วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โพล 70% พร้อมไป 'ลงประชามติ' กรธ.โค้งสุดท้าย ทุ่มแผ่นพับ6.5ล.

“วิษณุ” ชี้ถึงชั่วโมงนี้คนตัดสินใจ ได้แล้วจะไปลงประชามติอย่างไร รับไม่แปลกใจคนสงสัยรัฐบาลทำเอง จม.บิดเบือน แต่มั่นใจไม่มีผลต่อการตัดสินใจของประชาชน กรธ.ลุยแจกแผ่นพับ 6.5 ล้าน ฉบับช่วงหยุดยาว รณรงค์หนักโค้งสุดท้าย โพลเผยคนเกือบ 70% พร้อมเข้าคูหากาบัตรแล้ว “บิ๊กป้อม” ยันไม่มีจัดฉากทำ จม.ปลอม “ไก่อู” ฉะพวกป่วนใกล้วันประชามติ พท.ยังตามจับพิรุธ จม.บิดเบือน วิธีการจัดฉากไม่เนียน เตือนใครทำอะไรไม่ตรงไปตรงมาจะเกิดปัญหาเอง บี้รัฐฟังเสียงนานาชาติท้วงติงเปิดกว้างแสดงความคิดเห็น วอนนายกฯอย่าหลอกตัวเอง “หญิงหน่อย” ประกาศไม่รับร่าง รธน. เหตุแปรรูปโครงการ 30 บาทจนเสียหลักการ ด้าน ปชป.ตามอัดรัฐบาล-กกต. อ่อนพีอาร์ เผยรายชื่อ ขรก.ส่อทุจริตลอต 4 สตง.ชงชื่อ “สุขุมพันธุ์” ให้นายกฯใช้ ม.44 เชือด แต่ ศอตช.ยังอุบไต๋ รอบิ๊กรัฐบาลเป็นคนเผยช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันลงประชามติ 7 ส.ค. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รวมทั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ต่างระดมสรรพกำลังรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธ์ิ รวมทั้งชี้แจงทำความเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่ โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เชื่อมั่นว่าถึงเวลานี้ประชาชนส่วนใหญ่ตัดสินใจแล้วว่าจะลงประชามติอย่างไร สอดคล้องกับผลโพลที่สำรวจว่าคนเกือบ 70% พร้อมที่จะเข้าคูหาลงคะแนนแล้ว

“วิษณุ” ชี้คนตัดสินใจประชามติแล้ว

เมื่อวันที่ 16 ก.ค. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีมีการตั้งข้อสังเกตว่าจดหมาย เอกสารเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญปลอมที่แจกจ่ายในหลายจังหวัดเกิดจากฝีมือเจ้าหน้าที่รัฐเองหรือไม่ว่า มีสิทธิ์จะสงสัย ไม่เป็นไร รัฐมีหน้าที่ตามจับเพื่อให้ได้ตัวผู้กระทำผิดมา อย่างการจับผู้ร้ายได้ก็มองว่าเป็นการจับแพะหรือเปล่า ไม่ได้แปลกประหลาดอะไร ดีแล้วต้องคิดให้หลากหลายเอาไว้ เจ้าหน้าที่ก็ต้องคิดหาทางจับจนได้ ทั้งนี้ไม่คิดว่าการมีเอกสารร่างรัฐธรรมนูญปลอมออกมาจะมีผลต่อการตัดสินใจลงประชามติของประชาชน เพราะเชื่อว่าขณะนี้คนตัดสินใจแล้วว่าจะเอาอย่างไร แม้ยังไม่ได้อ่านหรือยังไม่ได้รับร่างรัฐธรรมนูญก็ตาม เมื่อถามว่า หากผู้มาออกเสียงประชามติไม่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ผลที่ออกมาจะมีความชอบธรรมหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า มันก็คือประชามติ อย่างการเลือก ส.ส.ใน กทม. เคยมีคนชนะได้เพียงไม่กี่พันคะแนนก็มีมาแล้ว ในเมื่อระบบมันเป็นอย่างนั้น จะให้ว่าอย่างไร

