วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
“พงศพัศ”เปิดแผนขับเคลื่อน ปฏิรูปตำรวจ3ระยะ10ประเด็น

“พงศพัศ”เปิดแผนขับเคลื่อน ปฏิรูปตำรวจ3ระยะ10ประเด็น

  • Share:

การปฏิรูปตำรวจถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้พยายามดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้กลไกปกติ และบางครั้งก็มีการใช้มาตรา 44 ควบคู่ไปด้วย

แต่ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ ก็ยังไม่วายถูกตั้งเป็นคำถามอยู่บ่อยครั้ง ทั้งจากสื่อมวลชน สังคม และประชาชนโดยทั่วไป ว่าจริงๆแล้ว การปฏิรูปตำรวจนั้น...

ได้มีการดำเนินการไปถึงไหนแล้ว!!!

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ได้ตั้ง “คณะทำงานขับเคลื่อนและประสานงานการปฏิรูปองค์กรตำรวจ” ขึ้น มอบหมายให้ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ซึ่งได้เร่งรัดดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องจนแล้วเสร็จ โดยล่าสุดได้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการสรุป “ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อน” และ “แนวทางการปฏิรูป” ไปเรียบร้อยแล้ว

“ทีมข่าวอาชญากรรม” ได้สอบถามเรื่องนี้จาก พล.ต.อ.พงศพัศ ซึ่งเปิดเผยว่า...

“เป็นความตั้งใจของท่าน ผบ.ตร. ที่ต้องการให้มีการปฏิรูปองค์กรตำรวจโดยเร่งด่วนในทุกๆด้าน โดยยึดกรอบนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี และ ท่าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธาน ก.ตร. เป็นหลักในการดำเนินการ”

“ซึ่งมีทั้งเรื่องการกำหนดหลักเกณฑ์และเส้นทางการเจริญเติบโต การกระจายอำนาจและกำหนดสายการบังคับบัญชาให้เอื้อต่อการแก้ปัญหาในแต่ละพื้นที่ การปรับปรุงระบบงานสอบสวนให้มีการตรวจสอบ ถ่วงดุล และสามารถอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนได้อย่างแท้จริง กำหนดลำดับความร้ายแรงของคดีต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อความรู้สึกไม่ปลอดภัยของประชาชนและกำหนดระดับของผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน ประสานและบูรณาการการทำงานในลักษณะ “ประชารัฐ” ปรับปรุงระบบงานฐานข้อมูลและเทคโนโลยี รวมทั้งงานส่งกำลังบำรุง การสวัสดิการ และการศึกษาฝึกอบรมทั้งในระยะสั้นและระยะยาว”

จากแนวนโยบายดังกล่าว พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า

คณะทำงานได้ร่วมกันศึกษาในทุกมิติและในทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกับสภาพปัญหาทั้งในภาพกว้างและในเชิงลึก รวมทั้งการรับฟังความคิดเห็น และแสวงหาแนวทางในการปฏิรูปองค์กรอย่างครบถ้วนรอบด้าน โดยเน้น “ยุทธศาสตร์การปฏิรูป” ที่นำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของตำรวจในทุกระดับ สร้างเกียรติยศชื่อเสียงของการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นศรัทธา และความเชื่อถือไว้วางใจจากประชาชนให้มากขึ้น

โดยกำหนดกรอบระยะเวลาของการปฏิรูปออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะเร่งด่วน 1 ปี (2559-2560) ระยะกลาง 5 ปี (2559-2564) และระยะยาว 20 ปี (2559-2579) ซึ่งสอดคล้องกับ “ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี” และข้อเสนอแนะในบางส่วนของ “สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ” ด้วย

สำหรับ “ประเด็นการปฏิรูป” ได้กำหนดไว้ 10 ประเด็นหลัก ได้แก่...

