วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ตุรกี' รัฐประหาร กบฏแพ้ จับ-ปลด5พล.อ.

เจอประชาชนลุกฮือต่อต้าน ยิงปะทะตาย194เจ็บนับพัน

รัฐบาลตุรกีจัดเต็ม ปราบกลุ่มทหารที่พยายามก่อรัฐประหารยึดอำนาจราบคาบ ยึดคืนสถานที่สำคัญได้ทั้งในกรุงอังการาและนครอิสตันบูล หลังได้พลังประชาชนร่วมลุกฮือต่อต้าน ร่วมมือตำรวจเข้าควบคุมตัวทหารนอกแถวได้เพียบ โดยทางการประกาศยอดผู้เสียชีวิตจากการปะทะ 194 ราย บาดเจ็บเป็นพันคน จับกุมทหารที่ร่วมก่อรัฐประหารได้กว่าสองพันนาย แต่ยังไร้แววแกนนำก่อรัฐประหาร ด้านนานาชาติพร้อมใจประณามความพยายามก่อรัฐประหาร และหนุนเต็มที่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ขณะเดียวกัน ปลัด ทส. ยันคณะผู้แทนไทยไปประชุมคณะกรรมการมรดกโลก 19 คนในตุรกีปลอดภัยดี รอดูรัฐบาลตุรกีจัดประชุมมรดกโลกต่อหรือไม่ ด้านโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ยันสถานการณ์ยังไม่ถึงขั้นที่ต้องอพยพคนไทยกลับ

ทหารนอกแถวในตุรกีพยายามทำรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลประธานาธิบดี เรเจป ตอยยิบ เออร์โดกัน ในครั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 16 ก.ค. ถึงเหตุความไม่สงบทางการเมืองในตุรกี หลังกองกำลังทหารกลุ่มหนึ่งพยายามก่อเหตุสร้างความปั่นป่วนไปทั่วทั้งนครอิสตันบูล และกรุงอังการา ตั้งแต่ช่วงกลางดึกวันศุกร์ที่ 15 ก.ค. แต่หลังมีการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำลังที่สนับสนุนรัฐบาลและพลังต่อต้านจากประชาชนตลอดคืนทำให้ในช่วงสายวันที่ 16 ก.ค.มีรายงานว่า ทหารที่พยายามทำรัฐประหารก็ถูกจับกุมเป็นจำนวนมาก และกองกำลังฝ่ายรัฐบาลได้เข้าปลดอาวุธและยึดคืนสถานที่สำคัญที่ถูกอีกฝ่ายยึดไว้ได้เกือบทั้งหมด

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีเออร์โดกัน ซึ่งอยู่ระหว่างไปพักผ่อนที่เมืองตากอากาศ “มาร์มาริส” ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ รีบเดินทางกลับนครอิสตันบูลด้วยเครื่องบิน และแถลงข่าวผ่านโทรศัพท์มือถือจากสนามบินนครอิสตันบูล ถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ไปทั่วประเทศ ประณามความพยายามก่อรัฐประหารว่าเป็น “การก่อกบฏ” พวกที่กระทำต้องจ่ายค่าตอบแทนอย่างสาสม และยืนยันว่ารัฐบาลยังอยู่ในอำนาจ รวมถึงยังเรียกร้องให้ประชาชนออกมาต่อต้านการรัฐประหาร ซึ่งประชาชนจำนวนมากก็ทำตาม ด้วยการออกมาต่อสู้กับฝ่ายก่อรัฐประหาร ทำให้เกิดการปะทะกันหลายจุด รวมทั้งที่จัตุรัสทักซิมในนครอิสตันบูล ซึ่งมีเสียงปืนและระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว

ตามรายงานข่าว เดิมที กลุ่มกบฏนำเครื่องบินรบและเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินว่อนเหนือท้องฟ้า และเคลื่อนขบวนรถถังปิดสะพานในนครอิสตันบูล ตามด้วยเกิดเสียงปืนและระเบิดดังสนั่นไปทั่วทั้งนครอิสตันบูล และกรุงอังการา ซึ่งช่วงชั่วโมงแรกๆของความพยายามก่อรัฐประหาร สนามบินหลายแห่งถูกปิด และการเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์ก็ถูกตัดขาดหมด จากนั้นก็เข้ายึดสถานีโทรทัศน์ ทีอาร์ที เพื่อประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศและกฎอัยการศึก โดยบังคับให้พิธีกรของทางสถานีฯ อ่านแถลงการณ์ตามอำนาจคำสั่งของกองทัพตุรกี โดยกล่าวหาว่ารัฐบาลบ่อน ทำลายประชาธิปไตย ประเทศชาติสมควรเดินหน้าบริหารประเทศโดย “สภาสันติภาพ” ซึ่งจะให้ความปลอดภัยกับประชาชน พร้อมกันนี้มีรายงานว่าขบวนรถถังบุกเข้าโจมตีอาคารรัฐสภาถึง 3 ระลอก และมีการยิงต่อสู้กันระหว่างกองทัพกับทหารที่ก่อรัฐ ประหารในหลายจุด เสียงปืนดังสนั่นไปทั่วทั้งสองเมืองหลักของตุรกี