กกต.เดินหน้าพีอาร์ทุกช่องทาง

นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการรณรงค์ออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้ กกต.ได้เร่งประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อทุกช่องทาง ทั้งสื่อโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ สื่อออนไลน์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และสื่ออื่นๆ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนออกมาใช้สิทธ์ิออกเสียงให้มากที่สุด การทำงานของ กกต.ที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีความกังวลใด สำหรับความคืบหน้าประเด็นร้องเรียนการทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ขณะนี้มีประชาชนทยอยแจ้งเบาะแสการกระทำผิดต่างๆ ผ่านแอพพลิเคชั่นตาสับปะรด จำนวน 74 เรื่อง ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง ขณะเดียวกันทาง กกต.ยังได้รับแจ้งเบาะแสจากหน่วยข่าวตามพื้นที่จังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศอีก 76 เรื่อง ส่วนการดำเนินคดีอาญากับผู้ที่กระทำผิด เบื้องต้น กกต.ส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนของแต่ละท้องที่ดำเนินการแล้ว จำนวน 11 เรื่อง และอยู่ระหว่างการตรวจสอบอีก 5 เรื่อง

กรธ.ร่อนแผ่นพับ 6.5 ล. ช่วงหยุดยาว

นายเธียรชัย ณ นคร กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ในฐานะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์และสำรวจความคิดเห็นของประชาชน กล่าวว่า ผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ต่อการออกเสียงลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 7 ส.ค. รอบล่าสุด ที่ระบุว่า ประชาชนจำนวนกว่าร้อยละ 60 ยังไม่ตัดสินใจว่าจะโหวตรับหรือไม่รับ จะมีความชัดเจนมากขึ้นในสัปดาห์หน้า เพราะ กรธ.ได้ขอความร่วมมือกับ ปั๊ม ปตท. ปั๊มบางจาก ห้างสรรพสินค้า ตลอดจนหน่วยงานด้านการขนส่ง ช่วยแจกแผ่นพับสรุปสาระ สำคัญ 9 ข้อ ของร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 6.5 ล้านแผ่นให้ประชาชนในช่วงหยุดยาว 5 วัน โดย 2.5 ล้าน จะแจกในเขต กทม. ส่วนอีก 4 ล้าน แจกตามต่างจังหวัด เชื่อว่าแผ่นพับนี้จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึง และเข้าใจเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญมากขึ้นกว่าเดิมที่มีการจัดอบรมครู ก ข ค และการจัดส่งเอกสารของ กกต.ที่ต้องใช้เวลา เพราะพกพาได้ง่าย สามารถหยิบมาอ่านได้ทุกเวลา จึงมั่นใจว่าตัวเลขจากโพลจะมีการขยับอย่างแน่นอน

คนเกือบ 70% พร้อมเข้าคูหาแล้ว

วันเดียวกัน “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,233 คน ระหว่างวันที่ 11-15 ก.ค. เรื่อง “สมหวัง” และ “ผิดหวัง” การลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 7 ส.ค. 2559 สรุปผลดังนี้ ร้อยละ 77.62 เห็นว่าในช่วงเวลาที่เหลือหน่วยงานที่รับผิดชอบต้องเร่งรณรงค์และประชาสัมพันธ์ให้ทั่วถึงมากขึ้น ร้อยละ 64.72 คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ ไม่เข้าใจในเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ และร้อยละ 60.03 ขอให้ทุกคนมีสติและใช้วิจารณญาณในการรับฟังข้อมูลข่าวสารด้านการเมือง เมื่อถามถึงสิ่งที่ประชาชน “สมหวัง” ในการจะลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ วันที่ 7 ส.ค. ร้อยละ 80.29 ระบุว่า ประชาชนจะได้มีส่วนร่วมในการใช้สิทธิลงประชามติและตัดสินใจด้วยตัวเอง ร้อยละ 67.40 บ้านเมืองมีความก้าวหน้า มีแนวโน้มที่ดีที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย และ ร้อยละ 57.18 มีการลงประชามติเกิดขึ้นตามวัน เวลาที่กำหนด เมื่อถามว่า สิ่งที่ประชาชน “ผิดหวัง” ในการจะลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ร้อยละ 76.16 เห็นว่า ยังมีความขัดแย้งแตกแยก แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ใส่ร้ายโจมตีกันไปมา ร้อยละ 70.56 ถูกจำกัดสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และร้อยละ 68.37 ประชาชนบางกลุ่มยังไม่ค่อยรู้และเข้าใจเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญเท่าที่ควร โดยขณะนี้กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 69.10 พร้อมแล้วที่จะไปลงประชามติ ขณะที่ร้อยละ 30.90 ยังไม่พร้อม

