วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หมอผีเทศ

การไล่ผีมีบทบาทสำคัญในการรักษาคนไข้ซึ่งเป็นโรคทางจิตมาตั้งแต่ยุคสมัย “อัสสิเรีย” คนยุคนั้นเชื่อกันว่าการที่คนไข้ตระหนกตกใจอย่างหนักคล้ายคนบ้านั้นเป็นเพราะปีศาจร้ายสำแดงตนขึ้น จึงต้องมีการกำหนดบทบาทของ “หมอผี” และกำหนดพิธีการรักษาที่เรียกว่า “การไล่ผี” ขึ้น

แม้แต่ในคัมภีร์ไบเบิล พระคริสตธรรมคัมภีร์ใหม่ก็ยังคงรักษาลักษณะของการไล่ผีปีศาจ (Major Exorcism) ไว้ เพื่อปัดเป่าสิ่งที่ขัดขวาง และไปอยู่ในความคุ้มครองของพระเจ้า โดยประมวลคำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก ข้อ 352 กำหนดไว้ว่า ‘การไล่ผีปีศาจสามารถปฏิบัติได้โดยพระสงฆ์ที่ได้รับอนุญาตจากพระสังฆราชเท่านั้น’ (เชื่อว่าคนที่ไม่ได้รับอนุญาตเมื่อนำไปใช้จะเป็นอันตรายต่อตัวเองและคนรอบข้าง)

แล้วหมอผีเทศแตกต่างจาก หมอผีไทยอย่างไร?

หมอผีไทย ผู้เขียนเชื่อว่าหลายคนคงรู้จักกันดีจากหนังผีไทยทั่วไป ส่วนหมอผีเทศ หรือที่คนรู้จักกันในนามว่า Shaman, Exorcist (ส่วนมากจะอยู่ในวัฒนธรรมที่นับถือศาสนาที่แบ่งแยกกันชัดเจนระหว่างพระผู้เป็นเจ้ากับปีศาจที่เป็นสิ่งชั่วร้ายที่ไม่มีตัวตน) กลุ่มแรกจะทำการรักษาผู้ป่วยทางจิตโดยการไล่ผีออกจากร่างกาย ซึ่งคนไข้ที่อาการหนักก็จะมีอาการที่ดีขึ้น เมื่อหมอผีกล่าวว่าปีศาจร้ายได้ออกจากคนไข้แล้ว เคสนี้เป็นการไล่ผีออกจากร่างกายของคนไข้

ในขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งที่นับถือผี จะทำพิธีตรงกันข้าม คือเชิญวิญญาณมาเข้าร่างคนไข้ โดยเรียกพิธีกรรมนี้ว่า “การเข้าทรง” ซึ่งการรักษาแบบนี้เป็นทั้งการถ่ายจิตและการรักษาไปพร้อมกัน (ในเมืองไทยก็ยังคงมีร่างทรงใช้เทคนิควิธีนี้ไล่ผีอยู่ โดยมักจะใช้น้ำมนต์มาประพรมหรือชะล้าง โดยเชื่อกันว่า น้ำเป็นสัญลักษณ์ของความเย็น ดับร้อน และสามารถชะล้างและบำบัดสิ่งที่ชั่วร้าย ที่เป็นปรปักษ์กับความดีได้)

สำหรับการไล่ผีแบบฝรั่ง มักจะอาศัยคัมภีร์ไบเบิล คำสวดมนต์ และไม้กางเขนเป็นหลัก บางครั้งอาจใช้น้ำมนต์เข้ามาประกอบพิธีด้วย โดยผีหรือปีศาจร้ายตามความเชื่อของฝรั่ง ในทัศนะของ ดร.คอนราด เจอริปมานน์ นักเทววิทยาและผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเทววิทยาและภูตผีวิญญาณแห่งกรุง เวียนนา ประเทศออสเตรีย กล่าวว่า ปีศาจหลุดจากการถูกคุมขังในนรกตั้งแต่วันฮาโลวีน ค.ศ.1974 นั้น มีอยู่ 6 ตนที่ชอบเข้าสิงมนุษย์ ได้แก่

อัสโมดีอุส (Asmodeus) จากคัมภีร์ไบเบิลของชาวคริสต์ ระบุว่า อัสโมดีอุสถูกยกเป็นเจ้าของปีศาจร้าย ชอบกินเลือด และเนื้อของมนุษย์ เขาเคยเป็นถึงหัวหน้าทูตสวรรค์แต่เพราะผิดศีลจึงถูกลงโทษส่งมาอยู่ในโลกมนุษย์ ลักษณะของอัสโมดีอุสจะน่าเกลียดน่ากลัว มีปีกใหญ่ รูปร่างเตี้ยแคระ ถ้าแปลงเป็นชายก็จะมีตัณหาราคะมากจนทรยศภรรยาไปมีผู้หญิงอื่น ถ้าแปลงเป็นหญิงก็จะเป็นหญิงแพศยามากไปด้วยกามารมณ์