แต่หลังจากนั้นไม่นาน นายกรัฐมนตรี บินาลี ยิลดีริม ได้เปิดเผยว่า แม้กลุ่มกบฏในกรุงอังการาและนครอิสตันบูลยังคงโจมตีทางอากาศ แต่ทางรัฐบาลก็จับกุมผู้เกี่ยวข้องไว้ได้แล้วหลายร้อยคน โดยรัฐบาลจะไม่ปล่อยให้เกิดการกระบวนการขัดขวางประชาธิปไตย ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย โดยสำนักข่าวต่างประเทศพร้อมใจรายงานสถาน การณ์ความไม่สงบในตุรกีอย่างต่อเนื่องตลอดวัน ซึ่งมีภาพทหารหลายสิบนายที่สนับสนุนการก่อรัฐประหารออกมายอมจำนนที่กลางสะพานบอสฟอรัส ในนครอิสตันบูล ซึ่งทางสถานีโทรทัศน์เอ็นทีวี รวมสำนักข่าวอะนาโดลู กระบอกเสียงของรัฐ รายงานว่า มีทหารถูกจับกุม 50 นาย อีกทั้งยังแพร่ภาพให้เห็นฝูงชนที่สนับสนุนประธานาธิบดีเออร์โดกัน ขึ้นไปกระโดดโลดเต้นอยู่บนรถถังคันหนึ่ง พร้อมตะโกนส่งเสียงเชียร์ประกาศชัยชนะและโบกธงชาติปลิวไสวไปมา

ต่อมา สำนักข่าวอะนาโดลู รายงานว่า ยอด ผู้เสียชีวิตจากความรุนแรงและการสู้รบระหว่างการก่อรัฐประหารเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 90 ศพ มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 1,154 คน ส่วนทหารที่เกี่ยวข้องกับการก่อรัฐประหารถูกจับกุมแล้ว 754 นายทั่วประเทศ รวมทั้งทหารที่ศูนย์บัญชาการกองทัพในกรุงอังการาเกือบ 200 นาย แต่ปฏิบัติการยึดศูนย์บัญชาการกองทัพคืนยังดำเนินอยู่ ด้านประธานาธิบดีเออร์โด– กันแถลงผ่าน “ทวิตเตอร์” ว่า อาจมีความพยายามก่อรัฐประหารอีกได้ทุกเมื่อ ทหาร ตำรวจฝ่ายรัฐบาลจึงต้องเข้าควบคุมท้องถนนไว้ก่อน แต่ขณะนี้ รัฐบาลสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้แล้ว

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่อาวุโสนายหนึ่ง ซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อและตำแหน่ง กล่าวว่า ทหารที่ถูกจับกุม มียศพันเอก 29 นาย และพลเอกอีก 5นายถูกปลดจากตำแหน่ง พร้อมกันนั้น นายกรัฐมนตรี บินาลี ยิลดีริม แต่งตั้งให้ พลเอกอูมิต ดันดาร์ ผู้บัญชาการทหารกองทัพภาคที่ 1 ซึ่งทำหน้าที่ดูแลกองกำลังภาคพื้นดิน ขึ้นดำรงตำแหน่งรักษาการเสนาธิการทหารสูงสุด แทนพลเอกฮูลูซิ อาการ์ เสนาธิการทหารสูงสุด ที่ถูกฝ่ายรัฐประหารจับตัวไปเป็นตัวประกัน

