วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อิ่มตัวงานเบื้องหน้า ชุดาภา จันทเขตต์ ผันตัวเองเป็นผู้กำกับ-ผู้จัดละคร

เป็นอีก 1 นักแสดงที่มีความสามารถไม่น้อย เล่นละคร เล่นหนัง คว้ารางวัลจากวงการบันเทิงมามากมายหลายเรื่อง ที่พอจะเริ่มอิ่มตัวจากงานเบื้องหน้า ขอผันตัวเองมาทำงานเบื้องหลัง สำหรับ ชุ ชุดาภา จันทเขตต์ ที่เริ่มต้นงานเบื้องหลังด้วยการเป็นผู้กำกับละครให้กับค่ายละครโซนิกซ์ บูม ที่รวมหุ้นกับเพื่อนซี้อย่าง ก้อง ปิยะ เศวตพิกุล อย่าง ทองประกายแสด, พรพรหมอลเวง, กากับหงส์, ไฟรักเพลิงแค้น, ลมซ่อนรัก, แก้วตาหวานใจ และ สองหัวใจนี้เพื่อเธอ ก่อนจะเลื่อนขั้นให้ตัวเองเป็นผู้จัดละครเต็มตัวเรื่องแรกในเรื่อง ดวงใจพิสุทธิ์ วันนี้จ้อหน้าจอ เลยขอพูดคุยกับผู้จัดฯ-ผู้กำกับคนเก่ง ถึงการผันตัวเองมาทำงานเบื้องหลังกันหน่อย


ช่องให้ทำละครป้อนเยอะแค่ไหน เพราะตลาดละครตอนนี้แข่งขันกันสูงมาก?
ช่องก็ให้ทำตามปกตินะคะ ไม่ได้บังคับว่าจะต้องละครให้มากขึ้น ในด้านการแข่งขันผู้ใหญ่บอกเสมอว่าให้แข่งขันกับตัวเองพอแล้ว ทำให้เต็มที่ รับผิดชอบงานให้เต็มที่ เราเองก็ตั้งเป้าไว้แบบนี้อยู่แล้วว่าเราต้องพัฒนางานของตัวเองให้ได้ขึ้นเรื่อยๆ แม้ทีวีดิจิตอลจะแข่งขันกันสูงก็ตาม แต่เราก็ดีใจที่กระแสคนดู เรตติ้งของช่องก็ยังสวยงามอยู่ เราก็แฮปปี้ เราก็ชื่นใจ

แล้วยังทำละครให้ช่องอื่นอยู่มั้ย?
หยุดแล้วค่ะ จะปักหลักทำกับช่อง 3 ค่ะ ไม่มีการเซ็นสัญญานะคะ พอเรามาเป็นผู้จัดละคร เรารู้สึกว่าเราจะต้องมีความชัดเจนแล้วก็เต็มที่เมื่อดิจิตอลเป็นการแข่งขัน แต่ละครช่องก็จะมีการเป็นคู่แข่งกันทันที แต่เราไม่ได้มองว่าใครเป็นคู่แข่งนะคะ เพียงแต่เรามองว่า เมื่อเราทำอยู่ที่ช่องนี้ เราก็ควรที่จะอยู่ที่เดียว จุดเดียว และอีกอย่างเราก็อยู่กับช่อง 3 ตั้งแต่เป็นนักเรียนการแสดงจนมาเป็นนักแสดงช่อง 3 จนขึ้นมาเป็นผู้กำกับ ผู้จัด เราผูกพันเป็นครอบครัว เป็นบ้านตั้งแต่เด็กแล้ว และเรามีความรักและความเคารพให้กับผู้ใหญ่ที่ช่อง 3 เรารู้สึกว่าแฮปปี้ที่จะอยู่ตรงนี้ก็เลยคุยกับก้อง ปิยะ ให้ชัดเจนว่าเราจะอยู่ช่อง 3 เราไม่ไปไหนแล้วนะ ส่วนละครที่เคยทำให้ช่องอื่นก็คงไม่ได้ทำแล้วค่ะ ทำทีละเรื่องเรายังเหนื่อยเลย จะเอาเวลาที่ไหนไปทำให้ช่องอื่น (หัวเราะ)