เบลฟีกอร์ (Belphegor) เป็นผีนรกระดับหัวหน้า มักจะปรากฏตัวเป็นพระชาวยิวแก่ๆ มีนิสัยเกลียดผู้หญิง บางครั้งก็แปลงร่างเป็นผู้หญิงสาวสวย เพื่อมีเซ็กซ์กับผู้ชาย เมื่อแต่งงานจะเข้า ครอบงำชายคนนั้น ลักษณะของเบลฟีกอร์จะมีเกล็ดทั้งตัว รูปร่างพิการ มีเขาอยู่บนหัว มีเคราเหมือนแพะ

บีลเซบับ (Beelxebub) คัมภีร์ไบเบิลระบุว่า เป็นเจ้าชายแห่งความชั่วร้าย ชอบกินเลือดเนื้อมนุษย์ จึงได้รับการขนานนามอีกชื่อว่า เจ้าแห่งแมลงวัน บางครั้งจะชอบหลอกหลอนสิงสู่ในร่างของเด็ก (ในภาพยนตร์ดิเอ็กโซซิสต์ก็คือผีตัวนี้ที่เข้าไปสิงในร่างเด็กที่แสดงนำ) ลักษณะของบีลเซบับจะมีเขางอกบนหัวสองเขา มีวงกลมไฟบนหน้าผาก มีปากคล้ายค้างคาว เท้าเหมือนตีนเป็ด หางเหมือนสิงโต ร่างปกคลุมด้วยขนแข็งหนาสีดำ

แซมมาเอล (Sammael) เป็นผีระดับจอมภูต เดิมเคยเป็นทูตสวรรค์ทำหน้าที่แบกอุปกรณ์ประหารชีวิตผู้ทำผิดกฎสวรรค์ ลักษณะของแซมมาเอลมีปีกใหญ่เหมือนค้างคาว มีเขาบนหัว

รัคชาซัส (Rakshasas) เป็นภูตรักษามนุษย์ เคยมีนิสัยดี แต่ต่อมานิสัยเปลี่ยนกลายเป็นผีเจ้าเล่ห์ โหดร้าย ชอบกินเลือดเนื้อคนและสัตว์ ชอบแปลงกายเป็นสาวสวยเพื่อล่อให้เหยื่อหลงตายใจ ลักษณะเหมือนแวมไพร์ดูดเลือด มีเขี้ยวยาว มีขาหลายขา บนหัวมีงูพันอยู่ ชอบขี่บนหลังช้างหรือลา หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว

กัปปะ (Kappas) เป็นแวมไพร์ชนิดหนึ่ง อาศัยอยู่ในหนองน้ำ หรือทะเลสาบเหมือนผีพราย ชอบดูดเลือดคนสัตว์เป็นอาหาร มักจะล่อลวงให้คนเข้าไปยังบ่อ หรือหนองน้ำสกปรก เมื่อคนตกลงไป มันจะลงมือดูดเลือดทันที

ซึ่งอิทธิพลความชั่วร้ายของเหล่าปีศาจที่พยายามจะทำอันตรายต่อมนุษย์นั้น มีตั้งแต่ระดับต่ำสุดจนถึงระดับรุนแรงจนถึงขั้นที่มนุษย์หมดความยับยั้งชั่งใจกระทำตามปีศาจสั่งทุกอย่าง ตามทฤษฎีของหมอผีเทศนั้น แบ่งได้เป็น 5 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้

การรุกล้ำ เป็นอำนาจของปีศาจในระดับต่ำสุด กระทำต่อสิ่งของ สถานที่ หรือสัตว์ ให้เหมือนต้องคำสาปที่ชั่วร้าย

การรังควาน เป็นการหลอกหลอนให้เกิดความหวาดกลัว ล้มเหลวในการงาน หรือสุขภาพเสื่อมโทรม อับโชค

การครอบงำ จิตที่ชั่วร้ายจะมีอิทธิพลเหนือความคิดของคน ทำให้คนมีความทุกข์ คิดแต่เรื่องร้ายหรือคิดในแง่ลบ คนที่ถูกครอบงำจะไม่สามารถใช้ความคิดของตนเอง และควบคุมความคิดตัวเองไม่ได้ จนปราศจากความชื่นชมยินดีในชีวิต

การสิงสู่ เป็นระดับอันตราย ที่ต้องอาศัยการสวดภาวนาและหมอผีมาทำการขับไล่เท่านั้น เนื่องจากซาตานหรือปีศาจจะมีอำนาจควบคุมเหนือร่างกายของคน และสามารถบังคับให้คนพูดหรือกระทำสิ่งที่ชั่วร้ายได้ ในกรณีนี้จิตใจที่ชั่วร้ายอาจบันดาลให้เกิดอาการผิดปกติต่างๆ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคร้ายทั้งกายและจิตได้ อาการของผู้ถูกสิงจะหวาดกลัวต่อสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายศักดิ์สิทธิ์ทางคริสต์ศาสนา

การยินยอมตกเป็นทาส เป็นภาวะที่ยอมเป็นทาสรับใช้ปีศาจด้วยความเต็มใจ โดยผ่านพิธีการบูชาปีศาจ หรือซาตาน ซึ่งคนไข้จะกระทำการลบหลู่ดูหมิ่นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และกระทำการอันน่าบัดสีต่างๆ ซึ่งคนเหล่านี้มักจะไม่เคยบำบัดเยียวยา เพราะยินยอมพร้อมใจจะกระทำพิธีกรรมบูชาปีศาจ และจะปฏิเสธการขับไล่ผีจากหมอผี ทุกอย่าง

