วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คิดสูตรจุดพลุ“กำจัด”เชื้อร้าย : ลงดาบปราบโกง

นับเป็นนักการเมืองอีกคนที่กล้าลุกขึ้นมาตรวจสอบการทุจริต ไม่เว้นแม้จะเป็นคนในพรรคการเมืองของตัวเอง ที่มาฉายามือปราบคอร์รัปชันจึงอยู่ติดตัว

วันนี้เห็นกลไกตรวจสอบการโกงของรัฐมีช่องโหว่ เชื้อร้ายจึงระบาดเกาะกินประเทศไทยโดยไม่มีวันหยุด

จะหยุดการคอร์รัปชันได้อย่างไร นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ ทีมข่าวการเมือง โดยพยายามยกตัวอย่างประกอบให้เห็นภาพการโกงกิน การทุจริตคอร์รัปชันในรูปแบบต่างๆ

พร้อมยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่เจ้าตัวลงไปตรวจสอบและประสบเจอด้วยตัวเอง

ล่าสุดหลายโครงการใน กทม. เมื่อตรวจสอบส่วนใหญ่ปรากฏว่าพบการทุจริต ทั้งหมดเกิดจากผู้บริหารใน กทม. มอบหมายให้คนดูแลรับผิดชอบมีอำนาจเต็มที่ ไม่ต้องมารายงานผลคืบหน้า

ฉะนั้น พอเกิดเรื่องไม่โปร่งใสขึ้นมา ผู้บริหารใน กทม.ไม่อาจจะปฏิเสธความรับผิดชอบไปได้

ขอให้เตรียมตัวรับมือกับคดีต่างๆในอนาคต เพราะโครงการที่ร้องไปยัง ป.ป.ช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประมาณ 20 เรื่อง มั่นใจจากประสบการณ์ผ่านงานตรวจสอบการทุจริตมาเยอะ เห็นว่าเข้าข่ายกระทำความผิด

ล่าสุดคือโครงการจัดซื้อรถกะป๊อดับเพลิงเทวดาและเรือดับเพลิงที่กำลังตรวจสอบอยู่ในขณะนี้

ที่รัฐสภาก็เช่นเดียวกัน ขณะนี้มีกระแสว่าบางฝ่ายเริ่มขุดคุ้ยการขายที่ดินกว่า 5 แสนคิว จากการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ นายวิลาศ บอกว่า ปมขุดที่ดินเอาไปขายเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น

หากจะตรวจสอบขอให้เริ่มจากการพิจารณาบริษัทที่เกี่ยวข้องและบริษัทที่ปรึกษาของสภาผู้แทนราษฎรว่าใครเกี่ยวข้องบ้าง มีตัวละครกี่คนที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ล่าช้า

วันนี้ นายพรเพชร พิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง

ทั้งตัวแทนของสภาฯ ทั้งฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะตัวแทนของผู้มีอำนาจบางคน เข้าไปเป็นกรรมการเร่งรัดและติดตามโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่

ว่าการก่อสร้างล่าช้าเกินกำหนดเวลาเช่นนี้ เพราะใคร จากสาเหตุอะไร ที่ดินที่ขนไปขายมีการทุจริตหรือไม่ ดูแล้วข้าราชการประจำเป็นแค่ตัวหมากรุกให้เขาเดิน

สุดท้ายถ้าผู้ที่มีอำนาจยังขยายเวลาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ออกไปอีก ผมจะขอเปิดแถลงข่าวในเรื่องนี้แน่ว่ามีสาเหตุเกิดจากอะไร

ทั้งหมด นายวิลาศ กำลังจะบอกถึงต้นเหตุการแก้ไขปัญหาการทุจริต ที่ไม่ประสบความสำเร็จ

เมื่อกลั่นออกมาจากประสบการณ์พบปัญหาหลักๆคือ 1.ระบบอุปถัมภ์ พอตรวจสอบพบการทุจริตก็จะมีการขอละเว้นยกโทษ ไม่สอบสวนต่อให้ถึงต้นตอ มีการเอื้อประโยชน์ให้กัน ผู้ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบก็เกรงใจและขอกันได้ด้วย

