วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มีพยานยืนยัน ไก่อ้างสถาบัน เรียกพ.ต.ท.สามีสอบด้วย

หมอดูสีชังพยานปากสำคัญซัดนางไก่ อดีตนายจ้างแสบจาบจ้วงสถาบันอ้างสนิทสนมเจ้านายชั้นสูง หลังถูกชวนไปร่วมทำธุรกิจใบ้หวยที่บริษัทย่านประชาชื่น อ้างทนพฤติกรรมต้มตุ๋นไม่ไหวต้องแยกตัวออกมา แต่ยังถูกสั่งปิดปากไม่เช่นนั้นจะถูกแกล้งให้ติดคุก ด้านรักษาการผู้การกองปราบฯเผย สอบปากคำหมอที่รักษาเศรษฐินีอุดรฯแล้ว รวมทั้งอดีตสามีวัย 87 แต่ยังไม่คลายสงสัย โดยเฉพาะประเด็นซื้อขายที่ดิน 8 ล้านบาท เงินไปไหนช่วงปี 46 เพราะขณะนั้นพบว่านางไก่ถูกศาลสั่งเป็นบุคคลล้มละลาย

จากกรณีกองปราบฯ ภายใต้การสั่งการของ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.และ พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รอง ผบช.ก.รรท.ผบก.ป. จับนางมณตา หรือนางไก่ หยกรัตนกาญ อายุ 56 ปี นายจ้างแจ้งความเท็จกลั่นแกล้งลูกจ้างให้รับโทษทางอาญาติดคุกติดตารางไปหลายคน โดยพนักงานสอบสวนกองปราบฯตั้ง 3 ข้อหาหนัก แอบอ้างเบื้องสูงตาม ม.112 แจ้งความเท็จ และพยายามค้ามนุษย์ ถูกส่งเข้าทัณฑสถานหญิงกลาง นอกจากนี้ ยังส่งชุดคลี่คลายการเสียชีวิตของนางฉวีวรรณ ตั้งวิริยะกุล เศรษฐินีเจ้าของสัมปทานการเดินรถที่ จ.อุดรธานี หลังมีข้อมูลว่า นางมณตามีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น.สั่งตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เบื้องต้นพบว่ามีตำรวจ บก.น.2 และ สน.ประชาชื่น เกี่ยวข้อง 16 นาย ระดับรอง ผบก.-รอง สว. มีความผิดฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ตร.ที่ 419 และ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 เรื่องการไม่ตั้งใจทำหน้าที่ ตามที่เสนอข่าวนั้น

ความคืบหน้าในการเปิดโปงพฤติกรรมอดีตนายจ้างหญิงคนนี้ เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 17 ก.ค. พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รอง ผบช.ก.รรท.ผบก.ป.กล่าวว่า มอบหมายให้ พ.ต.อ.นิรันดร์ ปิตะกาศ ผกก.3 บก.ป.ลงพื้นที่ จ.สกลนคร และ จ.อุดรธานี สอบปากคำพยานแวดล้อมผู้ที่เกี่ยวข้องและญาติของนางฉวีวรรณ ตั้งวิริยะกุล รวมทั้งสอบปากคำ นพ.อุดม แพะเจริญชัย เจ้าของคลินิกหมออุดม ที่ อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร แพทย์ผู้รักษานางฉวีวรรณ โดย นพ.อุดมได้มอบเอกสารการรักษา ให้ชุดสืบสวนเพื่อคลายข้อสงสัยพร้อมให้การว่า นางฉวีวรรณมารักษาที่คลินิก ด้วยอาการโรคมะเร็งตับ หลังจากรักษาและวินิจฉัยแล้วให้กลับบ้านเพื่อพักฟื้น แต่นางฉวีวรรณขอพักรักษาต่อที่คลินิกจนเสียชีวิต จึงได้นำศพไปที่วัดก่อนทำฌาปนกิจ เพราะติดต่อญาตินางฉวีวรรณไม่ได้

