วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

40 นาทียื้อชีวิต หัวใจตายเฉียบพลัน

“STEMI”..“ST-elevation myocardial infarction” หรือ... “กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน” คือ ภาวะที่กล้ามเนื้อหัวใจตายแบบเฉียบพลันในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าหัวใจชนิด STEMI

เป็นผลมาจาก “หลอดเลือดหัวใจอุดตัน” อย่างปัจจุบันทันด่วน ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตายเพราะขาดเลือดไปเลี้ยง ปัจจัยเสี่ยงมาจากผู้ป่วยที่มีไขมันในเส้นเลือดสูง ผนังหลอดเลือดทำงานไม่ดี เกิดการหดรัดตัวมากกว่าปกติ หรือเวลาที่อารมณ์เสีย หงุดหงิดอย่างรุนแรง ทำให้ สารอะดรีนาลีนหลั่งออกมามากเกินไป

...เกิดการสูบฉีดอย่างรุนแรง ความดันสูง หัวใจเต้นเร็ว จึงเกิดการเสียดทานของหลอดเลือด ทำให้พังผืดไขมันแตก หรือบางรายออกกำลังกายหักโหมเกินกำลังของตัวเอง ก็มีสิทธิ์ทำให้พังผืดไขมันแตกหรือปริได้เช่นกัน

อาการ...เมื่อเกิดการปริแตกที่คราบในผนังด้านในของหลอดเลือด จะทำให้เกล็ดเลือดไปเกาะที่บริเวณนั้น...เมื่อเกล็ดเลือดขยายตัวเพิ่มขึ้นก็ส่งผลให้หลอดเลือดตีบหรืออุดตัน ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บหน้าอกอย่างรุนแรง อาจร้าวไปที่แขนข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง เหงื่อแตก หน้าซีด ใจสั่น หรืออาเจียนได้

หากมีอาการข้างต้นควรเรียก...รถพยาบาลทันที

ยิ่งรายที่มีความเสี่ยง ยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ เพื่อให้เกิดความเสียหายต่อกล้ามเนื้อหัวใจน้อยที่สุด หรืออีกนัยหนึ่ง การกู้กล้ามเนื้อหัวใจต้องทำให้เร็วที่สุด ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี

นายแพทย์ระพินทร์ กุกเรยา หัวหน้าอายุรแพทย์หัวใจ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ บอกว่า ในปัจจุบันเชื่อว่าควรได้รับการขยายหลอดเลือด โดยทำบอลลูนเพื่อทำให้เกิดการไหลเวียนของเลือดให้ได้ภายใน 90 นาที นับตั้งแต่ผู้ป่วยมาถึงโรงพยาบาล

กระบวนการ...ยื้อชีวิตผู้ป่วย สมมติมาได้เร็วมาก...สิ่งที่เน้นคือเรื่องการให้ความรู้ ทำให้ประชาชนตื่นตัว ระวัง ถ้าคุณมีปัจจัยเสี่ยงหรือเคยมีปัญหาแบบนี้มาแล้ว อยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงหรือว่ามีอาการประเภทนี้ อยู่ดีๆก็เจ็บหน้าอกขึ้นมารุนแรง อาจจะร้าวหรือไม่ร้าวก็แล้วแต่ รู้สึกเหมือนกับหายใจไม่ออกก็ให้รีบไปโรงพยาบาลเลย

หมายถึงว่า...รีบให้ใครสักคนขับรถพาไปส่งที่โรงพยาบาล ห้ามขับรถไปด้วยตัวเอง...“กล้ามเนื้อหัวใจ” จะเริ่มตายในระยะเวลาประมาณ 40 นาทีหลังจากขาดเลือด

ฉะนั้นถ้ามาถึงโรงพยาบาลได้เร็วเท่าไหร่ เปิดหลอดเลือดที่ปิดอุดตันได้เร็วเท่าไหร่ก็คือการจำกัดความเสียหายไม่ให้กล้ามเนื้อหัวใจตายเป็นบริเวณกว้าง แล้วก็เพื่อให้ฟื้นตัวได้ดีขึ้น เพราะว่าพอเริ่มตาย...ก็จะเริ่มตายจากจุดตรงกลางตรงที่ขาดเลือดมากที่สุดแล้วค่อยๆ แพร่กระจายออกไป