การขับไล่ปีศาจ เหล่านี้หมอผีจะกระทำ พิธีขับไล่แตกต่างกันไป เช่น การขับไล่ปีศาจอัสโมดีอุส หมอผีจะทำการเผาหัวใจและตัวของมันด้วยไม้กฤษณา, การขับไล่ปีศาจแซมมาเอลนั้น หมอผีจะต้องถอดมงกุฎที่ครอบหัวมันออก ให้ได้ ส่วนการป้องกัน ปีศาจบีลเซบับเข้าบ้าน จะต้องใช้พวงกระเทียมสดแขวนไว้เหนือหน้าต่างประตูทุกบาน หรือใช้เกลือโรยไว้รอบบ้าน แต่ถ้ามันเข้าบ้านไปแล้วจะต้องย้ายไปอยู่โบสถ์หรือวัดเท่านั้น

แล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่าคนคนนั้นถูกผีเข้าสิงจริงหรือว่าเป็นเพียง อาการทางจิตประสาทของคนไข้?

วิธีการที่หมอผีเทศใช้สังเกตคนถูกผีสิงที่ใช้มาตั้งแต่ยุคกลางจนถึงปัจจุบัน คือ

1. มีแรง หรือพละกำลังเหนือบุคคลทั่วไป เช่น ผู้หญิงเจ็บป่วยผอมโซ แต่กลับมีเรี่ยวแรงเหวี่ยงผู้ชายหลายคนที่รุมเข้าไปจับตัวจนกระเด็นได้

2. พูดภาษาแปลกๆ ที่ก่อนเจ็บป่วยไม่เคยพูดได้ ยกตัวอย่างเช่น คนไข้พูดภาษาอังกฤษได้ภาษาเดียว แต่พอเจ็บป่วยขึ้นกลับพูดภาษากรีกโบราณได้

3. รู้ในสิ่งที่คนปกติไม่มีทางรู้ เช่น คนไข้ถูกผีสิงและสามารถบอกชื่อญาติของคนตายที่เป็นผีมาเข้าสิงได้ถูกต้อง

4. มีความหวาดกลัวต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทางพระคริสต์อย่างรุนแรง เช่น คนไข้จะรู้สึกกลัวการเข้าโบสถ์ หรือกลัวไม้กางเขน เป็นต้น

ในปัจจุบันการขับไล่ผีจะอาศัยนักบวชหรือพระมาขับไล่ผีให้ ปัจจุบันมีผู้ประกอบการบางรายลงทุนตั้งบริษัทขับไล่ผีขึ้นมา โดยบางแห่งมีลูกค้าเป็นคนดังระดับโลก อาทิ เลดี้กาก้า ซึ่งเชื่อว่าเธอถูกผีร้ายตามรังควาน จนถึงกับลงทุนจ้างบริษัทกำจัดผีให้คอยขับไล่ผี ปัดรังควานสถานที่ก่อนเธอเปิดการแสดง งานนี้ก็ไม่ทราบว่าเธอถูกผีหลอกจริงหรือถูกคนหลอกกันแน่

แต่รายที่อาการหนักสุด และพิธีการไล่ผีกลายเป็นเรื่องราวรุนแรงใหญ่โต (จนถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ The Exorcism of Emily Rose) เห็นจะเป็นเรื่องของสาวน้อยอันเนลีส มิเชล (Annelises Michel) ที่เชิญบาทหลวงมาทำพิธีให้ แต่เธอทนความเจ็บปวดไม่ไหวตายไปเสียก่อน จนกลายเป็นข่าวครึกโครมไปทั่วโลก โดยบาทหลวงหลายรายที่ทำพิธีไล่ผี จนคนไข้ตายแบบนี้ จำต้องถูกโยงเข้าไปเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมไปโดยปริยาย

ซึ่งตามทฤษฎีของหมอผีเทศนั้น คนไข้ที่จิตแพทย์ไม่สามารถรักษาให้อาการดีขึ้น จนญาติต้องพามาพบหมอผีเพื่อหาทางขับไล่ผีนั้น หมอผีเทศจะทำการวินิจฉัยดูอาการเบื้องต้นว่าสมควรจะรับตัวไว้รักษาหรือไม่ เพราะถ้าไม่มีปีศาจร้ายสิงจริง แต่มีอาการเพราะจิตและสมองสั่งการผิดปกติเอง แม้หมอผีจะรับตัวไว้ก็ตาม แต่ถ้าทำการไล่ผีไม่ดี แถมยังทำให้คนไข้อาการหนักจนมีอันต้องไปนอนในหลุมแล้ว เชื่อเถอะว่าหมอผีก็คงไม่ยอมเอาตัวเองไปเสี่ยงคุกเช่นกัน คุณว่าจริงไหม?

โดย :ภัทรตา
ทีมงาน นิตยสาร ต่วย'ตูน