วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ย่ำเชียงใหม่ตอนตี 5 นึกถึงเพลง “สักขีแม่ปิง”

โดย

สะพานนวรัฐ แม่ปิงวันสงกรานต์ ปี 2500

ปลายสัปดาห์ที่แล้ว หัวหน้าทีมซอกแซกมีโอกาสแวะไปนอนค้างเชียงใหม่มาหนึ่งคืน เพื่อร่วมงานสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 101 แห่งทั่วประเทศ ของมูลนิธิไทยรัฐ ที่โรงแรมเชียงใหม่ พลาซ่า จังหวัดเชียงใหม่

การประชุมสัมมนาที่ว่านี้ จะจัดขึ้นทุกปี โดยผลัดเวียนกันเป็นเจ้าภาพใน 4 ภาคของประเทศไทย ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก เฉียงเหนือ ภาคกลาง แล้วก็ภาคใต้

ปีนี้เป็นคิวของภาคเหนือ และเป็นคิวของจังหวัดเชียงใหม่อีกครั้งหนึ่ง ส่งผลให้หัวหน้าทีมซอกแซกได้มีโอกาสเดินทางไปร่วมสัมมนา และนอนพัก 1 คืนเต็มๆที่จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยประการฉะนี้

เป็นเวลา 1 คืนที่คุ้มค่าเลยครับ ได้ทั้งความรู้และเนื้อหาสาระจากการเข้าร่วมฟังคำบรรยาย ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ์ ที่กรุณาให้เกียรติกล่าวเปิดงานและบรรยายถึงแนวทางปฏิรูปการศึกษา ให้คณะครูของเราฟังถึง 2 ชั่วโมงเต็มๆ

ในส่วนของความบันเทิงเริงใจก็มีโอกาสได้ชมการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองของลูกๆหลานๆ โรงเรียนไทยรัฐวิทยาในภาคเหนือ ระหว่างงานเลี้ยงรับรองที่จัดได้อย่างยิ่งใหญ่และประทับใจ

แถมด้วยกิจกรรมส่วนตัวของหัวหน้าทีมที่ออกไปตระเวนรับประทานอาหารรอบดึกแล้วตื่นเช้าตั้งแต่ตี 5 ออกมา “มอร์นิ่งวอล์ก” บนถนน แห่งความทรงจำข้ามสะพานประวัติศาสตร์ และข้ามแม่น้ำสายสำคัญ 1 ใน 4 สาย ที่รวมกันเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา สายเลือดหลักของประเทศไทย

ไม่น่าเชื่อเลยครับว่า เวลาอันน้อยนิดที่อยู่เชียงใหม่ จะทำอะไรได้มากมายถึงเพียงนี้

หัวหน้าทีมซอกแซกไปถึงเชียงใหม่ตอนทุ่มเศษๆ พอถึงก็เข้าไปร่วมงานเลี้ยงรับรองที่มูลนิธิไทยรัฐจัดขึ้นก่อนอะไรทั้งหมด

จบงานเลี้ยงเกือบ 4 ทุ่ม รู้สึกหิว เพราะระหว่างนั่งรับประทานขันโตกในงานเลี้ยง ต้องบิดตัวไปมาหลายตลบ ทำให้รับประทานไม่อิ่ม จึงตัดสินใจออกไปหาอาหารรองท้องพร้อมกับนั่งรถตระเวนชมเชียงใหม่ราตรีไปด้วย

บรรยากาศคึกคักไม่เลวครับ นักท่องเที่ยวหนาตา โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนยังมากอยู่เหมือนเดิม แถวๆ “ไนท์บาซ่าร์” ถนนช้างคลาน ก็ยังสว่างไสว ผู้คนเดินขวักไขว่เหมือนปีก่อนๆ

ไนต์ทัวร์แบบนั่งรถชมเมืองของหัวหน้าทีมไปจบที่ร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้น อ๋อง ทิพย์รส ถนนพระปกเกล้า หรือร้าน “ลูกชิ้นหัวนม” ซึ่งเป็นลูกชิ้นปลากรายลูกเล็กๆ สไตล์ลูกชิ้นบัวลอยนครสวรรค์ ที่เจ้าของในฐานะศิษย์เก่านครสวรรค์ นำมาเผยแพร่ที่เชียงใหม่ และเปลี่ยนชื่อเรียกเสียใหม่กลายเป็นชื่อติดปากดังระเบิดไปทั่วประเทศ

อิ่มหนำสำราญเรียบร้อย กลับถึงโรงแรมอาบน้ำอาบท่าหลับสบายไปจนถึงตี 4 ครึ่งค่อยตื่นขึ้นตามวิสัยคนสูงวัย หรือ ส.ว. ที่มักจะนอนดึกแต่ตื่นเช้ามากๆ และไปงีบอีกทีตอนบ่ายๆโน่นเลย

ตามโปรแกรมจะต้องลงไปรับประทานอาหาร และร่วมต้อนรับท่านรัฐมนตรีตอน 8 โมงครึ่งถือว่ามีเวลาเหลือเฟือมากไปเดินออกกำลังดูบรรยากาศเชียงใหม่ยามเช้าน่าจะดีที่สุด

ว่าแล้วหัวหน้าทีมซอกแซกก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดออกกำลังกายเดินออกจาก โรงแรมเชียงใหม่พลาซ่า ณ เวลาตี 5 ตรงเผงพอดิบพอดี