“บิ๊กป้อม” ยันไม่มีจัดฉากทำ จ.ม.ปลอม

ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีหัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ให้ กสทช. มีอำนาจปิดสถานีโทรทัศน์ได้โดยไม่ผิดกฎหมายว่า ส่วนใหญ่เห็นด้วย เพราะไม่ได้ปิดกั้น ถ้าคิดว่าไม่ได้ไปล่วงละเมิดใครก็ไม่ต้องเดือดร้อน เจ้าหน้าที่มีหลักเกณฑ์การปฏิบัติอยู่แล้ว ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาปิดสถานีโทรทัศน์พีซทีวี เพราะเจ้าหน้าที่ดำเนินการกับทุกคน ถ้าทุกอย่างเป็นความจริงก็ไม่มีปัญหา แต่สิ่งสำคัญคืออย่าบิดเบือน ส่วนที่คณะทูตหลายประเทศต้องการให้รัฐบาลเปิดกว้างการแสดงความเห็นช่วงโค้งสุดท้ายก่อนทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญนั้น ปัจจุบันมีการเปิดเวทีอยู่แล้ว คณะทูตคงไม่ทราบ และมีช่องทางต่างๆ มากมาย แต่ขออย่าบิดเบือน กสทช.จะดูเรื่องการบิดเบือน หากเป็นเรื่องจริงสื่อก็ยังทำหน้าที่ได้ตามปกติ สำหรับจดหมายบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญนั้น ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ การมีตราครุฑบนซองจดหมายนั้น คิดว่าใครก็ทำได้ ยืนยัน คสช.และเจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้สร้างสถานการณ์ แต่มีคนพยายามทำให้การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญล้ม เจ้าหน้าที่กำลังตามหา ตนก็ทราบแล้ว ขณะนี้รอดำเนินการ

ซัดมีพวกป่วนใกล้วันประชามติ

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์ติดตามสถานการณ์โดยรวมของประเทศ พบว่ามีแนวโน้มเป็นบวก ทั้งด้านความสงบเรียบร้อย เศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นของต่างประเทศ เป็นผลดีต่อการขับเคลื่อนประเทศตามโรดแม็ปและการปฏิรูป ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามกฎหมาย ทำให้บ้านเมืองเป็นปกติสุข แต่มีบางกลุ่มพยายามสร้างความปั่นป่วนช่วงใกล้วันลงประชามติ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ติดตามความเคลื่อนไหว เพื่อป้องปรามพฤติกรรม ภายใต้กรอบของกฎหมาย

คสช.ไม่กังวลอียูกดดันเปิดกว้าง

พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ รองหัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ ส่วนงานรักษาความสงบ สำนักเลขาธิการคสช. กล่าวถึงกรณีคณะผู้แทนสหภาพยุโรป (อียู) ประจำประเทศไทย เผยแพร่บทความแสดงความคิดเห็น เรื่อง “ข้อเรียกร้องให้มีการอภิปรายการลงประชามติได้อย่างเปิดกว้าง” ว่า เชื่อว่านานาชาติเข้าใจการบริหารราชการแผ่นดินของ คสช. มีความจำเป็นต้องเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อรักษาความสงบ เป็นไปตามกรอบโรดแม็ป ขอยืนยันว่า คสช.ไม่ได้ดำเนินการอะไรที่ไปละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนเลย กลุ่มผู้เห็นต่างสามารถเคลื่อนไหวได้

