วันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยิ่งคุมเข้มยิ่งเกิดแรงต้าน

ยิ่งใกล้จะถึงวันลงประชามติ (7 ส.ค.59) ดูเหมือนรัฐบาล คสช.จะเริ่มมาตรการคุมเข้มมากขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดก็สั่งการไปทุกจังหวัดให้รับมือกับเกมป่วนและการส่งจดหมายที่มีเนื้อหาแปลงร่างรัฐธรรมนูญส่งถึงประชาชน โดยเฉพาะในจังหวัดภาคเหนือหลายจังหวัด

เพราะที่ภาคเหนือนั้น เป็นที่รู้กันดีว่าเป็นฐานคะแนนสำคัญของพรรคการเมืองใด แต่ที่แปลกก็คือ ภาคอีสานที่ไม่มีเหตุการณ์เช่นนั้น

หากจะเจาะลึกลงไปน่าจะเป็นเพราะภาคอีสานแม้จะเป็นฐานเสียงที่มีประชากรเป็นจำนวนมากที่สุดของประเทศแทนที่จะมีความเคลื่อนไหวอย่างเต็มที่แต่ไม่ได้เป็นไปเช่นนั้น

น่าจะมองได้เป็น 2 รูปแบบ

1. เป็นฐานเสียงที่มีความแน่นอนหากพรรคเพื่อไทยไปทางไหนก็ไปทางนั้น

2. เจ้าหน้าที่รัฐไม่ว่าทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง คุมเข้มจนไม่กล้าที่จะแสดงออกทางการเมืองเพราะถูกจับตาทุกฝีก้าว

เป็นการวิเคราะห์กันในภาพกว้างๆ

ภาคเหนือนั้นแม้จะไม่มีความเคลื่อนไหวให้ปรากฏในลักษณะของตัวบุคคลหรือเป็นกลุ่มก้อน แต่ก็ใช้วิธีการใต้ดิน คือ ใช้ “เอกสาร” เพื่อให้เข้าถึงประชาชนโดยไม่ระบุว่ามาจากใคร กลุ่มไหน แม้พอจะอ่านเกมรู้ว่าอะไรเป็นอะไร

แต่ก็ต้องเกาะติดตรวจสอบเพื่อไล่ไปให้ถึงต้นตอซึ่งก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่จะจับแบบคาหนังคาเขาได้

ย้อนกลับไปถึงคำถามที่ว่าทำไมภาคเหนือจึงต้องเปิดเกม ใต้ดินอย่างต่อเนื่องเพื่อโน้มน้าวใจให้ประชาชนร่วมกันคว่ำรัฐธรรมนูญ

เหตุผลก็น่าจะมาจากพรรคการเมืองที่ต่อต้านรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังไม่แน่ใจว่าฐานเสียงที่เคยให้การสนับสนุนมาก่อนนั้นจะลงมติคว่ำรัฐธรรมนูญหรือไม่

จึงต้องเคลื่อนไหวเพื่อเป็นแรงกระตุ้นให้ไปในทิศทางเดียวกัน

เจ้าหน้าที่รัฐที่รับผิดชอบจับตาความเคลื่อนไหวต่างๆยังไม่สามารถที่จะคุมเข้มได้อย่างมีประสิทธิภาพพอที่จะกุมสภาพได้

ทำให้มีช่องโหว่ช่องว่างที่จะเคลื่อนไหวในลักษณะนั้นได้ จึงอาศัยช่องทางเหล่านี้ด้วยการเคลื่อนไหว “ใต้ดิน” ได้กว่าภาคอีสาน

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงต้องมีคำสั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ซึ่งรับผิดชอบเรื่องนี้จัดการหามือมืดที่ทำจดหมายแจกจ่ายไปยังประชาชนในพื้นที่ต่างๆซึ่งเป็นคำสั่งที่คาดโทษเอาไว้ด้วย

ไม่ว่าทหาร ตำรวจ หรือฝ่ายปกครอง โดยเฉพาะผู้ว่าราชการ จังหวัดที่รับผิดชอบทั้งจังหวัดจะต้องออกแรงให้มากกว่านี้

มิฉะนั้น อาจจะถูกเด้งเพื่อเชือดไก่ให้ลิงดูก็มีความเป็นไปได้

จากนี้ไปจนถึงวันที่ 7 ส.ค.59 อาจจะได้เห็นอะไรเกิดขึ้น ก็ได้ เพราะฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามก็คงมองออกว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น

ฉะนั้น อย่าได้แปลกใจว่าจะต้องมีความเคลื่อนไหวในลักษณะนี้ หรืออาจเปลี่ยนรูปแบบเพื่อให้เห็นผลในทางปฏิบัติที่เป็นจริง นอกจากจะทำให้รัฐบาล คสช.เกิดความปั่นป่วนมากขึ้น

และเจ้าหน้าที่รัฐในแต่ละจังหวัดก็ต้องคุมเข้มมากขึ้น

สุดท้ายก็จะทำให้สถานการณ์การเมืองในจังหวัดภาคเหนือเกิดปัญหาความขัดแย้งไม่ต่างไปจากกรุงเทพฯ

ก็จะกลายเป็นพื้นที่ร้อนขึ้นมาอีกพื้นที่หนึ่งที่ทำให้รัฐบาลต้อง พะวักพะวนมากขึ้นไปอีก เพราะต้องเจอทั้งกรุงเทพฯ และภาคเหนือ ดีไม่ดีอาจจะลุกลามไปที่ภาคอีสานอีกก็มีความเป็นไปได้

เนื่องจากเกิดอาการที่ว่าไม่เกรงกลัวกัน หรือไม่เกรงใจกันแล้ว.


“สายล่อฟ้า”

18 ก.ค. 2559 10:56 ไทยรัฐ