1. ประเด็นการปฏิรูปการบริหารงานบุคคลและเส้นทางการเจริญเติบโต 2.ประเด็นการปฏิรูปกระจายอำนาจและพัฒนาการบริหารงานตำรวจ 3.ประเด็นการปฏิรูประบบงานสอบสวนและการบังคับใช้กฎหมาย 4.ประเด็นการปฏิรูปค่าตอบแทนและสวัสดิการ 5.ประเด็นการปฏิรูปการจัดหาอุปกรณ์ประจำกายและอุปกรณ์ประจำหน่วย 6. ประเด็นการปฏิรูปการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน 7.ประเด็นการปฏิรูปการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและท้องถิ่น 8. ประเด็นการปฏิรูประบบงานนิติวิทยาศาสตร์ 9. ประเด็นการปฏิรูปการสรรหาและการฝึกอบรม และ 10.ประเด็นการปฏิรูปการถ่ายโอนภารกิจ

พล.ต.อ.พงศพัศยืนยันถึงแนวทางการขับเคลื่อนการปฏิรูปในแต่ละประเด็นว่า...

ทั้ง 10 ประเด็นหลัก จะต้องขับเคลื่อนดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลาที่กำหนดไว้ ทั้งระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว โดยได้กำหนดตารางการทำงานของหน่วยต่างๆที่เกี่ยวข้องไว้อย่างชัดเจนว่า จะต้องเริ่มต้นการปฏิรูปในประเด็นใดก่อนหลัง และในเรื่องใดบ้าง บางเรื่องก็ต้องทำในทันทีและแล้วเสร็จภายในระยะเร่งด่วน 1 ปี บางเรื่องบางประเด็นก็อาจจะต้องทำต่อเนื่องไปจนกว่าจะแล้วเสร็จภายในระยะกลาง 5 ปี และก็จะมีอีกหลายๆเรื่องในหลายๆประเด็น ที่อาจจะต้องใช้เวลาในการปฏิรูปต่อเนื่องไปจนถึงกรอบระยะเวลา 20 ปี

“เพื่อให้กระบวนการขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์การปฏิรูปทั้ง 10 ประเด็น สามารถเสร็จสิ้นภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนด ท่าน ผบ.ตร.จึงได้มอบหมายให้ “ผู้ช่วย ผบ.ตร.” จำนวน 10 ท่าน รับผิดชอบควบคุม กำกับดูแล และเร่งรัดติดตามการทำงานของหน่วยที่ต้องปฏิรูปอย่างใกล้ชิด รวมทั้งมอบหมายให้คณะทำงานเร่งสื่อสารทำความเข้าใจกับข้าราชการตำรวจ รวมทั้งสร้างการรับรู้และทำความเข้าใจกับสังคมและประชาชนโดยทั่วไปให้ทราบด้วย”

พล.ต.อ.พงศพัศหัวหน้าคณะทำงานขับเคลื่อนและประสานงานการปฏิรูปองค์กรตำรวจ กล่าวทิ้งท้ายหนักแน่นกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า

การปฏิรูปองค์กรตำรวจเป็น “กระบวนการเปลี่ยนผ่าน” และ “การเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นจะต้องเกิดขึ้นและไม่อาจหลีกเลี่ยงได้” จึงเป็นเรื่องที่ ท่าน ผบ.ตร.ได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง และเร่งรัดการดำเนินการในเรื่องนี้มาโดยตลอด

สำหรับประเด็นที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เดินหน้าเข้าสู่ “กระบวนการขับเคลื่อนการปฏิรูป” ไปก่อนหน้าแล้วตามนโยบายของรัฐบาล ก็คือการปฏิรูปการแต่งตั้งที่มี “กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ” ฉบับใหม่ที่มีความชัดเจนและเป็นธรรมมากขึ้น การปฏิรูปโครงสร้างและระบบงานการรับแจ้งความและสอบสวนที่ปรับระบบการเข้าเวรเป็น “ชุดพนักงานสอบสวนแบบบูรณาการ” เพื่อให้มีพนักงานสอบสวนเพียงพอต่อการปฏิบัติงานเพียงพอ และมีพื้นที่รับแจ้งความในลักษณะการให้บริการเสร็จสิ้นในจุดเดียว รวมทั้ง “การปฏิรูประบบงบประมาณ” เพื่อให้มีการจัดสรรลงไปให้กับสถานีตำรวจทั่วประเทศโดยตรงทั้ง 1,482 แห่ง เพื่อให้หัวหน้าสถานีตำรวจได้รับทราบและสามารถบริหารงบประมาณที่ได้รับอย่างเต็มที่และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด....

เพื่อมุ่งแก้ไขปัญหาต่างๆให้กับประชาชน

โดยสอดคล้องและเป็นไปตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่!!!!

ทีมข่าวอาชญากรรม

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้