“อาจจะมีคนให้ข้อมูลในทางที่บิดเบือนว่าต้องเป็นเช่นนั้น เช่นนี้ ก็ไม่เป็นไร ในเมื่อเขามีท่าทีแบบนี้มา เราก็ใช้การอธิบายทำความเข้าใจ ไม่มีอะไรที่ยุ่งยากหรือเป็นที่ลำบากใจมากนัก” พ.อ.ปิยพงศ์กล่าว

“ชัยเกษม” จับพิรุธวิธีการไม่เนียน

นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรม แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีพบจดหมายบิดเบือนเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญแจกจ่ายในหลายจังหวัดภาคเหนือว่า บางทีสิ่งที่เห็นอาจไม่ได้เป็นจริง ดูตลกๆ ทั้งเป็นซองครุฑราชการ ส่งไปเฉพาะภาคเหนือ พูดง่ายๆเป็นพื้นที่ที่พรรคเพื่อไทยมีเสียงอยู่ค่อนข้าง มาก และถ้าทางการเมืองจะทำ ไม่ทำที่เดียว เขาทำกันทั้งประเทศ ทำในพื้นที่ที่ไม่ค่อยมีเสียงเท่าไหร่ ที่มีเสียงอยู่ค่อนข้างมากอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องทำ น่าสังเกตว่าตอนนี้รัฐบาลและ คสช. พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่าน แสดงให้เห็นว่าเริ่มไม่มั่นใจว่าจะผ่าน เพราะอะไรที่มันไม่ดีจริงก็ต้องชวนเชื่อ โฆษณามากหน่อย หรือสันนิษฐานไว้ก่อนเลย มันไม่ดีจริง อะไรก็ตามถ้าทำถูกต้องจะผ่านพ้นไปได้ หากทำอะไรที่หลบเรื่องนั้นเรื่องนี้ไว้ ไม่ตรงไปตรงมา มันทำอะไรได้ยาก ทางออกที่ดีควรให้ทุกคนมีส่วนร่วมเหมือนร่างรัฐธรรมนูญปี 40 ที่มีการยอมรับสูง

“ปึ้ง” จี้รัฐฟังข้อเรียกร้องนานาชาติ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า กรณีที่สถานทูตของอียู 20 กว่าประเทศ รวมถึงสถานทูตสหรัฐฯ และแคนาดา ในประเทศไทยได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันแสดงความห่วงใยและเรียกร้องให้รัฐบาล คสช.เปิดกว้างให้ทุกฝ่ายแสดงความคิดความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญได้อย่างเสรี ในช่วงก่อนการทำประชามตินั้น ถือว่าไม่ใช่เรื่องธรรมดา รัฐบาล คสช.จะแกล้งทำเป็นทองไม่รู้ร้อนไม่ได้ หาก คสช.ไม่ให้ความสำคัญต่อการเรียกร้องดังกล่าว เชื่อว่าในอนาคตจะมีมาตรการอื่นๆตามมา อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ด้านอื่นๆ ทั้งการลงทุน ท่องเที่ยว โดยประเทศกลุ่มนี้จัดได้ว่าเป็นลูกค้าชั้นดีและจัดเป็นกลุ่มผู้บริโภครายใหญ่ของไทยแทบทั้งสิ้น

เย้ย “บิ๊กตู่” รู้ดีอย่าหลอกตัวเอง

นายสุรพงษ์กล่าวว่า สำหรับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลทหาร ผู้ประกอบการค้าขาย นักลงทุน นักธุรกิจ พ่อค้าแม่ขายทั้งหลายก็พึงตระหนักเอาไว้ด้วยก่อนที่มันจะสายเกินแก้ หัวหน้า คสช.น่าจะรู้ดีว่าเขาคิดกับเราอย่างไรกันบ้างในเวทีการประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรป ที่มองโกเลียที่ไปร่วมประชุมมา ผู้นำยุโรปเขามีความรู้สึกกับไทยเราอย่างไรบ้าง คงจะสัมผัสได้ดีด้วยตัวของท่านเอง ถ้าไม่คิดที่จะหลอกตัวเอง


