วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บันทึกกรุงเทพฯตอนตี 5 เรื่องดี๊ดีเหนือคำบรรยาย

โดย ซูม

ในคอลัมน์ซอกแซกประจำฉบับวันอาทิตย์ เมื่อวานนี้ผมเขียนเล่าถึงบรรยากาศตอนตี 5 ที่ผมตื่นขึ้นมาเดินย่ำต๊อกออกกำลังที่จังหวัดเชียงใหม่ระหว่างไปประชุมสัมมนากับคณะผู้บริหารโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ที่โรงแรมเชียงใหม่ พลาซ่า เมื่อสัปดาห์ก่อนโน้น

เดินออกจากโรงแรมเชียงใหม่พลาซ่าของคุณอา ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร ไปที่ ไนท์บาซาร์ ถนนช้างคลาน แล้วก็อ้อมเข้าถนน ท่าแพ ผ่านหน้าจวนท่านผู้ว่าฯเชียงใหม่ ไปที่ สะพานนวรัฐ

ขึ้นไปยืนกลางสะพานสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าของบริเวณริมฝั่งแม่น้ำปิง พร้อมกับฮัมเพลง “สักขีแม่ปิง” ของพี่ ชรินทร์ กับพี่ จินตนา (ขอเรียกพี่ด้วยละกัน) อย่างมีความสุขจนต้องเก็บความทรงจำกลับมาบันทึกไว้ในคอลัมน์ซูมซอกแซกอย่างที่ว่า

ผมกลับมากรุงเทพฯได้ 2 วัน ก็ได้พบกับเหตุการณ์ดีๆตอนตี 5 ในกรุงเทพฯ เข้าให้อีก 1 เรื่องถือเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้มีความสุขไม่แพ้ที่เชียงใหม่ จึงต้องขออนุญาตนำมาบันทึกไว้เช่นเดียวกัน

เมื่อวันพุธที่แล้วนี่เองครับผมมีนัดจะต้องไปตรวจหัวใจและร่างกายกับคุณหมอ สุชาต ไชยโรจน์ แห่งโรงพยาบาลรามาธิบดี ที่ผ่าตัดซ่อม หัวใจผมไว้เมื่อ 1 ปีกับ 4 เดือนก่อน

เนื่องจากจะต้องมีการเจาะเลือดด้วยจึงต้องไปแต่เช้าตรู่และต้องออกจากบ้านตั้งแต่ตี 5 อย่างที่ว่า

ประกอบกับผมจะทดลองว่าผมแข็งแรงพอที่จะเดินทางคนเดียว โดยไม่ต้องมีพยาบาล (ซึ่งก็คือแม่บ้านผมนั่นแหละ) คอยติดตามดูแลได้แล้วหรือไม่...ก็เลยตั้งใจว่าจะนั่งรถเมล์สลับกับแท็กซี่ โดยไม่ต้องไหว้วานให้แม่บ้านขับรถไปส่งเหมือนครั้งก่อนๆ

เริ่มจากขึ้นรถเมล์สาย 191 ที่ผ่านหน้าบ้านผม...ตอนตี 5 กับ 5 นาทีโดยประมาณ ได้สัมผัสกับความน่ารักของกรุงเทพมหานครอย่างเหลือเชื่อ ณ นาทีนั้นเลยครับ

นั่นก็คือถนนว่างเปล่าเหลือเกินทั้งๆที่ย่านบางกะปิ โดยเฉพาะแถวๆเดอะมอลล์ บางกะปิ ได้ชื่อว่าเป็นย่านสุดโหดย่านหนึ่งใน กทม.