กับละครพล็อตแนวถนัด?
ละครพล็อตเป็นความถนัดของค่ายเรา แต่ละครพล็อตไม่สามารถจะทำได้ตลอด เพราะมันต้องใช้เวลาพอสมควร เหมือนเราเขียนนิยายใหม่ขึ้นมาเรื่องหนึ่งเลย เหมือนต้องเร่งเขียนและเร่งเปิด ซึ่งมันอาจจะลำบาก มันก็อาจจะต้องทำสลับ ละครพล็อต ผสมกับนิยาย จะเป็นนิยายใหม่ นิยายรีเมคก็ว่ากันไป ซึ่งเรามองว่าทุกอย่างมันมีข้อดี อย่างนิยายใหม่มันก็จะได้ความเป็นวัยรุ่น สดใส ได้อินเทรนด์ แต่ละครรีเมค มันก็มีความละเอียดนุ่มลึก ส่วนละครพล็อตมันสามารถหกคะเมนดีลังกา จะทำอย่างไหนก็ได้ แปลกประหลาดขนาดไหนก็ได้ ที่เราจะสามารถสร้างและหาจุดที่น่าเชื่อให้ละครได้ มันสนุกตรงนั้น แต่จุดอันตรายมันก็มีสำหรับละครพล็อต เพราะมันเหมือนละครแต่งเอง แล้วจะให้มันเปรี้ยง มันไม่ง่ายนะ แต่ว่าเราก็ต้องหาทางให้เต็มที่ แต่เราชอบ เราสนุกกับการทำละครพล็อตนะ (ยิ้ม)

เพราะทำละครพล็อต สองหัวใจนี้เพื่อเธอ แล้วประสบความสำเร็จ กดดันมั้ย ที่คนคาดหวังว่าละครพล็อตเรื่องต่อไปของค่ายจะต้องเปรี้ยงเหมือนเรื่องนี้?
ช่องก็อยากให้ทำละครพล็อตอีก แต่จริงๆ ละครพล็อตเรื่องแรกที่เราทำคือ ไฟรักเพลิงแค้น ที่เราทำก็เป็นละครพล็อตนะคะ แต่มันเป็นดราม่า และมันเป็นละครพล็อตที่มันไม่หนีนิยายไทย มันคล้ายๆ เนื้อเรื่องละครไทยแบบเรื่องอื่นๆ มีการกลับมาแก้แค้น มันไม่หนีละครไทย เราก็หาความแตกต่างให้กับเรื่องนี้ เพิ่มให้พระเอกทำเรือยอชต์ บินไปถ่ายที่ภูเก็ตเอาสวยงาม ซึ่งเรตติ้งเรื่องนั้นก็ดีนะ พอมาถึงละคร สองหัวใจนี้เพื่อเธอ บทมันอาจจะฉีกจากละครไทยทั่วไป คือละครไทยมีอภินิหารได้มั้ย มีได้ มีเยอะ แต่อภินิหารที่เป็นพลังวิเศษที่ค่อนข้างจะผูกเอาหลักวิทยาศาสตร์เข้ามามันไม่เยอะ เวลาดูรายการโทรทัศน์ ดูยูทูบ ดูซีรีย์เกาหลีแล้วมันเกิดแรงบันดาลใจ แม้คนจะมองว่าเราก๊อบปี้ แต่เราบอกเลยว่าเราไม่ได้ก๊อบปี้นะคะ เราได้แรงบันดาลใจมาทำละครของเราเท่านั้น

ช่องสนับสนุนให้ผลิตละครพล็อตมั้ย?
ช่องไม่ได้บอกว่าค่ายเราจะต้องทำแต่แนวนี้ ต้องบอกว่าผู้ใหญ่น่ารักมาก ผู้ใหญ่ให้อิสระกับการทำ อิสระกับการคิด พอเราทำเรื่องนี้แล้วประสบความสำเร็จ ช่องก็ไม่ได้บังคับให้เราทำเรื่องประมาณนี้อีก ผู้ใหญ่ให้อิสระในการคิดการทำ ถ้าใจเราอยากจะทำอะไร ก็เอามาขาย มายื่น ตอนนี้ละครพล็อตที่เขียนไว้มีอยู่เต็มไปหมด แต่ยังไม่เสร็จ ไม่กล้าพูด (หัวเราะ)

ทำไมถึงได้รีเมคละครเรื่อง ดวงใจพิสุทธิ์?
สำหรับเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ช่องซื้อเอาไว้แล้ว เราอยากทำทั้งละครพล็อต ละครรีเมค นิยายใหม่ อยากทำทุกแนวค่ะ แต่ที่เลือกเรื่องนี้เพราะมีเด็กเล็กมั้ง (หัวเราะ) คุ้นมือ และอยากให้มันเป็นงานที่หลากหลายแนว และช่วงนี้เป็นช่วงที่หาว่าแนวทางละครของค่ายเราจะเป็นแนวไหน จะได้ทุกแนวมั้ย หรือยังไง และสำหรับละครเรื่องนี้ไม่สบายเลยนะคะ (หัวเราะ) มันหนักเหมือนกัน เพราะมันเป็นละครครอบครัวแนวสะท้อนสังคม ดราม่าจัดจ้านสูงเหมือนกัน อย่างบทที่จอย รินลณี ได้รับก็ร้ายมาก ร้ายกับเด็ก น่าสงสาร เรื่องนี้ไม่รู้ว่าจอยจะเดินตลาดได้มั้ย (หัวเราะ) แต่พอมีคู่พระนางมาผ่อนความหนักของเรื่อง มันมีความน่ารักของมันอยู่ มันเป็นงานที่ท้าทายความสามารถของพวกเราค่ะ ก็เลยอยากจะลองทำดู