“สุดารัตน์” ไม่รับร่าง 30 บาทไม่เท่าเทียม

วันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำกลุ่ม กทม. พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญว่า ในรัฐธรรมนูญปี 2540 มาตรา 52 ระบุว่า “บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับบริการทางสาธารณสุขที่ได้มาตรฐาน” และในรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 51 ระบุว่า “บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับบริการทางสาธารณสุขที่เหมาะสมและได้มาตรฐาน” แต่ในร่างที่กำลังจะทำประชามติ มาตรา 47 ระบุเพียงว่า “บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับบริการสาธารณสุขของรัฐ” โดยไม่มีคำว่า “เสมอกัน” และ “ได้มาตรฐาน” ออกไป ผู้ยากไร้ที่มีสิทธิได้รับบริการสาธารณสุขของรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่อาจทำให้การบริการมีมาตรฐานแตกต่าง ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นรากฐานความคิดทางประชาธิปไตยเรื่อง “สิทธิที่เกิดเป็นมนุษย์” หรือ “สิทธิมนุษยชน” ที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญของผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ความเท่าเทียมนี้คือปรัชญาหลักของโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือ 30 บาทรักษาทุกโรค เมื่อตัดสาระสำคัญดังกล่าวออก ขอตั้งคำถามว่า อะไรจะเป็นหลักประกันว่าต่อไปประชาชนในโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าจะได้รับการรักษาพยาบาลที่ได้มาตรฐานเสมอกัน ตนขอใช้สิทธิส่วนตัว “ไม่เห็นชอบ” กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามตินี้

ปชป.จวกรัฐ–กกต.อ่อนพีอาร์

นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อยากรู้ว่าหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติจะนำเอาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใดมาใช้แทน ขอเรียกร้อง คสช.ชี้แจงให้ประชาชนทราบ เพื่อความเป็นธรรม เพราะส่งผลต่อการตัดสินใจลงประชามติของประชาชน ส่วนการชี้แจงสาระในร่างรัฐธรรมนูญช่วงโค้งสุดท้ายเห็นว่า คสช. กกต. และรัฐบาลกำลังวิ่งตามเอกสารความเห็นแย้ง ความเห็นต่างที่กลุ่มเคลื่อนไหวแจกจ่ายออกมามากว่า จะไปจริงจังกับการชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญให้กับประชาชนทราบ แทนที่จะใช้โอกาสนี้ชี้แจงประชาชนตรงๆว่าจุดใดของความเห็นแย้งไม่จริงและจุดไหนจริง เวลาที่เหลือแค่ 2 อาทิตย์ ประชาชนยังไม่ได้รู้ข้อมูลที่แท้จริงในร่างรัฐธรรมนูญ แล้วผลการลงประชามติจะสะท้อนเจตนาที่แท้จริงของประชาชนได้อย่างไร

เผย สตง.ส่งชื่อผู้ว่าฯ กทม.ส่อโกงลอต 4

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถึงรายชื่อข้าราชการที่อาจเกี่ยวข้องกับการทุจริตลอต 4 ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบของ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ก่อนเสนอให้นายกรัฐมนตรีใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวพิจารณาว่า รายชื่อที่ สตง.เสนอไปยังศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) มีจำนวนมาก ทั้งหัวหน้าส่วนราชการระดับอธิบดี นายกฯองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น โดยมีรายชื่อของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. และผู้บริหาร กทม.รวมอยู่ด้วย แต่จะมีการใช้มาตรา 44 ดำเนินการหรือไม่นั้น อยู่ที่การพิจารณาของ ศอตช. รวมทั้งนายกรัฐมนตรี

