วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“พงศพัศ”เปิดแผนขับเคลื่อน ปฏิรูปตำรวจ3ระยะ10ประเด็น

การปฏิรูปตำรวจถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้พยายามดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้กลไกปกติ และบางครั้งก็มีการใช้มาตรา 44 ควบคู่ไปด้วย

แต่ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ ก็ยังไม่วายถูกตั้งเป็นคำถามอยู่บ่อยครั้ง ทั้งจากสื่อมวลชน สังคม และประชาชนโดยทั่วไป ว่าจริงๆแล้ว การปฏิรูปตำรวจนั้น...

ได้มีการดำเนินการไปถึงไหนแล้ว!!!

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ได้ตั้ง “คณะทำงานขับเคลื่อนและประสานงานการปฏิรูปองค์กรตำรวจ” ขึ้น มอบหมายให้ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ซึ่งได้เร่งรัดดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องจนแล้วเสร็จ โดยล่าสุดได้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการสรุป “ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อน” และ “แนวทางการปฏิรูป” ไปเรียบร้อยแล้ว

“ทีมข่าวอาชญากรรม” ได้สอบถามเรื่องนี้จาก พล.ต.อ.พงศพัศ ซึ่งเปิดเผยว่า...

“เป็นความตั้งใจของท่าน ผบ.ตร. ที่ต้องการให้มีการปฏิรูปองค์กรตำรวจโดยเร่งด่วนในทุกๆด้าน โดยยึดกรอบนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี และ ท่าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธาน ก.ตร. เป็นหลักในการดำเนินการ”

“ซึ่งมีทั้งเรื่องการกำหนดหลักเกณฑ์และเส้นทางการเจริญเติบโต การกระจายอำนาจและกำหนดสายการบังคับบัญชาให้เอื้อต่อการแก้ปัญหาในแต่ละพื้นที่ การปรับปรุงระบบงานสอบสวนให้มีการตรวจสอบ ถ่วงดุล และสามารถอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนได้อย่างแท้จริง กำหนดลำดับความร้ายแรงของคดีต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อความรู้สึกไม่ปลอดภัยของประชาชนและกำหนดระดับของผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน ประสานและบูรณาการการทำงานในลักษณะ “ประชารัฐ” ปรับปรุงระบบงานฐานข้อมูลและเทคโนโลยี รวมทั้งงานส่งกำลังบำรุง การสวัสดิการ และการศึกษาฝึกอบรมทั้งในระยะสั้นและระยะยาว”

จากแนวนโยบายดังกล่าว พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า

คณะทำงานได้ร่วมกันศึกษาในทุกมิติและในทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกับสภาพปัญหาทั้งในภาพกว้างและในเชิงลึก รวมทั้งการรับฟังความคิดเห็น และแสวงหาแนวทางในการปฏิรูปองค์กรอย่างครบถ้วนรอบด้าน โดยเน้น “ยุทธศาสตร์การปฏิรูป” ที่นำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของตำรวจในทุกระดับ สร้างเกียรติยศชื่อเสียงของการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นศรัทธา และความเชื่อถือไว้วางใจจากประชาชนให้มากขึ้น

โดยกำหนดกรอบระยะเวลาของการปฏิรูปออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะเร่งด่วน 1 ปี (2559-2560) ระยะกลาง 5 ปี (2559-2564) และระยะยาว 20 ปี (2559-2579) ซึ่งสอดคล้องกับ “ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี” และข้อเสนอแนะในบางส่วนของ “สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ” ด้วย

สำหรับ “ประเด็นการปฏิรูป” ได้กำหนดไว้ 10 ประเด็นหลัก ได้แก่...

1. ประเด็นการปฏิรูปการบริหารงานบุคคลและเส้นทางการเจริญเติบโต 2.ประเด็นการปฏิรูปกระจายอำนาจและพัฒนาการบริหารงานตำรวจ 3.ประเด็นการปฏิรูประบบงานสอบสวนและการบังคับใช้กฎหมาย 4.ประเด็นการปฏิรูปค่าตอบแทนและสวัสดิการ 5.ประเด็นการปฏิรูปการจัดหาอุปกรณ์ประจำกายและอุปกรณ์ประจำหน่วย 6. ประเด็นการปฏิรูปการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน 7.ประเด็นการปฏิรูปการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและท้องถิ่น 8. ประเด็นการปฏิรูประบบงานนิติวิทยาศาสตร์ 9. ประเด็นการปฏิรูปการสรรหาและการฝึกอบรม และ 10.ประเด็นการปฏิรูปการถ่ายโอนภารกิจ

พล.ต.อ.พงศพัศยืนยันถึงแนวทางการขับเคลื่อนการปฏิรูปในแต่ละประเด็นว่า...