ทำละครรีเมค กลัวการถูกจับมาเปรียบเทียบมั้ย?
ต้องทำใจกับการเปรียบเทียบค่ะ เพราะว่างานรีเมคทุกคนจะทราบอยู่แล้วว่ามันจะต้องโดนเปรียบเทียบแหละ สำหรับเรา เราไม่กลัวที่จะโดนเปรียบเทียบ เราต้องยอมรับในจุดนี้ แต่เราก็ต้องไม่ลืมที่จะทำให้มันเป็นดวงใจพิสุทธิ์ในยุคปัจจุบันนี้ พยายามทำให้มันเต็มที่ค่ะ

ทำไมเรื่องนี้ไม่กำกับเอง แต่ให้ โอ๊ต วรวุฒิ เป็นคนกำกับแทน?
เราก็เสนอกับทางช่องไป โอ๊ต ก็ผ่านการอนุมัตินะคะ แต่ด้วยความที่เขาเป็นผู้กำกับใหม่ ทางช่องก็ขอให้เราดูด้วย ซึ่งเราก็ช่วยกันดูช่วยกันทำค่ะ เพราะอยากให้โอ๊ตมากำกับ พอเราเป็นนักแสดงมาถึงจุดหนึ่ง เราก็มีความรู้สึกว่าอยากโดดมากำกับ พอมากำกับ ก็อยากจะยื่นโอกาสการเป็นผู้กำกับให้กับเพื่อนเราบ้าง ก็เลยถามโอ๊ตว่าเบื่อการแสดงรึยัง มาลองกำกับมั้ย โอ๊ตก็บอกว่าก็เริ่มๆ ขี้เกียจตื่นเช้าไปกองนะ เราเห็นโอกาสก็เลยชวนเขามากำกับเรื่องนี้ เป่าหูโอ๊ตทุกวัน (หัวเราะ) จีบมาประมาณปีถึง 2 ปี กรอกใส่หูเขาเรื่อยๆ พอเขาบอกว่าพร้อม ก็ให้เขาทำเรื่องนี้ ซึ่งตอนแรกเราจะกำกับเรื่องนี้เอง แต่พอโอ๊ตบอกพร้อม ก็ให้เขาลุยเรื่องนี้เลย เราอยากเห็นเขาเป็นผู้กำกับ เพราะเขาต้องเป็นผู้กำกับที่ดีได้ เขาได้รางวัลการแสดง เขามีฝีมือ แล้ววัยก็กำลังดี นักแสดงฝีมือดี ยังไม่พอกับงานละคร ก็ยังไม่อยากให้เขาเลิกเล่นนะ ก็บอกว่าอย่าเพิ่งเลิกเล่นนะ ให้เขาแบ่งเวลามากำกับละคร แต่เขาก็พักรับงานแสดงเพื่อมาทุ่มให้การกำกับอย่างเต็มที่นะ โอ๊ตดูทุกอย่าง แอ็กติ้ง ดูภาพ ดูแสงด้วย เพราะว่าเขาเป็นนักแสดงมาก่อนใช่มั้ย เขาละเอียดมาก แต่เราก็ช่วยเขาเรื่องภาพเรื่องแสงนะ ให้เขากำกับแอ็กติ้งอย่างเดียว ก็หามือรองมาช่วยเรื่องอื่นอีกที กลัวโฟกัสหลายอย่างแล้วจะเครียดเกินไป

เป็นอีก 1 นักแสดงที่มีความสามารถไม่น้อย เล่นละคร เล่นหนัง คว้ารางวัลจากวงการบันเทิงมามากมายหลายเรื่อง ที่พอจะเริ่มอิ่มตัวจากงานเบื้องหน้า ขอผันตัวเองมาทำงานเบื้องหลัง สำหรับ ชุ ชุดาภา จันทเขตต์ ที่เริ่มต้นงานเบื้องหลังด้วยการ 17 ก.ค. 2559 16:59 ไทยรัฐ