2.คนดีที่บริสุทธิ์จริง พูดง่ายๆคือ ไม่มีแผล มีไม่มาก ไม่เคยรับผลประโยชน์ใดๆ หายาก

3.คนดี คนบริสุทธิ์พอมี แต่จะหาคนกล้าทำหน้าที่ตรวจสอบโดยไม่มีผลประโยชน์ หรือทำเพื่อส่วนรวมมีน้อย แม้แต่ผมยังมีคนเตือนว่าขอให้ระวัง ไปทำทำไมให้วุ่นวาย เสี่ยงเปล่าๆ ทำให้คนที่จะมาทำงานตรวจสอบท้อใจ

4.ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีคนกล้าเสี่ยงลงทุนทำทุจริต เพราะคุ้มค่าเมื่อเทียบกับการทุจริตแต่ละครั้งสูงถึง 40-50 เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณในการจัดซื้อจัดจ้าง

แม้เสี่ยงถูกตรวจสอบและติดคุก สุดท้ายมีคนรับผิดติดคุกแค่คนเดียว ที่เหลือทั้งตระกูลสุขสบาย ดังนั้นต้องแก้ไข 4 จุดหลักนี้ก่อนถึงจะแก้ปัญหาการทุจริตได้

อย่าไปหวังพึ่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง ขอบอกไว้ล่วงหน้าว่ามันปราบและแก้การโกงไม่ได้

หากต้องการปราบโกงจริงๆควรเขียนกติกาใหม่ให้รัดกุม ไม่ใช่เขียนห้ามเฉพาะนักการเมืองที่โกงเข้าสู่ตำแหน่งเท่านั้น เพราะยังมีปัจจัยแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดการทุจริต คือ ข้าราชการประจำ ซึ่งจับไม่ได้มันมีอีกมาก

วันนี้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กลับออกกฎหมายหลายฉบับเพิ่มอำนาจให้ข้าราชการประจำ ยิ่งเอื้อให้มีการทุจริตเพิ่มมากขึ้น

แม้รัฐบาลได้ออก พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ ขอชมว่าเป็นกฎหมายที่ดี

ซึ่งกำหนดให้หน่วยงานของรัฐต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ประชาชนยืนขออนุญาต แต่สุดท้ายประชาชนยังต้องเสียเงินให้หน่วยงานรัฐบางแห่งอยู่ดี

ฉะนั้น ปัญหาคอร์รัปชันต้องแก้ให้ตรงจุดและครอบคลุม คือ

1.เริ่มต้นที่ผู้มีอำนาจที่เข้าไปจัดการ โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ซึ่งเข้ามาเพื่อปัดกวาดการทุจริต คอร์รัปชันและปราบปรามการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ บุกรุกที่ดิน

แต่จนถึงวันนี้ยังไม่มั่นใจว่านโยบายนี้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายหรือไม่ เพราะดูเหมือนมีการเลือกปฏิบัติ ชัดเจนที่สุดกรณีโครงการจัดซื้อยาปราบศัตรูพืช

มีผู้ว่าราชการจังหวัด (ผวจ.) 22 คน มีระดับนายอำเภออีก 300 คน และข้าราชการที่เกี่ยวข้องอีกนับพันคน เข้าข่ายกระทำความผิดถึงขั้นต้องโดนไล่ออกจากราชการฐานร่วมทุจริตจัดซื้อราคาแพงเกินจริงและเกินความจำเป็น

แต่กลับมีสั่งลงโทษไล่ออกจากราชการเฉพาะ ผวจ.บึงกาฬนายอำเภอ และข้าราชการ 47 คน รวมถึง ผวจ.ร้อยเอ็ด ในขณะนั้น

และในบรรดา ผวจ. 22 คน ในจำนวนนี้มี ผวจ.มุกดาหาร และ ผวจ.เลย ในขณะนั้น ซื้อยาปราบศัตรูพืชจากบริษัทเดียวกันราคาแพงกว่า 10 เท่าเหมือนกัน ส่วนเกินตกหล่นอยู่ในกระเป๋าใคร แต่ไม่มีการลงโทษใดๆ

