วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดึงเซเลบโปรโมตพร้อมเพย์ สร้างความเชื่อมั่น-ยันข้อมูลไม่รั่วไหล!

ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์

สมาคมธนาคารไทยเตรียมดึงเซเลบ ศิลปิน ดารา นักร้อง นักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติ โหมประชาสัมพันธ์ “พร้อมเพย์” สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน หลังถูกนักเลงคีย์บอร์ดป่วนจนเกิดความสับสน ยันปลอดภัยข้อมูลส่วนตัวไม่รั่วไหล ล่าสุดประชาชนลงทะเบียนผูกบัญชีแล้ว 10 ล้านบัญชี

นายยศ กิมสวัสดิ์ ประธานสำนักระบบการชำระเงิน สมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า สมาคม เตรียมเชิญบุคคลที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในสังคม เช่น ศิลปิน ดารา นักร้อง นักกีฬา นักวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติ รวมถึงนักธุรกิจชั้นนำมาร่วมรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัย และการให้บริการระบบพร้อมเพย์ ที่ได้เริ่มเปิดให้ลงทะเบียนไปแล้วเมื่อวันที่ 15ก.ค.
59 โดยจะเผยแพร่ผ่านสื่อ เพื่อให้ประชาชนรับทราบ หลังจากก่อนหน้านี้ มีการวิพากษ์วิจารณ์การใช้ระบบพร้อมเพย์กันมากว่าอาจมีความไม่ปลอดภัยในการใช้งาน มีการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล โดยเฉพาะหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน จนทำให้ประชาชนบางส่วนสับสน และไม่มั่นใจ

“ในการเปิดให้ลงทะเบียนที่ผ่านมา มีประชาชนที่เข้าใจในระบบ ทยอยเข้ามาลงทะเบียนอย่างต่อเนื่อง โดยตัวเลขการลงทะเบียนล่วงหน้ากับธนาคารพาณิชย์ตั้งแต่วันที่ 1-14 ก.ค.59 มีประมาณ 10 ล้านบัญชี แต่ก็ยอมรับว่า ยังมีคนบางกลุ่มที่กังวลระบบนี้อยู่ โดยเฉพาะการที่สื่อสังคมออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก หรือไลน์ ได้เผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นจริงถึงความไม่ปลอดภัย และการรั่วไหลของข้อมูล รวมถึงกลุ่มคนที่ไม่เข้าใจในระบบ ออกมาวิพากษ์ วิจารณ์อยู่มาก”

นายยศกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา สมาคมเน้นการประชาสัมพันธ์ระบบพร้อมเพย์ โดยใช้วิธีการชี้ให้เห็นรูปแบบ และขั้นตอนการลงทะเบียนเป็นหลัก แต่หลังจากนี้ สมาคมจะปรับเป็นเชิงรุก เพิ่มความเข้มข้นในการสื่อสารให้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มมากขึ้น เนื่องจากความเข้าใจของผู้ใช้ยังมีความแตกต่างกันอยู่ โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย ซึ่งที่ผ่านมา หลายประเทศ อย่างอังกฤษ และสิงคโปร์ นำระบบพร้อมเพย์มาใช้ และประสบความสำเร็จด้วยดี ไม่มีปัญหาการรั่วไหล หรือโจรกรรมข้อมูลอย่างที่กังวล

นอกจากนี้ สมาคมยังได้ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จัดทำแผนเพื่อให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของธนาคาร เพื่อต้องการให้ประชาชนใช้เงินสดน้อยที่สุด ซึ่งปัจจุบัน พฤติกรรมการชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และโมบาย แบงกิ้งอยู่ที่ 20% ส่วนการใช้เงินสดอยู่ที่ 80% ขณะที่การบริหารจัดการเงินสดของประเทศอยู่ที่ปีละ 100,000 ล้านบาท หากปรับลดสัดส่วนการใช้เงินสดได้ 30% จะช่วยให้ลดการบริหารจัดการเงินสดของประเทศลงได้ปีละ 30,000-40,000 ล้านบาท

ด้านนายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ประชาชนไม่ต้องกังวลว่าข้อมูลส่วนตัวจะรั่วไหลจากระบบพร้อมเพย์ เพราะธนาคารพาณิชย์มีกฎเกณฑ์ควบคุมไม่ให้เผยแพร่ข้อมูลลูกค้าอยู่แล้ว และขอชี้แจงด้วยว่า ที่จริงระบบพร้อมเพย์ ไม่ได้มีการเปิดเผยข้อมูลของผู้ใช้บริการมากกว่าเดิม โดยทั้งหมดเป็นข้อมูลที่ธนาคารมีอยู่แล้ว มิหนำซ้ำ การแจ้งข้อมูลการโอนเงินยังเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวน้อยกว่าเดิมอีก ใช้เพียงชื่อ และเบอร์โทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐาน ที่ทุกคนรู้ก่อนโอนเงินอยู่แล้ว ต่างจากเดิมที่ต้องแจ้งชื่อ-นามสกุล หมายเลขบัญชี ชื่อธนาคาร รวมถึงบางครั้งอาจต้องแจ้งเบอร์โทรศัพท์ เพื่อให้ส่งเอสเอ็มเอสด้วย

“ธนาคารเชื่อว่า ต่อไปประชาชนจะสับสนต่อระบบพร้อมเพย์น้อยลง เพราะขณะนี้ ธนาคารกรุงไทยก็พยายามชี้แจงทำความเข้าใจต่อลูกค้าในทุกช่องทางของธนาคารให้รับทราบ โดยมีลูกค้ามาลงทะเบียนล่วงหน้าแล้ว 700,000 ราย รวมถึงจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ กรุงไทย พร้อมเพย์ ลุ้นฟรี#ดีใจจัง มอบรางวัลให้แก่ประชาชนที่มาลงทะเบียนผูกบัญชีพร้อมเพย์กับธนาคารกรุงไทย จนถึงวันที่ 15 ต.ค.นี้ โดยรับรางวัลสูงสุดเป็น รถยนต์ ฮอนด้า ซีวิค รวม 3 รางวัล รางวัลละ 869,000 บาท และรางวัลอื่นๆ อีก 5,000 รางวัล มูลค่า 9 ล้านบาท”.