เลี้ยวซ้ายเข้าถนน ศรีดอนชัย หน้าโรงแรมประมาณ 200 เมตรก็จะถึงถนน ช้างคลาน เลี้ยวขวาเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆแผล็บเดียวก็ถึง บริเวณไนท์บาซาร์ ที่อยู่ 2 ฟากถนนช้างคลานยาวไปจนถึงถนนท่าแพโน่นเลย

ปรากฏว่าถนนที่เปิดไฟสว่างไสวเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาช่วงนี้เหลือไฟเพียงไม่กี่ดวงเพราะร้านรวง ปิดหมดเงียบสนิททั้งถนน มีเปิดอยู่ร้านเดียวคือ “แมคคาเฟ่” ของ แมคโดนัลด์ ซึ่งมีฝรั่งชายหญิงนั่งโจ้กาแฟอยู่เพียง 3 คน

ปากทางเข้าสู่ตลาดอนุสารซึ่งเป็นย่านอาหารริมถนนและของกินของใช้เคียงคู่ไนท์บาซ่าร์ ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวแน่นมากในตอนกลางคืนก็เงียบฉี่มีเพียงสุนัข 3-4 ตัว นอนอยู่อย่างเหงาๆ

เดินเรื่อยๆไปถึงถนนท่าแพตัดสินใจเลี้ยวขวามุ่งหน้าสู่ สะพานนวรัฐ เพื่อจะไปยืนสูดอากาศยามเช้าเหนือแม่น้ำปิงดูสักครั้ง

ช่วงนั้นตี 5 กับ 20 นาทีแล้วครับแต่เชียงใหม่วันเสาร์ที่แล้วก็ยังไม่ตื่นอยู่ดี

ระหว่างเดินไปยืนกลางสะพานมองขึ้นล่องทั้ง 2 ฝั่งจึงได้ทั้งชมบรรยากาศอันสวยงามรอบด้านและสูดอากาศยามเช้าอันบริสุทธิ์เพราะยังไม่มีรถออกวิ่งเลยสักคันในขณะนั้น

นี่คือสะพานที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของเชียงใหม่ในอดีต และ ณ บริเวณแม่น้ำปิง จุดนี้ก็เคยเป็นจุดที่ชาวเชียงใหม่และนักท่องเที่ยวทั่วประเทศ มาลอยกระทงในเดือนพฤศจิกายนและมาลุยน้ำชายหาดสาดน้ำใส่กันในช่วงสงกรานต์

วันนี้กับ 50 ปีก่อนโน้นต่างกันไกลนัก ไม่มีสะพานโครงเหล็กคล้ายสะพานรถไฟให้ดูอีกแล้ว มีแต่สะพานปูนเรียบๆให้รถวิ่งและคนเดินผ่าน เพียงแต่ยังชื่อ “สะพานนวรัฐ” เหมือนเดิม

แม่น้ำปิงก็ยังชื่อแม่น้ำปิงเหมือนเดิม เห็นแล้วก็อดที่จะฮัมเพลง “โอ้กุศล ดลพี่มาพบเจ้า” หรือ “สักขีแม่ปิง” ที่พี่ ชรินทร์ นันทนาคร กับพี่ จินตนา สุขสถิตย์ เคยขับร้องไว้เมื่อ 59 ปีที่แล้ว (ชาลี อินทรวิจิตร แต่ง พ.ศ.2500) เสียมิได้

หัวหน้าทีมซอกแซกยืนสูดอากาศบริสุทธิ์ ที่สะพานนวรัฐ และแม่น้ำปิงอยู่ครู่ใหญ่ๆ ก่อนจะเดินข้ามไปอีกฟากแล้วก็เดินเลาะถนน เจริญราษฎร์ ซึ่งอยู่ริมแม่น้ำล่องไปเรื่อยๆ เพื่อจะไปข้ามกลับฝั่งเดิมที่สะพานเล็กๆ อีกสะพานหนึ่งที่เขา เรียกว่า “สะพานเหล็ก” สร้างจำลองแบบสะพานนวรัฐเดิมเอาไว้ โดยมีโครงเหล็กครอบอยู่ข้างบนคล้ายคลึงกัน เพียงแต่ขนาดเล็กกว่าเท่านั้นเอง

จากนั้นหัวหน้าทีมก็เดินข้ามสะพานเหล็กแล้วก็ทอดน่องเอื่อยๆ ผ่านอีกด้านของ ตลาดอนุสาร ไปถึงหน้าโรงแรม อนันตรา เชียงใหม่ เลี้ยวขวาอีกหน่อยเดียวก็กลับถึงโรงแรม เชียงใหม่พลาซ่า สถานที่พัก ดูนาฬิกาได้เวลา 6 โมงเช้า 15 นาที รวมแล้วใช้เวลาเดิน 1 ชั่วโมงเศษๆ

ได้ทั้งการออกกำลังและได้ความสุขทางใจกลับมาเต็มเปี่ยม โดยเฉพาะช่วงที่ไปยืนอยู่กลางสะพานนวรัฐ และกลางลำน้ำปิงนั้นต้องยอมรับว่าเป็นนาทีแห่งความสุขอย่างแท้จริง

เพราะฉะนั้นถ้าจะถามว่าไปอยู่เชียงใหม่คืนเดียวคราวนี้ประทับใจอะไรที่สุด ก็คงต้องตอบว่าประทับใจช่วงตี 5 ที่ออกเดินดุ่มๆจากไนท์บาซ่าร์ ไปจนถึงสะพานนวรัฐพร้อมกับฮัมเพลง “สักขีแม่ปิง” ไปหนึ่งจบนี่แหละครับ.

“ซูม”

16 ก.ค. 2559 12:17 ไทยรัฐ