ด้านอิหม่าม เฟตฮุลเลาะห์ กูเลน วัย 75 ปี ผู้นำทางศาสนาที่ทรงอิทธิพล ศัตรูคนสำคัญของ ปธน.เออร์โดกัน ได้ออกมาปฏิเสธข่าวที่ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความพยายามก่อรัฐประหารในตุรกีในครั้งนี้ พร้อมประณามการกระทำอย่างแข็งกร้าวที่สุด โดยแถลงว่า ในฐานะคนหนึ่งที่ต้องทนทุกข์กับการก่อรัฐประหารของกองทัพหลายครั้งตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นการดูถูกอย่างยิ่งที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องเหตุการณ์ครั้งนี้ และขอปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง รัฐบาลสมควรชนะผ่านกระบวนการการเลือกตั้งเสรีภาพและยุติธรรมไม่ใช่ใช้กำลัง อีกทั้งตนจะสวดขอพรต่อพระเจ้าให้กับตุรกี ประชาชนชาวตุรกี และทุกคนที่อยู่ในตุรกี ขอให้สถานการณ์นี้คืนสู่สันติภาพโดยเร็ว

ในเวลาต่อมา พลเอกอูมิต ดันดาร์ รักษาการเสนาธิการทหารสูงสุดของตุรกีแถลงว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากความรุนแรงและการสู้รบระหว่างการก่อรัฐประหารพุ่งขึ้นเป็นอย่างน้อย 194 คน โดยแยกเป็นพวกที่ร่วมก่อรัฐประหารที่ถูกฆ่าตาย 104 คน ตำรวจ 41 นาย ทหาร 2 นาย และพลเรือน 47 คน และมีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 1,154 คน ส่วนทหารที่ร่วมก่อรัฐประหารถูกจับกุมแล้ว 1,563 นาย พลเอกดันดาร์ยังประกาศว่า ความพยายามก่อรัฐประหารถูกทำลายแล้ว และพลเอกฮูลูซิ อาการ์ เสนาธิการทหารสูงสุดคนเก่าที่ถูกจับตัวไปได้รับการปล่อยตัวแล้ว แต่ยังมีเหล่าผู้บัญชาการทหารจำนวนมากถูกจับเป็นตัวประกันไว้ในสถานที่ไม่เปิดเผย

ข่าวแจ้งอีกว่า แม้ยังไม่แน่ชัดว่าใครเป็นผู้นำสูงสุดในความพยายามก่อรัฐประหารครั้งนี้ แต่รัฐบาลตุรกีระบุว่าเป็น “ทหารกลุ่มหนึ่งในกองทัพ” ส่วนประธานาธิบดีเออร์โดกัน กล่าวหาว่า “โครงสร้างคู่ขนาน” คือผู้พยายามก่อรัฐประหาร ซึ่งเป็นการระบุอย่างชัดเจนว่าหมายถึงอิหม่าม เฟตฮุลเลาะห์ กูเลน ผู้นำศาสนาผู้ทรงอิทธิพล ศัตรูคนสำคัญของเออร์โดกัน ซึ่งไปลี้ภัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา

ด้านนายบินาลี ยิลดิริม นายกรัฐมนตรีตุรกี แถลงเพิ่มเติมที่กรุงอังการา ว่า รัฐบาลควบคุมสถานการณ์ได้โดยสิ้นเชิงแล้ว พวกแกนนำก่อรัฐประหารถูกจับกุมแล้ว ความพยายามก่อรัฐประหารครั้งนี้เป็น “จุดดำ” ของประชาธิปไตยตุรกี แม้โทษประหาร ชีวิตไม่ได้อยู่รัฐธรรมนูญ แต่ตุรกีจะพิจารณาแก้กฎหมายเพื่อลงโทษประหารชีวิตผู้ก่อกบฏ เพื่อรับประกันว่าเรื่องเช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก ประเทศใดก็ตามที่อยู่ข้างนายกูเลน ซึ่งเป็นผู้นำองค์กรก่อการร้าย ไม่ใช่มิตรของตุรกี และจะถูกมองว่าทำสงครามกับตุรกี

นายยิลดิริมยังระบุว่า มีผู้เสียชีวิตจากเหตุก่อรัฐประหารครั้งนี้ 161 คน บาดเจ็บอีก 1,440 คน ซึ่งยอดผู้เสียชีวิตนี้ไม่รวมถึงบรรดาผู้ร่วมก่อรัฐประหาร รวมทั้งบรรดาแกนนำผู้วางแผนถูกฆ่าตายประมาณ 20 คน บาดเจ็บกว่า 30 คน ส่วนทหารทั้งระดับสูงและระดับล่างที่ถูกจับกุมในข้อหาร่วมก่อรัฐประหารสูงถึง 2,839 นาย

