วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สาวแจ้งจับพ.ต.ท. ขู่ยัดข้อหาค้ากาม

โทรให้ผบ.ตร.คุย ยังทําเมิน-ไม่เชื่อ เลยเก้าอี้หักทันที

สาวเจ้าของร้านคาราโอเกะสุดทน พ.ต.ท.กับ ร.ต.อ. สังกัด กก.1 บก.สส.ภ.2 พร้อมสมุนรวม 6 คน ยัดข้อหาค้ามนุษย์และค้าประเวณี โดยให้ลูกน้องนำเงิน 2,000 บาท ยัดใส่มือดีเจ อ้างเป็นเงินล่อซื้อหลักฐานสำคัญ แต่ถูกสาวเจ้าของร้านกับลูกจ้างปฏิเสธเสียงแข็ง โทรศัพท์สายตรงร้องเรียน ผบ.ตร. ซึ่ง ผบ.ตร.ขอคุยด้วยเพื่อสอบถามข้อมูล แต่ พ.ต.ท.ฉาวไม่ยอมรับสาย แม้แต่ ผบก.ภ.จ.ชลบุรี โทรศัพท์มาสอบถามอีกรอบยังไม่ยอมคุยด้วย กระทั่งมีผู้ใหญ่โทรศัพท์เข้ามือถือ พ.ต.ท.รายนั้นถึงยอมล่า ถอย หลังเกิดเหตุ เจ้าของร้านคาราโอเกะแจ้งความ ดำเนินคดีข้อหาฉกรรจ์ ขณะที่ ผบช.ภ.2 ลงดาบสั่งย้าย พ.ต.ท. และ ร.ต.อ. ร่วมแก๊งเข้ากรุ ศปก.ภ.2 ทันที

สาวเจ้าของร้านคาราโอเกะเดือดถูกตำรวจยัดข้อหาค้าประเวณี และยังข่มขู่จะทำร้าย วิ่งโร่แจ้งความดำเนินคดีรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 17 ก.ค. น.ส.ปะระนิสา ไชยนาพาณิชย์กุล อายุ 36 ปี เจ้าของร้านนางฟ้าคาราโอเกะ ซอยเก้าไร่ ถนนเฉลิมพระเกียรติ หมู่ 9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เปิดเผยว่าเมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.นราวุธ การามหิโต ร.ต.ท.จตุภูมิ ลิ้มศิริวัฒนกุล ทั้งคู่สังกัด กก.สส.1 บก.สส.ภ.2 กับพวกเป็นชายฉกรรจ์อีก 4 คน แสดงตัวเป็นตำรวจจะจับกุมดีเจ พนักงานเสิร์ฟ ดำเนินคดีในข้อหาเป็นธุระจัดหา และค้าประเวณี ซึ่งไม่เป็นความจริง จนต้องโทรศัพท์ร้องเรียนถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กลุ่มตำรวจนอกรีตถึงยอมล่าถอยไป ซึ่งตนเข้าแจ้ง ความไว้กับ พ.ต.ท.พิทักษ์ เนินแสง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา เมื่อตอนเช้าวันที่ 15 ก.ค.แล้ว

น.ส.ปะระนิสากล่าวต่อว่า ในวันเกิดเหตุมีหนึ่งในกลุ่มตำรวจนอกรีต เป็นชายอายุราว 30 ปี ทำทีมาเที่ยวที่ร้านสั่งเบียร์มาดื่ม แล้วบอกกับ น.ส.ชนิดา โชคเจริญ เด็กเสิร์ฟ ให้ยอมรับว่า ค้าประเวณีจะให้เงิน 2,000 บาท แต่ น.ส.ชนิดาปฏิเสธ ชายคนดังกล่าวนำเงินไปยัดใส่มือ น.ส.ปราณี พลอย–รัมย์ ดีเจ โดยไม่บอกว่าเป็นค่าอะไร น.ส.ปราณีเดินไปที่ประตูร้านเรียก น.ส.ชนิดามาสอบถาม จู่ๆ พ.ต.ท. นราวุธกับพวกที่เหลือ วิ่งเข้ามาหา น.ส.ปราณีและ น.ส.ชนิดา บอกว่า เงินดังกล่าวเป็นของตำรวจ แล้วพาทั้งคู่เข้าไปในร้าน สั่งให้โทรศัพท์เรียกตนมาพบ

เจ้าของร้านคาราโอเกะกล่าวต่อว่า เมื่อตนมาถึงร้าน พ.ต.ท.นราวุธบอกว่าตนถูกจับในข้อหาค้ามนุษย์ ค้าประเวณี อ้างเงินในมือ น.ส.ปราณีเป็นหลักฐาน แต่ตนปฏิเสธเพราะที่ร้านไม่ขายบริการ พ.ต.ท.นราวุธขู่จะพาพวกตนไปขึ้นรถ แต่ตนไม่ยอมบอกจะขับรถไปเองจนเกิดการโต้เถียงกัน จากนั้นตนโทรศัพท์ร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ซึ่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ บอกให้ยื่นโทรศัพท์ให้ พ.ต.ท.นราวุธ แต่ พ.ต.ท.นราวุธไม่พูด บอกว่า ถ้าเป็น ผบ.ตร.จริงให้โทรศัพท์ไปหาผู้การ พล.ต.อ.จักรทิพย์บอกให้เปิดเสียงโทร– ศัพท์ออกลำโพง แต่ พ.ต.ท.นราวุธไม่เชื่อ และยังพยายามจะพาตนกับเด็กในร้านขึ้นรถ แต่ตนขัดขืนจึงพยายามจะจับใส่กุญแจมือ ตนใช้โทรศัพท์มาถ่ายคลิป สร้างความไม่พอใจกับ พ.ต.ท.นราวุธเงื้อมือจะตบตน จนต้องขู่ว่าในร้านมีกล้องวงจรปิด ทำให้ พ.ต.ท.นราวุธไม่กล้าตบ