รอง ผบช.ก.รรท.ผบก.ป.กล่าวต่อว่า พนักงานสอบสวนยังได้สอบปากคำนายปิติ ตั้งวิริยะกุล อายุ 87 ปี สามีนางฉวีวรรณ รวมทั้งขอเอกสารหลักฐานที่คาดว่าจะเชื่อมโยงกับคดีเป็นที่เรียบร้อย นายปิติให้การว่า รู้จักนางไก่ ที่ รพ.รามาธิบดี ขณะพามารดาไปรักษา พูดคุยสนิทสนมจนเห็นว่านางไก่เป็นคนที่สุภาพเรียบร้อย ได้จ้างนางไก่มาดูแลปรนนิบัติมารดาของนายปิติ และนับถือเคารพกันในฐานะพ่อ-ลูก ส่วนประวัติของนายปิติจากคำให้การเคยมีลูกมาก่อนที่จะมาแต่งงานจดทะเบียนสมรสกับนางฉวีวรรณ ที่ประกอบธุรกิจสัมปทานเส้นทางการเดินรถระหว่าง กรุงเทพฯ-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ไม่มีทายาทร่วมกัน ก่อนทั้งคู่แยกทางกันแต่ไม่ได้จดทะเบียนหย่า กระทั่งปี 46 นายปิติ เดินทางมากับนางไก่เพื่อติดต่อขอซื้อที่ดินใน ต. หมากแข้ง อ.เมืองอุดรธานี 2 แปลง มูลค่า 8 ล้านบาท นายปิติให้การอ้างว่า นางไก่ต้องการนำที่ดินแปลงนี้ไปปลูกสร้างอาศัย และก่อนที่นางฉวีวรรณจะเสียชีวิต ได้โอนที่ดินเป็นชื่อนายปิติ และถูกขายให้ผู้อื่นในเวลาต่อมา

มีรายงานว่า ชุดสืบสวนกองปราบปราม อยู่ระหว่างตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่ได้มาอย่างละเอียด เพื่อคลายปมสงสัยบางอย่าง หลังพบความผิดปกติในคำให้การของนายปิติที่ยังให้การไม่สอดคล้องกับพยานเอกสารที่พบ โดยเฉพาะประเด็นที่ดิน พร้อมประสานไปยังสำนักงานที่ดิน จ.อุดรธานี ขอข้อมูลการโอนกรรมสิทธิ์ การซื้อ-ขายที่ดินแปลงนี้ รวมทั้งสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องในวันทำสัญญาซื้อ-ขาย โอนที่ดิน ใครอยู่ในเหตุการณ์ เงินที่ได้จากการขายที่ดิน 8 ล้านบาท ถูกโอนเข้าบัญชีใคร เพราะนายปิติให้การว่า การขายที่ดินแปลงนี้ นางไก่ไม่ได้นำเงินมาให้ รวมทั้งชุดสืบสวนยังพบข้อมูลสำคัญว่าช่วงปี 46 นางไก่ถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย ดังนั้นการถือครองทรัพย์สินนั้น อาจจะไม่น่ามีความเป็นไปได้ หรืออาจจะถ่ายโอนเงินที่ได้จากการขายที่ดินไปยังบุคคลอื่น อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

มีรายงานด้วยว่า ในส่วนที่นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความผู้เปิดโปงเรื่องนี้ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 16 ก.ค.ว่า พบคดีการเสียชีวิตเป็นเศรษฐีอีกราย คาดว่าจะเกี่ยวข้องในคดีของนางไก่ ขณะนี้นายสงกานต์ยังไม่ได้ติดต่อให้ข้อมูลกับตำรวจเพิ่มเติม ประกอบกับการตรวจสอบจากพยานหลักฐาน พยานแวดล้อม ที่ตำรวจสังกัด กก.3 บก.ป.ลงพื้นที่ จ.สกลนคร และ จ.อุดรธานี ยังไม่พบว่ามีการเสียชีวิตของบุคคลใดเกี่ยวข้องกับคดีของนางไก่ นอกจากนางฉวีวรรณรายเดียว มีความเป็นไปได้ว่ากรณีที่นายสงกานต์กล่าว อาจหมายถึงนางฉวีวรรณก็เป็นได้

อย่างไรก็ตาม การที่นายสงกานต์ขอพิสูจน์ลายเซ็นของนางสุกัลยา ศิริม่วง 1 ในอดีตลูกจ้างที่ถูกนางไก่แจ้งความเท็จจนติดคุกต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำ โดยนำมามอบให้พนักงานสอบสวนนั้น แหล่งข่าวในกองปราบฯ กล่าวว่า กรณีของนางสุกัลยานั้นขึ้นสู่กระบวนการของศาลแล้ว พนักงานสอบสวนไม่มีสิทธิก้าวล่วงในการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อพิสูจน์ลายเซ็น แต่หากนางสุกัลยาเคลือบแคลงในการที่มีชื่อตัวเองเซ็นในสำนวนคดีดังกล่าวทั้งที่ไม่ได้เป็นคนเซ็นนั้น ต้องมอบหมายให้นายสงกานต์ ในฐานะทนายจำเลย นำหลักฐานทั้งหมดยื่นคำร้องขอต่อศาลขอตรวจพิสูจน์ เพื่อให้ศาลเชื่อว่าไม่ใช่ลายเซ็นนางสุกัลยา แต่เป็นลายเซ็นที่ปลอมแปลงขึ้น หลังจากนั้นจะเป็นดุลพินิจของศาลว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

