วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘วิลาศ’ ท้าผู้ว่าฯ กทม.ฟ้องกลับได้เลย หลังแฉทุจริตโครงการรถดับเพลิง

‘วิลาศ’ ท้า 'ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์' ฟ้องกลับ หลังเปิดโปงทุจริตโครงการรถดับเพลิง เชื่อจะส่งผลดี เพราะจะได้เรียกเอกสารเพิ่มเติมได้สะดวกขึ้น พร้อมขู่เล่นงาน ผู้ว่าฯ ประปาส่วนภูมิภาค พบทุจริตจัดซื้อกว่า 10 โครงการ

เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 59 นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงกรณีที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.เตรียมฟ้องกลับ จากกรณีที่แถลงกล่าวหาทุจริตโครงการรถดับเพลิง กทม. ว่า ขอให้ฟ้องมาได้เลย อย่าขี้โม้ไปวันๆ ตนจะได้ขอเรียกเอกสารเพิ่มเติมได้สะดวกขึ้น ส่วนกรณีที่ รมว.มหาดไทย ระบุว่า จะไม่ปลดผู้ว่าฯ กทม. แต่ขอให้สอบสวนการทุจริตเสร็จสิ้นนั้น ตามกฎหมายมีอยู่มาตราหนึ่ง ที่ให้อำนาจ รมว.มหาดไทย หากเห็นว่าพฤติการณ์การทำงานไม่ถูกต้อง เสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาให้พ้นจากตำแหน่งได้ ซึ่งก็เป็นสิทธิของท่าน แต่ก็อย่างว่า อยู่ดีๆ คงไม่มีใครอยากปะทะ เดี๋ยวจะโดนด่า

นายวิลาศ กล่าวอีกว่า การส่อทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างกว่า 10 โครงการ มูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท ของการประปาส่วนภูมิภาคนั้น กรณีที่ นายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) มาทำงาน 1 เดือนแล้ว แต่แทนที่จะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง กลับตั้งคนที่เคยถูกร้องเรียนเรื่องความไม่โปร่งใส มานั่งเป็นประธานกับคณะกรรมการตรวจสอบทุจริตภายใน ราวกับว่านายเสรีไม่กล้าเอาผิดใคร ขอให้นายเสรีเลิกวัฒนธรรมเก่าๆ ที่เอาคนถูกกล่าวหาส่อโกง มาเป็นคณะกรรมการตรวจสอบ แทนที่จะเอาคนนอกมาทำหน้าที่ หากยังไม่มีความคืบหน้า ตนจำเป็นต้องกล่าวหาไปยังนายเสรีด้วย ในฐานะที่รับรู้ปัญหาแล้ว แต่ยังละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เข้าข่ายผิดกฎหมายอาญา มาตรา 157 ทำให้รัฐสูญงบประมาณมหาศาล จ่อชง ป.ป.ช.สอบประปาบ้านโป่ง

สำหรับความเสียหายของโครงการโรงสูบน้ำประปาบ้านโป่ง มูลค่าร้อยล้านบาทเศษ โครงการสร้างเสร็จแล้ว แต่ใช้งานสูบน้ำไม่ได้ เนื่องจากคำนวณส่วนสูงของอาคารผิด มีลักษณะเหมือนหอดูดาว แต่กำลังจะของบใหม่เพื่อทุบหรือเปลี่ยนแปลง ถือเป็นการจารึกผลงานฉาวของการประปาส่วนภูมิภาค ตนขอเสนอให้ยกอาคารนี้ให้กับพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ เพื่อใช้ดูดาว ไม่ต้องไปทุบทิ้งให้เสียงบประมาณ อย่างไรก็ตาม ตนจะทยอยส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบทีละเรื่อง.