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับการตรวจสอบการจัดซื้อรถดับเพลิงขนาดเล็กของ กทม.นั้น สตง.กำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบว่าพัวพันถึงใครบ้าง โดยตั้งข้อสังเกตว่าได้แจ้งเตือนไปก่อนทำสัญญา และตรวจรับรถดับเพลิงดังกล่าวไปยังผู้ว่าฯ กทม.ถึง 2 ครั้ง หากตรวจพบมีความผิดจริงคงยากที่จะปฏิเสธความผิดชอบได้

ศอตช.อุบไต๋ให้ “วิษณุ–บิ๊กต๊อก” พูด

นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ในฐานะเลขาธิการศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) กล่าวถึงบัญชีรายชื่อข้าราชการที่อาจเกี่ยวข้องการทุจริตลอต 4 ที่ส่งให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีแล้วว่า นายวิษณุและ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธาน ศอตช.จะเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียด ยังต้องรอความชัดเจนก่อน พูดไปก่อนไม่ดี ส่วนความคืบหน้าการดำเนินการใน 3 บัญชีก่อนนี้ คืบหน้าไปมาก เมื่อต้นสังกัดแจ้งมา ตนได้ส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และ สตง.ตรวจสอบ แล้วทำความเห็นเสนอ พล.อ.ไพบูลย์ เสร็จแล้วเสนอขึ้นไปยังนายกฯ ส่วนต้นสังกัดไหนล่าช้า ได้สอบถามเร่งรัดไป โดยนายกฯขอให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วตามกฎหมาย

“บิ๊กตู่” ร่ายมนต์สะกดผู้นำอาเซม

สำหรับภารกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่เดินทางไปร่วมการประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรป (อาเซม : ASEM) ครั้งที่ 11 ที่กรุงอูลานบาตอร์ ประเทศมองโกเลียนั้น เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 16 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่น (เร็วกว่าไทย 2 ชม.) พล.อ.ประยุทธ์เข้าร่วมการประชุมผู้นำอาเซมอย่างไม่เป็นทางการ พร้อมกล่าวถ้อยแถลงหัวข้อ “การส่งเสริมสามเสาหลักของอาเซม” ว่า โลกปัจจุบันเป็นโลกไร้พรมแดน เทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคมรวดเร็ว ทำให้เอเชีย-ยุโรปใกล้ชิดกันมากขึ้น แต่ปัญหาต่างๆมีแนวโน้มจะส่งผลในมิติข้ามชาติมากขึ้น ดังนั้นต้องร่วมมือกัน เพราะโลกทุกวันนี้มิใช่ หนึ่งประเทศ หนึ่งจุดหมายอีกต่อไป แต่เป็นหนึ่งโลกหนึ่งจุดหมาย สำหรับเอเชียนั้น ความขัดแย้งจากพื้นที่บางส่วนยังเป็นความท้าทายต่อความมั่นคงทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม เราไม่ควรขยายความขัดแย้ง แต่ควรหาหนทางอย่างสร้างสรรค์ในการนำพื้นที่แห่งความขัดแย้งสู่พื้นที่แห่งความร่วมมือ ประเทศต่างๆทั้งในและนอกภูมิภาคจึงพึงร่วมมือกัน โดยยึดหลักความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ความเคารพกัน และผลประโยชน์ร่วมกัน ทุกประเทศต้องเคารพกฎกติการะหว่างประเทศเพื่อดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างกัน

