วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยกเลิกการสรรหา

โดย ซี.12

ตอนดึกๆของคืนวันที่ 13 ต่อเนื่องกับวันที่ 14 กรกฎาคม 2559 มี คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ออกมาอีกฉบับหนึ่งในลักษณะที่แปลกไปจากฉบับอื่น

นั่นคือการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ยกเลิกคำสั่งเก่าของ คสช.ที่ออกไว้เมื่อตอนยึดอำนาจใหม่ๆ อยากให้มาดูกันถึงเนื้อหาเต็มๆคือคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 40/2559 เรื่อง ยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 48/2557

แจ้งเหตุผลและความจำเป็นว่าโดยที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับใหม่และจะได้จัดให้มีการออกเสียงประชามติในวันที่ 7 สิงหาคม 2559 กรณีนี้จึงยังไม่มีความชัดเจนแน่นอนเกี่ยวกับกระบวนการสรรหาและการเลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

จึงเห็นเป็นการสมควร ให้งดเว้นการสรรหาและการเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งดังกล่าวไว้ก่อน เพื่อให้การปฏิรูปองค์กรศาล และองค์กรตามรัฐธรรมนูญเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ให้ยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 48/2557 ลงวันที่ 29 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เรื่อง การสรรหาบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่าง

ข้อ 2 ให้งดเว้นการสรรหาและการเลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จนกว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับใหม่จะมีผลใช้บังคับหรือจนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น กระบวนการสรรหาและการเลือกผู้ดำรงตำแหน่งตามวรรคหนึ่งที่อยู่ระหว่างดำเนินการในวันที่ คำสั่งนี้ใช้บังคับให้เป็นอันยกเลิก

ข้อ 3 บุคคลซึ่งดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอยู่ในวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ ให้ปฏิบัติหน้าที่ตามตำแหน่งนั้นต่อไปแม้จะครบวาระการดำรงตำแหน่งแล้ว จนกว่าจะมี การแต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แล้วแต่กรณี มาแทนบุคคลดังกล่าว ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับใหม่ หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

ข้อ 4 ในกรณีที่บุคคลซึ่งดำรงตำแหน่งตามข้อ 3 พ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุอื่นนอกจากถึงคราวออกตามวาระ ให้ศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แล้วแต่กรณี ประกอบด้วยผู้ดำรงตำแหน่งเท่าที่เหลืออยู่

คำสั่งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม 2559 เป็นต้นไป

ผลที่เกิดขึ้นในทันทีคือการสรรหา ผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่คณะกรรมการสรรหาทำบ้าบอคอแตกเสนอคนที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติตีตกไปเมื่อคราวที่แล้วกลับเข้าไปอีก เป็นอันต้องยกเลิกไป

นายศรีราชา เจริญพานิช ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่มีอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์ต้องพ้นตำแหน่งไปตามระเบียบจะได้อยู่ทำงานต่อ.

“ซี.12”