วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ประชามติ ผ่านไม่ผ่านก็เหมือนกัน

แม้จะไม่มีคำยืนยันจาก “นายใหญ่” แต่ก็มีกระแสข่าวหลายกระแสว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ คือแกนนำคนสำคัญ อย่างยิ่งคนหนึ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร การเปิดตัวของ “คุณหญิงหน่อย” ในช่วงนี้จึงมีนัยสำคัญทั้งในพรรคเพื่อไทยเอง และการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปีหน้า ที่รัฐบาล คสช.ให้คำมั่นสัญญากับนานาชาติว่าจะมีขึ้นในปี 2560 แน่นอน

แนวคิดทางการเมืองของ “คุณหญิงหน่อย” วันนี้ ก้าวหน้าไปอีกหลายระดับ เมื่อเทียบกับ นักการเมืองรุ่นเดียวกัน และนักการเมืองรุ่นเก่า ที่ยังมีความคิดทางการเมืองแบบเดิมๆ เห็นหน้าก็เบื่อแล้วยิ่งได้ยินสิ่งที่พูดออกมายิ่งเบื่อหนักเข้าไปอีก

ผมเห็นด้วยกับ คุณหญิงหน่อย ว่าสิ่งสำคัญที่สุดในการปฏิรูปการเมือง ต้องปฏิรูปที่นักการเมืองก่อน (โดยเฉพาะ นักการเมืองที่ตกตะกอนเป็นนํ้าเน่าอยู่ในถัง ซึ่งมีจำนวนมากในทุกพรรคการเมือง) ความขัดแย้งทั้งหลายจนนำประเทศไปสู่ความล่มจม ทั้งเศรษฐกิจสังคมและการเมือง ทำให้ประชาชนยากจน เดือดร้อนกันทุกหย่อมหญ้า ล้วนเกิดจากความโลภของนักการเมืองทั้งสิ้น โลภในอำนาจ โลภในทรัพย์สินเงินทองจนทุจริตคอร์รัปชันกันอย่างโจ๋งครึ่ม และนำไปสู่การปฏิวัติในที่สุด

ตัวอย่างหมาดๆ นักการเมืองที่ทำให้ประเทศเสียหาย ก็คือ อังกฤษ เมื่อ นายเดวิด คาเมรอน อดีตนายกฯอังกฤษ โลภอยากจะเป็นนายกฯสมัยที่สอง จึงหาเสียงเอาใจคนอังกฤษที่อยากออกจากสหภาพยุโรป ด้วยการสัญญาว่า เมื่อได้รับเลือกตั้งเป็นนายกฯสมัยที่สองแล้ว จะจัดให้มีการลงประชามติ เรื่องการแยกตัวออกจากยุโรป

การหาเสียงครั้งนี้ทำให้ พรรคคอนเวอร์ทีฟ ได้รับชัยชนะ เดวิด คาเมรอน ได้เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่สอง และจัดให้มีการลงประชามติ คนอังกฤษส่วนใหญ่ก็ลงมติให้ออกจากยุโรป อังกฤษก็เลยเจอวิกฤติครั้งใหญ่ตามมา เดวิดก็ต้องลาออกจากนายกฯ เห็นไหมครับ นักการเมืองคนเดียว สามารถทำให้ประเทศชาติเสียหายอย่างใหญ่หลวงจนนับมูลค่าไม่ได้

คุณหญิงหน่อย ให้ความเห็นว่า การปฏิรูปการเมืองไทย “จะต้องเริ่ม ที่นักการเมืองก่อน ถึงแม้ปัญหาจะเกิดจากหลายฝ่าย ถ้านักการเมืองเสียสละแก้ไขที่ตนเองก่อน ก็ย่อมจะเป็นสิ่งที่ดี เราหมดเวลาชี้นิ้วโทษคนอื่นแล้ว เพราะปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้ประชาชนทำมาหากินยากลำบากมานานแล้ว”

ถ้านักการเมืองไทยทุกคนคิดอย่างนี้ รู้สึกอย่างนี้ แล้วลงมือแก้ไขที่ตัวเอง แทนการชี้นิ้วด่าคนอื่น โอกาสที่จะปฏิรูปการเมืองไทยให้ดีขึ้นก็มีทางที่จะเป็นไปได้

แต่ที่ไม่มีใครรู้ก็คือ ระบบการเมืองใหม่ ภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่ ที่กำลังจะมีการลงประชามติในวันที่ 7 สิงหาคม จะปฏิรูปการเมืองไทยและนักการเมืองไทยได้สำเร็จหรือไม่ แม้จะมีมาตรการปราบนักการเมืองขี้โกงก็ตาม ทุกอย่างขึ้นอยู่กับ “จิตสำนึกที่ดี” และ “การศึกษาที่ดี” แต่เราอ่อนแอทั้งสองเรื่อง

เมื่อพูดถึงรัฐธรรมนูญ คุณหญิงหน่อย มีความเห็นว่าผ่านหรือไม่ผ่านประเทศจะต้องเดินต่อ การเลือกตั้งต้องมีขึ้นภายในปี 2560 ตามที่นายกรัฐมนตรีออกมายืนยัน ที่สำคัญ การทำประชามติครั้งนี้ ต้องให้ประชาชนรู้เนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญอย่างทั่วถึง และให้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ถ้าไม่รู้จะไปตัดสินใจได้อย่างไร

แน่นอนครับ จะผ่านหรือไม่ผ่านประเทศชาติก็ต้องเดินหน้าต่อไป แต่ที่จะไม่เหมือนเดิมก็คือ รัฐธรรมนูญทุกฉบับของ คสช. ไม่ว่าฉบับปัจจุบันหรือต้องร่างใหม่ จะต้องมีมาตราสำคัญที่ขาดไม่ได้ทุกฉบับก็คือ “มีวุฒิสภาแต่งตั้ง 250 คน อยู่ในตำแหน่ง 5 ปี” มากกว่า ส.ส. 1 ปี มีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรี มีอำนาจอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นกลไกควบคุมอำนาจรัฐบาลใหม่ต่อไปอีก 2 สมัย หรือ 8 ปี.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

17 ก.ค. 2559 09:07 ไทยรัฐ