โชว์กึ๋นแก้ผู้อพยพ-ค้ามนุษย์

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ปัญหาท้าทายที่ทั้งเอเชีย-ยุโรปกำลังเผชิญอยู่ และมีความเชื่อมโยงมิติความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม ได้แก่ ปัญหาการโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติ ทั้งความไม่สงบในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือเป็นวิกฤติด้านมนุษยธรรมที่ยืดเยื้อ ที่ผ่านมาไทยมีบทบาทสำคัญในการจัดการประชุมว่าด้วยการโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดีย 2 ครั้ง พร้อมจะแบ่งปันประสบการณ์กับยุโรป ส่วนปัญหาการค้ามนุษย์ รัฐบาลไทยกำหนดให้การแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์เป็นวาระแห่งชาติ มุ่งมั่นขจัดให้หมดไปจากประเทศ แต่ต้องอาศัยเวลาและความอดทน เป็นความรับผิดชอบร่วมกัน จะไม่ผลักภาระให้ประเทศใดเพียงลำพัง ควรแก้ไขที่ต้นเหตุโดยพัฒนาการศึกษา คุณภาพชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำ ขจัดความอยุติธรรม คำนึงถึงความพร้อมของแต่ละประเทศ

แนะแสวงหาหุ้นส่วนยุทธศาสตร์

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับผู้สื่อข่าวถึงผลการประชุมอาเซมว่า การประชุมครั้งนี้ได้ทบทวนว่า สิ่งที่สมาชิกดำเนินการมา 20 ปี มีอะไร และจะเดินหน้าในทศวรรษที่ 3 อย่างไร แนวทางคือการแสวงหาความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ เพื่อสนับสนุนกันและกัน คำนึงถึงความเท่าเทียมกัน อาเซมควรขับเคลื่อนความเชื่อมโยงให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ทั้งด้านกายภาพและด้านที่จับต้องไม่ได้ นอกจากนี้ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมอาเซมว่า อย่าห่วงเรื่องสถานการณ์ในประเทศไทย ตนพยายามทำให้ดีที่สุดในการทำให้ประเทศไทยเข้มแข็ง เดินไปสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ หลังพูดเสร็จก็มีเพื่อนสมาชิกเข้ามาทักทายชื่นชม เพราะรู้ว่าตนทำอะไรอยู่ ติดอยู่แค่คำเดียวคือ การเลือกตั้งเท่านั้น ซึ่งเขาเข้าใจ บอกให้เราทำให้สำเร็จก็แล้วกัน ขณะเดียวกันได้ฝากให้ประธานาธิบดีมองโกเลียดูแลบริษัทไทยที่มาลงทุนในมองโกเลีย เพื่อเป็นตัวอย่างให้บริษัทอื่นๆมาลงทุน เพราะต้องอาศัยความเชื่อมั่น และคำนึงถึงกฎระเบียบเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา

ชอบใจได้ม้าชื่อพระจันทร์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการร่วมกิจกรรมทางวัฒนธรรม และชมการแสดงการแข่งขันกีฬาพื้นเมืองของมองโกเลียของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เมื่อวันที่ 15 ก.ค. นายซักเคีย แอลแบคดอร์จ ประธานาธิบดีมองโกเลีย ได้มอบม้าให้ผู้นำทุกคน โดยม้าของ พล.อ.ประยุทธ์ ชื่อ Moon ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ชื่อม้าบังเอิญตรงกับนามสกุลของผมพอดีเลย”

เสริมเขี้ยว ตม.รับมือก่อการร้าย

พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงการรับมือการก่อการร้าย ภายหลังเกิดเหตุก่อการร้ายที่ประเทศฝรั่งเศสว่า วันนี้ใช้มาตรการทางทหารอย่างเดียวไม่ได้แล้ว ต้องใช้ระบบไอทีมาช่วยในส่วนของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ซึ่งรัฐบาลกำลังดำเนินการจัดซื้อเครื่องมือตรวจใบหน้า และพิมพ์ ลายมือพร้อมกัน ได้กำชับว่าการจัดซื้อต้องคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ สามารถอัพเกรดได้ ต้องเชื่อมต่อทุกสนามบิน และเชื่อมต่ออุปกรณ์ของ ตม. ถ้ามีผู้ต้องสงสัยเดินทางเข้าประเทศจะรู้ และสามารถจับกุมได้ทันที เราต้องบูรณาการพัฒนาระบบ ตม. ศุลกากร การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ทหาร ตำรวจร่วมกัน ที่ผ่านมาต่างคนต่างทำ การแก้ไขปัญหาก่อการร้ายต้องแสวงหาความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ได้คุยกับมาเลเซียแล้ว ต้องแก้ปัญหาแบบพันธมิตร วันนี้ประเทศไทยไม่ใช่คู่ขัดแย้งคนของเราไม่ได้ไปร่วมในขบวนการ ดังนั้น อย่าไปดึงศึกเข้าบ้าน ทุกฝ่ายต้องช่วยกันระมัดระวัง