ปรากฏว่าในช่วงตี 5 สบายมากแผล็บเดียวก็เข้าลาดพร้าวและแผล็บเดียวก็ไปถึงบริเวณหน้าซอยภาวนาที่ผมตั้งใจจะลงไปเปลี่ยนรถเพื่อนั่งแท็กซี่สู่โรงพยาบาลรามาฯ

ระหว่างรอแท็กซี่ก็พอดีมีรถเมล์สาย 8 สีน้ำเงินขาวแล่นมาจอดเทียบผมเห็นว่ารถว่างและทราบดีว่ารถคันนี้จะผ่านโรงพยาบาลรามาธิบดีด้วย ก็เลยตัดสินใจขึ้น

ทั้งๆที่ใจหนึ่งก็หวาดหวั่นในพฤติกรรมของรถเมล์สาย 8 ที่ได้ชื่อว่าสุดโหดในแง่บริการ จนเป็นที่ร่ำลือในโซเชียลมีเดียมานานปี

แล้วผมก็พบความมหัศจรรย์ตอนตี 5 จากรถเมล์สาย 8 อย่างเหลือเชื่อเมื่อผมส่งค่าโดยสารให้ 10 บาท แล้วเด็กหนุ่มขายตั๋วก็ยื่นตั๋วพร้อมกับเงินทอนกลับมาให้ 1 บาท และยกมือไหว้ผม 1 หน

ทำให้ผมต้องขยี้ตาอีกหลายครั้ง เพราะนึกว่าผมยังหลับอยู่และฝันไป เนื่องจากเวลาเพิ่งจะตี 5 กว่าหน่อยๆเท่านั้น

เด็กกระเป๋าหนุ่มรายนี้ยังคงแสดงกิริยามารยาทที่ดีกับผู้โดยสารอื่นๆ รวมทั้งแม่ลูกคู่หนึ่งที่จะต้องไปโรงเรียนแต่เช้า

คนขับรถก็แสนดีขับไปเรื่อยๆ ไม่รีบไม่ร้อนบางครั้งก็คุยกับเด็กกระเป๋าอย่างยิ้มแย้มมีความสุข

ผมใช้เวลาแค่ 55 นาที นั่งรถจากคลองจั่นบางกะปิ ถึงโรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งถ้าเป็นสายๆ หรือบ่ายๆ น่าจะ 2 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย

เห็นหรือยังล่ะครับว่ามหัศจรรย์ของตี 5 ก็ทำให้กรุงเทพมหานคร ยังน่ารักน่าอยู่ไม่แพ้เชียงใหม่ตี 5 ที่ผมเขียนถึงเมื่อวานแม้แต่น้อย

สำหรับรถเมล์สาย 8 คันที่ว่านี้ ผมจดหมายเลขข้างรถมาด้วยครับ ได้แก่ สาย 8 สีน้ำเงิน หมายเลข 35-153 หรือไม่ก็ 35-113 อะไรนี่แหละ เพราะจดขณะรถวิ่งลายมือก็เลยขยุกขยิกไปบ้าง

ลองไปสืบดูอีกทีก็แล้วกันหมายเลขรถที่ออกวิ่งเที่ยวตี 5 เมื่อวันพุธที่แล้วคือเบอร์ไหนกันแน่ ระหว่าง 2 เบอร์ที่ผมจดไว้

ก็ขอฝากสาย 8 คันอื่นๆที่มักมีกิตติศัพท์โหดๆเอาไว้ด้วย

ไม่ต้องถึงกับยกมือไหว้ผู้โดยสารหรอกครับ แค่ยิ้มแย้มแจ่มใสให้บริการดีๆ อย่าตะคอกผู้โดยสาร โดยเฉพาะอย่าดูอย่าหน้ามุ่ยใส่คนแก่เวลาเขายื่นบัตรประชาชนขอใช้สิทธิลดราคาก็พอแล้ว

สรุป...หวังว่าเหตุการณ์ดี๊ดีที่เกิดขึ้นตอนตี 5 อย่างนี้ คงจะเกิดขึ้นกับรถเมล์ทุกสาย ในทุกๆเวลาตลอดวัน ตลอดคืนด้วยจะขอบคุณอย่างที่สุดเลยเชียว.

“ซูม”