อย่างไรก็ดี รัฐบาลตุรกีได้สั่งเปิด “ช่องแคบบอสฟอรัส” เรียบร้อย หลังสถานการณ์คลี่คลาย แต่ยังปิดน่านฟ้าเหนือภูมิภาค “มาร์มารา” ชั่วคราว ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงและความปลอดภัย ส่วนการประชุมขององค์การ “ยูเนสโก” ในนครอิสตันบูลในวันที่ 16 ก.ค. ก็ถูกระงับ ขณะที่สายการบินต่างๆ ของรัสเซียระงับเที่ยวบินปกติไปยังตุรกีทั้งหมด ส่วนจอร์เจียก็สั่งปิดพรมแดนติดกับตุรกีทั้งทางบกและทางอากาศ

วันเดียวกัน สถานีโทรทัศน์ “อีอาร์ที” ของกรีซ รายงานว่า เฮลิคอปเตอร์ “แบล็ค ฮอว์ค” ของกองทัพตุรกีลำหนึ่งบินไปลงฉุกเฉินที่สนามบินเมืองอเล็กซานดรูโพลิส ทางภาคเหนือของกรีซ โดยทหารในเฮลิคอปเตอร์ 8 นายถูกจับกุมและขอลี้ภัยทางการเมืองในกรีซ เชื่อว่าเป็นพวกทหารที่เกี่ยวข้องกับรัฐประหารในตุรกี

ด้านปฏิกิริยาจากนานาชาติส่วนใหญ่ประณามความพยายามก่อรัฐประหารครั้งนี้ โดยประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ แถลงหลังประชุมร่วมกับทีมที่ปรึกษาด้านความมั่นคง กระตุ้นให้ทุกฝ่ายในตุรกีสนับสนุนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของนายเออร์โดกัน ส่วนประเทศพันธมิตรของตุรกีในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทั้งอิหร่าน อิสราเอล ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ ต่างร่วมประณามการรัฐประหาร และแสดง ความยินดีกับนายเออร์โดกันที่สยบการรัฐประหารได้ ด้านนายฌอง มาร์ก เอย์โรต์ รมว.ต่างประเทศฝรั่งเศส หวังว่าประชาธิปไตยตุรกีจะเข้มแข็งยิ่งขึ้น ขณะที่นายเจนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) แถลงชื่นชมประชาชนตุรกีที่ออกมาตามท้องถนนจำนวนมากเพื่อร่วมต่อต้านความพยายามก่อรัฐประหาร จนทำให้การรัฐประหารล้มเหลวในที่สุด ส่วนรัฐบาลรัสเซียแถลงว่าพร้อมทำงานร่วมกับผู้นำที่ชอบธรรมของตุรกี

สำหรับคนไทยที่ยังตกค้างอยู่ที่นครอิสตันบูล ซึ่งรวมถึงคณะผู้แทนไทยที่ไปประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ครั้งที่ 40 ซึ่งประกอบด้วย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส ในฐานะผู้แทนถาวรไทยประจำยูเนสโก ทำหน้าที่หัวหน้าคณะ นางรวีวรรณ ภูริเดช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) นายประเสริฐ สอนสถาพรกุล ผอ.สำนักงานมรดกโลก กรมอุทยานแห่งชาติฯ นายวิชัย พรลีแสงสุวรรณ ผอ.ส่วนอุทยาน สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 กรมอุทยานแห่งชาติฯ นายมานะ เพิ่มพูล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ในช่วงบ่าย
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายเกษมสันต์ จิณณวาโส ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถึงการดูแลคณะเจ้าหน้าที่ทั้งหมดว่าเบื้องต้นตนได้รับรายงานจากนางรวีวรรณ ว่าได้ยินเสียงเฮลิคอปเตอร์บินอยู่เหนือโรงแรมที่พักตั้งแต่ช่วงหัวค่ำตามเวลาท้องถิ่นของตุรกีและมาทราบในภายหลังว่าเกิดรัฐประหาร ตอนนี้เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานจำนวน 19 คนอยู่ในโรงแรมที่พักและปลอดภัยดี ไม่มีปัญหา ซึ่งตนได้ย้ำว่าให้หลบอยู่ในโรงแรมก่อน และให้ปรึกษากับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส หัวหน้าคณะ เพื่อประเมินสถานการณ์ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศตุรกีว่าต้องทำอย่างไรบ้าง ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตฯ พร้อมดูแลคนไทยทุกคนอยู่แล้ว

นายเกษมสันต์กล่าวว่า เราอยู่ทางนี้ไม่สามารถคาดการณ์สถานการณ์ได้ดีเท่าสถานเอกอัครราชทูตฯ ในตุรกี แต่เบื้องต้นจากการติดตามข่าวทางการตุรกีสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว จากนี้ต้องรอดูว่ารัฐบาลตุรกีจะเดินหน้าจัดการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกต่อได้หรือไม่