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีสถานการณ์ก่อการร้ายในต่างประเทศว่า ยืนยันว่าในประเทศไทยไม่มี หน่วยข่าวกรองก็ไม่ได้รายงาน แต่ทางเจ้าหน้าที่มีการเตรียมการอยู่แล้ว

“บิ๊กตู่” แจงใช้ ม.44 ติดดาบ กสทช.

เย็นวันเดียวกัน เวลา 17.45 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินกลับจากประเทศมองโกเลีย ถึงคำสั่ง คสช.ให้อำนาจ กสทช.ควบคุมสื่อ ว่าต้องการให้คณะกรรมการกล้าทำงาน ไม่ใช่ว่าเลือกใครข้างใดข้างหนึ่ง ใครผิดก็ต้องดำเนินการ รวมถึงมีสิทธิที่จะฟ้องร้องได้ ถ้าตนจะลิดรอนสื่อจริง ก็ต้องให้ปิดทั้งหมด ใครเคยดูช่องที่ว่านี้ไหม รับได้ไหมที่เขาพูด เป็นญาติกันหรือเปล่า พูดฟังได้ไหมที่พูดทุกวันๆนั่นน่ะ เรื่องนี้ต้องลงโทษ กสทช.ด้วยซ้ำ ว่าทำไมไม่แก้ไข ไม่ตักเตือนไม่ปรับปรุง แล้วจะมี กสทช.ไว้ทำไม เมื่อถามว่า สื่อยังคงเสนอความเห็นได้ตามปกติหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า รู้อยู่แล้วว่าขอบเขตอยู่ตรงไหน ถ้าอะไรที่ขัดแย้งหรือบิดเบือน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงก็เรียกมาคุยกัน ก็จบแล้ว

“กลุ่มพลังมด” นั่งอ่าน รธน.เฉยๆ

เมื่อเวลา 17.00 น. ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่ง กรุงเทพมหานคร สี่แยกปทุมวัน “กลุ่มพลังมด” ที่นัดหมายแนวร่วมผ่านโซเชียลมีเดีย เดินทางมารวมตัวเพื่อนั่งอ่านร่าง รธน.เฉยๆ แสดงออกถึงการถูกลิดรอนสิทธิในการวิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยจับเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 2-3 คน ทำให้เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ที่มาสังเกตการณ์ทำอะไรไม่ได้ เพียงแค่บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน โดย น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา พิธีกรรายการโทรทัศน์ และ น.ส.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ นักวิชาการอิสระ นำเอกสารคำอธิบายสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ จัดทำโดย กรธ. เอกสารแถลงการณ์คณะนิติราษฎร์ต่อรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติ และเอกสารความเห็นแย้ง คำอธิบายสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ 10 เรื่องที่ควรรู้ของกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ หรือเอ็นดีเอ็ม มานั่งอ่านเฉยๆ บนลานสายวอล์ก พร้อมทั้งวางไว้ให้ผู้สนใจมารับไปอ่านต่อ ขณะที่กลุ่มแนวร่วมอีกจำนวนหนึ่งก็มายืนๆนั่งๆอ่านเอกสารร่าง รธน.กลุ่มละไม่เกิน 3 คน โดยมีแกนนำต้าน คสช.คนสำคัญๆอย่างนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นศ.รัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กลุ่มพลเมืองโต้กลับ กลุ่มเอ็นดีเอ็ม เดินทางมาร่วมด้วย