ทั้ง 10 ประเด็นหลัก จะต้องขับเคลื่อนดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลาที่กำหนดไว้ ทั้งระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว โดยได้กำหนดตารางการทำงานของหน่วยต่างๆที่เกี่ยวข้องไว้อย่างชัดเจนว่า จะต้องเริ่มต้นการปฏิรูปในประเด็นใดก่อนหลัง และในเรื่องใดบ้าง บางเรื่องก็ต้องทำในทันทีและแล้วเสร็จภายในระยะเร่งด่วน 1 ปี บางเรื่องบางประเด็นก็อาจจะต้องทำต่อเนื่องไปจนกว่าจะแล้วเสร็จภายในระยะกลาง 5 ปี และก็จะมีอีกหลายๆเรื่องในหลายๆประเด็น ที่อาจจะต้องใช้เวลาในการปฏิรูปต่อเนื่องไปจนถึงกรอบระยะเวลา 20 ปี

“เพื่อให้กระบวนการขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์การปฏิรูปทั้ง 10 ประเด็น สามารถเสร็จสิ้นภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนด ท่าน ผบ.ตร.จึงได้มอบหมายให้ “ผู้ช่วย ผบ.ตร.” จำนวน 10 ท่าน รับผิดชอบควบคุม กำกับดูแล และเร่งรัดติดตามการทำงานของหน่วยที่ต้องปฏิรูปอย่างใกล้ชิด รวมทั้งมอบหมายให้คณะทำงานเร่งสื่อสารทำความเข้าใจกับข้าราชการตำรวจ รวมทั้งสร้างการรับรู้และทำความเข้าใจกับสังคมและประชาชนโดยทั่วไปให้ทราบด้วย”

พล.ต.อ.พงศพัศหัวหน้าคณะทำงานขับเคลื่อนและประสานงานการปฏิรูปองค์กรตำรวจ กล่าวทิ้งท้ายหนักแน่นกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า

การปฏิรูปองค์กรตำรวจเป็น “กระบวนการเปลี่ยนผ่าน” และ “การเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นจะต้องเกิดขึ้นและไม่อาจหลีกเลี่ยงได้” จึงเป็นเรื่องที่ ท่าน ผบ.ตร.ได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง และเร่งรัดการดำเนินการในเรื่องนี้มาโดยตลอด

สำหรับประเด็นที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เดินหน้าเข้าสู่ “กระบวนการขับเคลื่อนการปฏิรูป” ไปก่อนหน้าแล้วตามนโยบายของรัฐบาล ก็คือการปฏิรูปการแต่งตั้งที่มี “กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ” ฉบับใหม่ที่มีความชัดเจนและเป็นธรรมมากขึ้น การปฏิรูปโครงสร้างและระบบงานการรับแจ้งความและสอบสวนที่ปรับระบบการเข้าเวรเป็น “ชุดพนักงานสอบสวนแบบบูรณาการ” เพื่อให้มีพนักงานสอบสวนเพียงพอต่อการปฏิบัติงานเพียงพอ และมีพื้นที่รับแจ้งความในลักษณะการให้บริการเสร็จสิ้นในจุดเดียว รวมทั้ง “การปฏิรูประบบงบประมาณ” เพื่อให้มีการจัดสรรลงไปให้กับสถานีตำรวจทั่วประเทศโดยตรงทั้ง 1,482 แห่ง เพื่อให้หัวหน้าสถานีตำรวจได้รับทราบและสามารถบริหารงบประมาณที่ได้รับอย่างเต็มที่และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด....

เพื่อมุ่งแก้ไขปัญหาต่างๆให้กับประชาชน

โดยสอดคล้องและเป็นไปตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่!!!!

ทีมข่าวอาชญากรรม

16 ก.ค. 2559 12:11 ไทยรัฐ