“ถ้าเราบล็อกได้ทันบางทีก็แทบจะดูไม่ออกเลยว่ามีปัญหาอะไรขึ้นมา...เคยมีปัญหาเรื่องกล้ามเนื้อหัวใจตาย...กลับไปใช้ชีวิตเรียกได้ว่าปกติเลยก็มี ปกติคือปกติจริงๆออกไป กลับไปแต่งงานมีลูกมีเมียตามปกติ ในกรณีที่มาพบหมอได้เร็วมาก...เร็วมากจนความเสียหายที่เกิดขึ้นมันน้อย” เงื่อนไขสำคัญจึงอยู่ที่ “เวลา”...ที่ว่ารอก่อนๆ ดูก่อนเผื่อหาย เดี๋ยวพรุ่งนี้เป็นนู่นนี่หรือเปล่า...ก็คือเป็นการเสี่ยง

สัญญาณสำคัญเลยคือ “เหงื่อแตก เจ็บหน้าอก” จริงๆแล้วปกติถ้าคุณรอหลายๆชั่วโมงหรือว่าเกินหนึ่งชั่วโมงไปแล้ว บางทีการให้ยาละลายลิ่มเลือดหรือการขยายหลอดเลือดตอนนั้น...ผลที่ได้ก็ไม่ดีเหมือนกับรีบทำโดยเร็ว ถ้าสามารถเปิดหลอดเลือดได้ภายใน 90 นาทีแรก อันนี้คือเป็นแนวทางการรักษาตามมาตรฐานทั้งในอเมริกา ยุโรป...เมื่อมีอาการปั๊บแล้วคุณสามารถเปิดหลอดเลือดหัวใจได้โดยเร็ว คือยิ่งเร็วยิ่งดี

“ถ้าคนไข้มาถึงโรงพยาบาลเขาก็จะมีตั้งเอาไว้เป็นมาตรฐานเลยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่อย่างไรก็ตามให้ได้ภายใน 90 นาทีที่ผู้ป่วยก้าวข้ามธรณีประตูโรงพยาบาลเข้ามา การรักษาต้องเริ่มต้นตั้งแต่ที่ห้องฉุกเฉิน...ต้องรีบประเมินคนไข้ให้ได้ภายใน 5 นาที คลื่นหัวใจใบแรกคุณต้องทำได้ภายใน 5 นาที แล้วก็รีบให้ยา

แล้วก็...เอาคนไข้ไปตรวจสวนหัวใจ ขยายหัวใจ ขยายหลอดเลือด”

โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพเตรียมพร้อมทั้งอุปกรณ์ ทีมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ทุกคน ตลอด 24 ชม. เพื่อให้การรักษาอย่างรวดเร็วที่สุด นับตั้งแต่ห้องฉุกเฉินต้องให้ทันทีเลย ไม่ต้องรอช้า เสร็จแล้วก็เอาคนไข้ไปเข้าห้องขยายหลอดเลือดทันที เปิดหลอดเลือดให้ได้โดยเร็วภายใน 90 นาที

วิธีการรักษานี้ ในปัจจุบันถือว่าได้ผลดีที่สุด แล้วก็ลดความเสียหายต่อหัวใจได้น้อยที่สุด

คุณหมอระพินทร์ บอกว่า ถ้ากล้ามเนื้อตายนี่คือแก้อะไรไม่ได้แล้ว ถ้าตายแล้วก็คือตายเลย หากกล้ามเนื้อหัวใจตายเยอะ...40% ขึ้นไป ก็มีชีวิตอยู่ไม่ได้แล้ว โดยส่วนใหญ่ 25% นี่ก็แย่แล้ว เพราะฉะนั้นถ้ามีกล้ามเนื้อหัวใจตายมากๆ ถ้าประคับประคองไปได้พอระยะเวลาสักปี...สองปีผ่านไปก็จะเริ่มมีอาการอื่นๆแทรกซ้อนเข้ามา

ยกตัวอย่าง หัวใจในช่วงแรกก็จะพยายามช่วยเหลือตัวเอง เช่น บีบให้เร็วขึ้นอะไรต่างๆเหล่านี้ มีการปรับเปลี่ยน เสร็จแล้วพอผ่านไปสักระยะหนึ่งก็จะเริ่มอ่อนกำลัง จะเริ่มล้า พอล้าก็เข้าสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวเนื่องจากการบีบตัวที่ไม่เพียงพอที่เรียกว่า “ภาวะหัวใจอ่อนกำลัง”