ด้านนายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่มีคนไทยติดอยู่ในท่าอากาศยานอิสตันบูล อตาเติร์ก ที่นครอิสตันบูล รวมถึงคณะข้าราชการไทยจากกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มาประชุมคณะกรรมการมรดกโลกที่นครอิสตันบูล ว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีคนไทยร้องขอความช่วยเหลือใดเป็นพิเศษ โดยสถานการณ์ในขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นที่ต้องอพยพ เพราะรัฐบาลตุรกีก็ควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว แต่ยังคงประกาศเคอร์ฟิวอยู่ สำหรับคณะข้าราชการที่มาประชุมนั้น ยังคงอยู่ในโรงแรมที่พักและประสานกับสถานเอกอัครราชทูตฯ อย่างต่อเนื่อง และเฝ้ารอติดตามสถานการณ์ทุกระยะ เช่นเดียวกับกลุ่มคนไทยที่ติดค้างอยู่ที่สนามบิน ต้องรอติดตามประกาศของสนามบินว่าจะสามารถกลับมาบินได้ตามปกติเมื่อไร

จากนั้นเวลา 17.45 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงการรัฐประหารไม่สำเร็จในประเทศตุรกีว่า ขอแสดงความเสียใจกับผู้สูญเสีย แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องปัญหาภายในประเทศของเขา เราก็ต้องให้กำลังใจเขา ตนได้สั่งให้ดูแลคนไทยที่มีอยู่หลายร้อยคนให้มีความปลอดภัย และให้สถานทูตไทยในตุรกีเตรียมแผนในการขนย้ายคนหากจำเป็น ซึ่งที่ประชุมอาเซมก็มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ แต่ไม่มากนัก เพราะทุกคนต่างรักษามารยาทจะไปหามาตรการการพูดคุยกันต่างหากอีกที เอาประเทศเราให้รอดก่อน ส่วนการนำคนไทยกลับมา มีเครื่องบินพร้อม เอาการบินไทยไปรับ แต่ที่สำคัญเขาไม่ยอมกลับไปบังคับเขาได้มั้ย

ต่อมาในช่วงค่ำ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวด้านความมั่นคงในตุรกีว่า หลังล้มเหลวในการก่อรัฐประหาร มีทหารในฐานทัพอากาศ “ดิยาร์บาคีร์” ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ตุรกีถูกจับแล้วประมาณ 100 นาย สอดคล้องกับถ้อยแถลงของพลเอกดันดาร์ รักษาการณ์เสนาธิการทหารสูงสุดที่ระบุว่า แกนนำการก่อรัฐประหารครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นทหารในกองทัพอากาศที่สนับสนุนอิหม่าม เฟตฮุลเลาะห์ กูเลน ผู้นำทางศาสนาที่ทรงอิทธิพล ด้านสถานีโทรทัศน์ “เอ็นทีวี” สำนักข่าว “อะนา-โดลู” ก็รายงานว่า สภาผู้พิพากษาและอัยการสูงสุด (เอชเอสวายเค) ของตุรกี ได้สั่งปลดผู้พิพากษา ออกจากตำแหน่งถึง 2,745 คนทั่วประเทศ รวมทั้งสมาชิกเอสเอสวายเค 5 คน ซึ่งคาดว่าเป็นฝ่ายสนับสนุนนายกูเลน ขณะที่นายจอห์น แคร์รี รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯแถลงว่า สหรัฐฯยังไม่ได้รับคำร้องขอจากรัฐบาลตุรกีให้ส่งตัวนายกูเลนกลับไปดำเนินคดี และยังสั่งระงับเครื่องบินโดยสารทุกเที่ยวไปยังตุรกี และห้ามเครื่องบินของทุกสายการบินจากตุรกีบินมายังสหรัฐฯ เนื่องจากสถานการณ์ในตุรกียังไม่นิ่ง

รัฐบาลตุรกีจัดเต็ม ปราบกลุ่มทหารที่พยายามก่อรัฐประหารยึดอำนาจราบคาบ ยึดคืนสถานที่สำคัญได้ทั้งในกรุงอังการาและนครอิสตันบูล หลังได้พลังประชาชนร่วมลุกฮือต่อต้าน ร่วมมือตำรวจเข้าควบคุมตัวทหารนอกแถวได้เพียบ 17 ก.ค. 2559 07:47 17 ก.ค. 2559 07:48 ไทยรัฐ