ปมนี้เคยทวงถามไปถึงนายกรัฐมนตรี 6 ครั้ง และทวงถามผ่านสื่อมวลชนไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง ครั้งแรกนายกรัฐมนตรีบอกว่า ขอตรวจสอบก่อน แต่สุดท้ายก็เงียบหาย

เรื่องนี้ตรวจสอบง่ายมาก แค่นายกรัฐมนตรีถามไปที่กรมบัญชีกลางว่ามีการใช้งบประมาณจริงหรือไม่ และไปถามกระทรวงมหาดไทยว่ามีการซื้อยาปราบศัตรูพืชจริงหรือไม่ แค่นี้ก็พบความจริงแล้ว

ฉะนั้น วันนี้ขอให้นายกรัฐมนตรีต้องแสดงความกล้าหาญและทำเป็นตัวอย่าง อย่าเห็นว่าเป็นพวกพ้องที่ยังเป็น สนช.อยู่ โดยปลด สนช.ทั้ง 2 คนออกจาก ผวจ. ถ้าไม่ไล่ออก ก็ต้องกลับไปคืนความเป็นธรรมให้กับ 2 ผวจ.ที่ถูกไล่ออกด้วย อย่าทำเพียงครึ่งๆกลางๆ เพราะทราบมาว่ากระทรวงมหาดไทยกั้นห้องเตรียมไว้รับ 22 ผวจ.นี้แล้ว
แต่วันนี้ยังเงียบฉี่ ในเมื่อผู้มีอำนาจไม่ปราบโกงจริง ปราบแต่ปากแล้วจะปราบโกงกันได้อย่างไร

2.ได้เสนอให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)ว่า ปัญหาการทุจริตส่วนหนึ่งมาจากองค์กรอิสระ ไม่มีความชัดเจนในการทำหน้าที่ โดยเฉพาะองค์กรอิสระไม่ออกระเบียบว่าด้วยวิธีการปฏิบัติงาน คดีฟ้องร้อง หรือเรื่องร้องเรียนต่างๆ ไม่มีการกำหนดระยะเวลาดำเนินงานให้ชัดเจนว่าตั้งแต่เริ่มรับเรื่องจนเสร็จใช้เวลาเท่าไหร่ ทำให้พิจารณานานกันข้ามปีข้ามชาติ

แตกต่างกับองค์กรอิสระในต่างประเทศที่มีดัชนีความโปร่งใสสูง ระบุชัดเจนทุกเรื่อง ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ต้องตรวจสอบให้เสร็จภายใน 6 เดือน บางคดียื่นเรื่องเช้า ตกเย็นองค์กรอิสระพิจารณาเสร็จแล้ว

ฉะนั้น ถ้า กรธ.จริงใจปราบปรามการทุจริต ต้องเขียนลงไปในรัฐธรรมนูญ เรื่องระเบียบวิธีหรือกรอบการปฏิรูปขององค์กรอิสระ เอาให้ชัดเจนว่าต้องสอบสวนนักการเมืองและข้าราชการที่ทำผิดให้เสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดตามกฎหมายปราบปรามการทุจริต

3.ได้เสนอ กรธ.ต้องเขียนลงไปในรัฐธรรมนูญ เรื่องข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างจะต้องเปิดเผย ตรวจสอบได้ ถ้าละเว้น ไม่ดำเนินการจะมีความผิด ปรากฏว่าไม่เขียนสักตัว แบบนี้จะปราบโกงได้อย่างไร

4.ต้องแก้ไขการซื้อขายตำแหน่งในระบบราชการให้ได้ หน่วยงานไหนที่ออกมาโม้ว่าไม่มี หรือที่ขู่จะแจ้งเอาผิดกับคนที่พูดถึงเรื่องนี้ นั่นแหละตัวดีที่สุด เป็นหน่วยงานที่มีการซื้อขายตำแหน่งมากที่สุด

นายกรัฐมนตรีไม่ทราบหรือในเรื่องเหล่านี้ เมื่อทราบแล้วควรเร่งปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ตำรวจและการบริหารราชการแผ่นดินโดยเร็วที่สุด

ถึงจะปราบการทุจริตได้อยู่หมัด.

ทีมการเมือง

17 ก.ค. 2559 10:49 17 ก.ค. 2559 10:49 ไทยรัฐ