝ่หาธรรมะ...เป็นหนทางแห่งการครองชีวิต

วิถีไทยเยี่ยงนี้มีขึ้นกับทั่วทุกภูมิภาค ทุกๆท้องถิ่นที่สืบทอดกันมานาน แต่ถ้าถามว่าที่ไหนชัดเจนมากสุดคงตอบได้ว่า “อุบลราชธานี” ไม่ใช่เมืองทางฝั่งตะวันตกชานกรุงที่แอบไปแย่งฉากงานนี้เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา

“เมืองดอกบัว” จัดงานวัฒนธรรมประเพณีสะท้อนฝีมือสกุลช่างประจำท้องถิ่น ทั้งแบบแกะสลักเทียนขี้ผึ้งให้ดูเป็นลวดลายที่งดงามทรงคุณค่า กับแบบติดพิมพ์ที่หล่อเทียนขี้ผึ้งผ่านเบ้าหลอมก่อนนำมาประดับแท่งเทียนให้ดูงามงดก่อนนำไปถวายจำนำพรรษาตามอารามต่างๆมานาน

ถ้านับเป็นอายุขัยในการสืบสาน...ปีนี้ครบ 115 ปีพอดี

สมฤดี จิตรจง ผอ.ภูมิภาคอีสาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บอกว่า แต่เดิมงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี เป็นเพียงงานวัฒนธรรมระดับท้องถิ่นที่เริ่มรู้จักกัน

ในระดับประเทศ กระทั่งต่อมาเมื่อปี 2520 ททท.ยุคบุกเบิกนำงานวัฒนธรรมประเพณีจากแต่ละท้องถิ่นมาเป็นสินค้าทางการท่องเที่ยว ได้มองเห็นว่า...“งานแห่เทียนเข้าพรรษา อุบลราชธานี” นั้นมีศักยภาพมากพอ

สำหรับส่งเสริมการท่องเที่ยวขึ้นไปสู่ตลาดระดับนานาชาติ จึงได้มีการบรรจุไว้ในปฏิทินท่องเที่ยวประจำปี เพื่อกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ให้ขายรายการนำเที่ยวไปร่วมงานบุญเทศกาลเข้าพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี

น่าสนใจว่า กระทั่งถึงปีปัจจุบัน...สามารถสร้างรายได้มากถึง 300 ล้านบาททีเดียว

สอดคล้องกับผลวิจัยพฤติกรรมคนไทยในช่วงเทศกาลวันเข้าพรรษาและอาสาฬหบูชาเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาที่ระบุว่า คนส่วนใหญ่ยังมีแผนออกไปทำบุญ แต่ปรับพฤติกรรมให้สอดรับกับสภาพเศรษฐกิจมากขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น ทำบุญวัดใกล้บ้าน ใช้เงินทำบุญพอสมควร ไหว้พระขอพร ถวายหลอดไฟ เทียนพรรษา ผ้าอาบน้ำฝนตามกำลังทรัพย์

สำหรับพฤติกรรมจับจ่ายช่วงเทศกาลวันหยุดยาว ก็นิยมท่องเที่ยวในประเทศระยะใกล้ๆ หรือไปเที่ยวกันแบบเช้าไปเย็นกลับ

สำหรับเทศกาลแห่เทียนเข้าพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี ปีนี้...เชื่อกันว่ารายได้น่าจะเพิ่มสูงขึ้นไปถึง 400 ล้านบาท เมื่อรัฐบาลชุดนี้อุดวันหยุดให้วันจันทร์ที่ 18 กรกฎาคม เป็นวันหยุดยาวต่อเนื่องกัน 5 วัน...ตั้งแต่วันที่ 16-20 กรกฎาคม เพื่อให้คนไทยได้เที่ยวและเที่ยวแบบหยุดคิดถึงหนี้สินครัวเรือนที่จะตามก้นมาในภายหลัง?

สมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เสริมว่า เนื่องจากปีนี้ครบ 115 ปีแห่งการสืบสานงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี นอกจากจะมีคุ้มบ้านและวัดของชุมชนคนทำเทียนประสงค์จะนำเทียนเข้าร่วมพิธีแห่จำนวน 60 ต้นเทียนแล้ว

ยังได้มีการบันทึกลงนามในข้อตกลงร่วมกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยนายวงศศิริ พรหมชนะ ผวจ.สุราษฎร์ธานี ว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ต่อหน้านางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

เนื้อหาสาระสำคัญมีว่า... “จังหวัดทั้งสองจะแลกเปลี่ยนงานวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นของกันและกัน โดยในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาเดือนกรกฎาคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี จะนำประเพณี

แห่เรือชักพระแห่งลุ่มน้ำตาปีไปอวดคนอุบลราชธานีให้ได้เห็น

...แล้วพอถึงช่วงฤดูออกพรรษาเดือนตุลาคมซึ่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี จะมีงานเทศกาลแห่เรือชักพระทอดผ้าป่า และแข่งเรือยาว จังหวัดอุบลราชธานี ก็จะนำรูปแบบของเทียนพรรษาเข้าไปร่วมในงานแห่ชักพระให้คนลุ่มน้ำตาปีได้เห็น...

เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมซึ่งกันและกันระหว่างคนสองภูมิภาค”

วงศศิริ บอกว่า ข้อตกลงที่ว่านั้นยังได้ระบุต่อไปถึงการสนับสนุนและส่งเสริมการเรียนรู้พร้อมแลกเปลี่ยนการบริหารด้านท่องเที่ยววิถีชุมชนที่ถูกต้อง กับประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน กับภาคท้องถิ่นกลุ่มจังหวัด รวมถึงกลุ่มสินค้าของคนทั้งสองจังหวัด อย่างที่เรียกกันให้ทันยุคสมัยว่า “ประชารัฐ” อีกด้วย

“ปีนี้...สุราษฎร์ธานีไม่เพียงแต่จะนำรูปแบบงานประเพณีการแห่รถชักพระของชาวสุราษฎร์ฯที่มีมานานและเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีไปให้คนอุบลราชธานีได้ชมกันเท่านั้น แต่เราได้ร่วมกับภาคธุรกิจเอกชนด้านการท่องเที่ยว จะร่วมกันขายบริการนำเที่ยวให้คนท้องถิ่นเดินทางไปท่องเที่ยวอุบลราชธานี สู่ดินแดนโขง มูล ชี”

และ...เมื่อถึงฤดูออกพรรษาคนอุบลราชธานีก็จะได้ไปเที่ยวลุ่มน้ำตาปี กับเกาะสมุยและหมู่เกาะอ่างทองบ้าง หรือในช่วงนอกฤดูกาลงานประเพณีก็ยังสามารถเดินทางเชื่อมสู่กันได้ เนื่องจากปัจจุบันมีเที่ยวบินราคาต้นทุนต่ำบินติดต่อกันมากถึงวันละ 16 เที่ยวบิน

เรียกสั้นๆได้ว่า...“เข้าพรรษาชักพระเมืองอุบลฯ ออกพรรษาแห่เทียนแดนตาปี”

นับเป็นมิติใหม่ทางตลาดการท่องเที่ยว ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นช่องทางสำหรับขายให้คนจากแต่ละภูมิภาคได้ใช้เป็นทางเลือกในการเดินทางท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี ด้วยปัจจุบันต้องยอมรับว่า...น่านฟ้าสายการบินต้นทุนต่ำได้เริ่มเปิดกว้างขึ้นกว่าเส้นทางรถทัวร์ รถไฟ...
ที่มีแต่จะบริการแบบถอยหลังลงคลองเข้าไปทุกที

ผนวกกับดัชนีชี้วัดอีกอย่างหนึ่งตรงที่ว่า “การส่งเสริมการท่องเที่ยว” นั้น ควรที่จะต้องบูรณาการความคิดร่วมกันในทุกภาคส่วนอย่างกรณีข้างต้นที่ทำได้โดยไม่จำเป็นต้องเอาภาษีเงินได้ประจำปีมาจุดแคมเปญ...แจกบ้าน แจกรถ แจกตั๋วเครื่องบิน เป็นเครื่องล่อใจ เพื่อกระตุ้นตลาด

“นักท่องเที่ยว”...ไม่ว่าชาติไหน หากมีปัจจัยที่ดีรองรับ...แหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ ความสะดวกในการเดินทาง มีหลักประกันต่อความมั่นคงปลอดภัยในชีวิต...ทรัพย์สิน มีคุณภาพเชิงบริการที่ดี ไม่ว่าใคร...ก็พร้อมจะเที่ยวอยู่แล้ว.

หลังวันพระใหญ่ “อาสาฬหบูชา” ...คืนวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ย่างเข้าวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ที่เหล่าพุทธศาสนิกชนคนไทยต่างทราบดีว่า วันนี้คือวันบุญ “เข้าพรรษา” ทุกปีที่ย่างเข้าสู่ฤดูกาลเข้าพรรษา ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝน 18 ก.ค. 2559 11:03 18 ก.ค. 2559 11:03 ไทยรัฐ