ก็จะกลายเป็นว่าต้องกินยา เข้าๆออกๆโรงพยาบาลอยู่เรื่อยๆ ทำอะไรนิดหน่อยก็เหนื่อย ชีวิตถูกจำกัด พอนานๆมีน้ำท่วมปอดบ่อยๆ เข้า หลายๆครั้งเข้าก็มีปัญหาแทรกซ้อนอื่นๆตามมา...ชีวิตก็จะเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม แต่ในกรณีที่คนไข้เข้ามาแล้วมีความเสียหายน้อย คุณขยายหลอดเลือดหัวใจได้เร็วส่วนใหญ่แล้วเขาก็สามารถกลับไปดำรงชีวิตได้เกือบจะปกติ คือแทบจะสังเกตไม่ได้เลย ยกเว้นว่าไปทำอะไรที่มากเกินตัว

“ความสูญเสียเป็นอีกประเด็นที่น่าสนใจ และน่าเสียดาย...คนที่เป็นแบบนี้มักจะอยู่ในช่วงที่วัยกำลังทำงานและช่วงชีวิตที่ประสบความสำเร็จ อายุ 45 ปี...ชีวิตกำลังเจริญเติบโตเต็มที่ ความสูญเสียนอกจากเกิดกับคนไข้แล้วยังกระทบสังคมที่ต้องเสียคนที่กำลังเจริญเติบโต กำลังรุ่งเรืองไปหนึ่งคน...ครอบครัวก็แน่นอนไม่เหมือนเดิมอีก”

ถึงตรงนี้คงต้องถามว่า จะป้องกัน เสริมสร้าง “หัวใจ” ให้แข็งแรงได้อย่างไรบ้าง?

อุบัติการณ์...การเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผู้ชายอายุเกิน 45 ปี มีโอกาสที่จะเกิดปัญหาหลอดเลือดหัวใจอุดตันประมาณ 4% ส่วนผู้หญิงจะเกิดช้ากว่าประมาณ 10% ตอนอายุประมาณ 55 ปี

“ผู้ชายเป็นมากกว่าผู้หญิง แต่ผู้หญิงผลลัพธ์ออกมาแย่กว่าผู้ชาย คือโอกาสเสียชีวิต โอกาสแทรกซ้อนต่างๆของผู้หญิงมีมากกว่าผู้ชาย... ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญภายนอกที่แก้ไขได้คือ...วิธีการใช้ชีวิต น้ำหนักออกกำลังกายหรือไม่ออกกำลังกาย ลักษณะบุคลิกภาพ มีไขมันสูงแค่ไหน มีความดันหรือไม่มี น้ำตาลสูงหรือไม่สูง ดื่มสุราจัดมากน้อยแค่ไหน และที่สำคัญคือสูบบุหรี่ด้วยหรือเปล่า”

ปัจจัยเสี่ยงพวกนี้ส่วนใหญ่คือตัวเร่งที่ทำให้เกิดง่ายขึ้น เร็วขึ้น และเมื่อเป็นแล้วก็มีความรุนแรงมากขึ้น ต้องลดความเสี่ยงให้กับตัวเอง...ไม่ใช่รอให้เกิดแล้วมาแก้ทีหลัง เพราะหากรอให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายแล้วคือยังไงก็ไม่กลับคืนมา...อย่างไรก็ไม่เหมือนเดิม คุณหมอระพินทร์ กุกเรยา ฝากทิ้งท้ายว่า

การตรวจเช็กร่างกายปัจจุบันส่วนใหญ่ก็ทำกันอยู่แล้ว ก็ดูสักหน่อยว่าเรามีปัจจัยเสี่ยงใดๆที่แก้ไขได้ ความดันเป็นอย่างไร น้ำตาลต่างๆ เป็นอย่างไร ก็แก้ไข ที่สำคัญ...การใช้ชีวิตจะต้องมีความสมดุลพอสมควร...ทำงานแล้วให้มีเวลาพักผ่อน ไม่ใช่เคร่งเครียดจนเกินไป.

17 ก.ค. 2559 09:21 17 ก.ค. 2559 09:21 ไทยรัฐ