สำหรับความคืบหน้าการดำเนินคดีนางมณตา หยกรัตนกาญ หรือนางไก่ ในฐานความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จ ราชการแทนพระองค์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มีรายงานว่า คณะพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง เตรียมสรุปสำนวนในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้มีพยานปากสำคัญเข้าให้ปากคำรวมทั้งมอบหลักฐานที่เชื่อมโยงกับพฤติกรรมของนางไก่ ระบุว่า รู้จักนางไก่ ที่เกาะสีชัง จ.ชลบุรี เมื่อช่วงปี 55 ขณะมากับ พ.ต.ท.ชิตชัย แสงอรุณ สามี นายวันเฉลิม หยกวิริยะกุล นายศุภโชค แสงอรุณ นางจุฑามาศ หรือเมย์ ไม่ทราบนามสกุลคนสนิท น.ส.เฟริน และ ด.ญ.กระปุก ให้พยานดูดวง พ.ต.ท.ชิตชัย สามีว่าจะได้เลื่อนตำแหน่งหรือไม่ ระหว่างดูดวง นางไก่กล่าวอ้างมีความใกล้ชิดสนิทสนมเจ้านายในสถาบันเบื้องสูง ทั้งบอกว่ามีธุรกิจเปิด บริษัท ริชชัวร์ 111 (RICHSURE 111) อยู่ย่านประชาชื่น ชักชวนให้ไปทำงานดูดวง ได้ค่าจ้างเดือนละ 2 หมื่นบาท

พยานปากสำคัญรายนี้ให้การต่อว่า ระหว่างทำงานที่บริษัทนางไก่ พบความไม่ชอบมาพากล และพฤติกรรมบางอย่างที่นางไก่มักอวดอ้างว่ารู้จักและสนิทสนมกับสถาบัน รวมทั้งอวดอุตริว่ามีญาณวิเศษสามารถให้เลขเด็ดได้ แต่ต้องมีค่าใช้จ่าย และยังได้ประกาศผ่านเพจในเฟซบุ๊ก ชื่อเพจ “รวยแน่นอน” อวดอ้างสรรพคุณการใบ้หวย ใช้ชื่อท่านแม่สุชาดา มีผู้หลงเชื่อจำนวนมาก วันเปิดบริษัทเมื่อเดือน ส.ค.56 นางไก่อ้างด้วยว่าจะมีเจ้านายชั้นผู้ใหญ่มาเปิดบริษัท ให้ตำรวจในท้องที่คอยต้อนรับ รวมทั้งยังหลอกให้ผู้ที่หลงเชื่อนั้น ซื้อเสื้อที่นางไก่และพวกทำในราคาตัวละ 1,000 บาท ค่าพานไหว้ครูอีกคนละ 400 บาท และหากอยากได้เลขเด็ดต้องจ่ายอีกคนละ 5,000 บาท พยานทนเห็นพฤติกรรมในลักษณะนี้ไม่ได้ จึงแยกตัวออกมา และถูกนางไก่ขู่ ให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับไม่งั้นจะทำให้ติดคุก

มีรายงานด้วยว่า พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับนางไก่ทั้งหมด พร้อมกันนี้ให้ชุดคณะทำงานสอบสวนเรียก พ.ต.ท.ชิตชัย แสงอรุณ รอง ผกก.ป.สภ.คลองพิไกร จ.กำแพงเพชร อดีตสามีนางไก่ และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดหลังปรากฏชื่อในคำให้การในคดีต่างๆมาสอบปากคำ เพื่อหาความเชื่อมโยงในคดีต่อไปแล้ว

หมอดูสีชังพยานปากสำคัญซัดนางไก่ อดีตนายจ้างแสบจาบจ้วงสถาบันอ้างสนิทสนมเจ้านายชั้นสูง หลังถูกชวนไปร่วมทำธุรกิจใบ้หวยที่บริษัทย่านประชาชื่น อ้างทนพฤติกรรมต้มตุ๋นไม่ไหวต้องแยกตัวออกมา... 18 ก.ค. 2559 08:14