น.ส.ปะระนิสากล่าวต่อว่า ช่วงนั้นลูกน้องของ พ.ต.ท.นราวุธบังคับพา น.ส.ปราณีและ น.ส.ชนิดาไปขึ้นรถปิกอัพเชฟโรเลต ลูกน้องของ พ.ต.ท.นราวุธ บอกว่า เงินเคลียร์เรื่องใบอนุญาตสถานบริการ และเรื่องค้าประเวณีแค่ 2-3 หมื่นบาท ไม่น่าเรื่องมากอย่างนี้ ปรากฏว่าขณะที่ พ.ต.ท.นราวุธกับพวกบังคับให้ตนขึ้นรถ พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผบก.ภ.จ.ชลบุรี โทรศัพท์เข้ามือถือของตน ขอคุยกับตำรวจที่มาจับกุม แต่ พ.ต.ท.นราวุธไม่รับสาย บอกว่า ไม่ใช่นายกู กระทั่งเสียงโทรศัพท์ของ พ.ต.ท.นราวุธดังขึ้น พ.ต.ท.นราวุธรับสายแล้วบอกว่า ผู้ใหญ่โทร.มาแล้ว และยังต่อว่าตนไม่ทำตามขั้นตอน ก่อนจะพากันเดินทางกลับไป

ทางด้าน พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา กล่าวถึงเหตุที่เกิดขึ้นว่า เจ้าของร้านคาราโอเกะได้เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดี พ.ต.ท.นราวุธกับพวกในข้อหาร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง ร่วมกันพยายามกรรโชกทรัพย์ และร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ผู้บังคับบัญชากำชับให้ดำเนินการอย่างเต็มที่และให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ตนได้ทำหนังสือประสานไปยังผู้บังคับบัญชาตำรวจที่ถูกกล่าวหาให้ส่งตัวมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว

ต่อมา พล.ต.ท.ธเนตร พิณเมืองงาม ผบช.ภ.2 ได้กล่าวว่า หลังจากได้รับรายงานเรื่องที่เกิดขึ้น ได้ออกคำสั่งที่ 170/59 ลงวันที่ 15 ก.ค. ให้ตำรวจทั้ง 2 นายไปปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 2 (ศปก.ภ.2 )ทันที โดยให้ขาดจากต้นสังกัดเดิม เพื่อให้พื้นที่สอบสวนอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งต้องให้ความเป็นธรรมของทั้ง 2 ฝ่ายด้วย ผิดก็ว่ากันไปตามผิด ว่ากันตามข้อเท็จจริง

ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่า ช่วงเกิดเหตุไปราชการที่ประเทศบรูไน มีผู้หญิงไม่ทราบว่าเป็นใคร โทรศัพท์มาร้องเรียนบอกว่า มีตำรวจไม่รู้จริง หรือปลอมเข้ามากลั่นแกล้ง มาตรวจค้นจับกุมเด็กในร้านข้อหาค้าประเวณี เลยถามกลับไปว่ากระทำความผิดตามที่ตำรวจมาจับไหม คนที่โทรศัพท์มา ไม่ได้ตอบ เลยขอสายคุยกับคนที่เข้ามาตรวจค้นเป็นตำรวจจริงหรือตำรวจปลอม พอรู้เป็นตำรวจจริงมาจับกุมเรื่องค้ามนุษย์ สอบถามมีพยานหลักฐานให้ดำเนินคดีไป เป็นเรื่องปกติที่มีคนโทรศัพท์เข้ามาหาตำรวจเรื่องเดือดร้อน เลยต้องถามตำรวจก่อน ถ้าทำผิด ไม่มี ผบ.ตร.คนไหนไปขอให้เกิดความเสียหาย ยิ่งเป็นคดีค้ามนุษย์ ยิ่งไม่มีใครอยากยุ่ง แล้วเรื่องนี้ตำรวจบอกมีความผิดต้องจับก็ถือว่าเป็นไปตามขั้นตอน ส่วนจะมีการดำเนินการต่อไปอย่างไรขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป ใครถูก ใครผิด ว่าไปตามกฎหมาย

สาวเจ้าของร้านคาราโอเกะสุดทน พ.ต.ท.กับ ร.ต.อ. สังกัด กก.1 บก.สส.ภ.2 พร้อมสมุนรวม 6 คน ยัดข้อหาค้ามนุษย์และค้าประเวณี โดยให้ลูกน้องนำเงิน 2,000 บาท ยัดใส่มือดีเจ อ้างเป็นเงินล่อซื้อหลักฐานสำคัญ แต่ถูกสาวเจ้าของร้าน... 18 ก.ค. 2559 08:09 ไทยรัฐ