วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


ดีท็อกซ์ประเทศไทยดีไหม ใครผิดใครถูก สงสัยถูกคนละครึ่ง? ตอนที่ 2

โดย หมอดื้อ

ทัศนคติ “มึงผิด.....ข้าถูก” ลามระบาดไปทั่วทุกวงการ สังคม ประชาชนทุกระดับ ไม่เลือกชั้นวรรณะ อาชีพ การศึกษา จนแม้แต่วงการแพทย์ สาธารณสุข ทัศนคตินี้มีทั้งที่เกิดจากความถือดี ไม่ยอมกัน

เต็มไปด้วยความมีทิฐิ เคร่งในความเชื่อ หรือหลักฐานเชิงประจักษ์ จนลืมที่จะฟัง ฟังและพินิจพิจารณาภาพรวม ไปจนถึงผลที่จะเกิดขึ้นเมื่อตัดสินใจเลือกทางเดิน ลืมมองผลรวมที่จะเกิดประโยชน์สูงสุด หรือควรต้องค้นหาสิ่งที่แอบแฝงซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังก่อนประเมินและตัดสินใจ ตอนที่แล้วเป็นเรื่องมหากาพย์ภาคหนึ่งที่ทะเลาะกันนัวเนีย

ตัวอย่าง 2) ยานอกดีกว่ายาทำในประเทศ มีข่าวการปลดหรือคาดโทษแพทย์ที่ทำการจ่ายยาแพงที่เป็นยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติให้แก่คนไข้ เนื่องจากเป็นยาต้นตำรับ (original) จากต่างประเทศที่ยาเหล่านี้หมดสิทธิบัตรแล้ว และมียาในประเทศสามารถผลิตเองได้ โดยเอาวัตถุดิบตั้งต้น เช่น จากประเทศจีน และอินเดีย และหลังจากทำการผลิตในประเทศไทยก็จะมีการขึ้นทะเบียนต่อสำนักคณะกรรมการอาหารและยา

โดยมีหลักฐานว่า มีประสิทธิภาพจริงโดยการทดสอบระดับยาในอาสาสมัครเป็นต้น ยาที่เป็นปัญหามีตั้งแต่ ยาลดความดันโลหิต ซึ่งมียาต้นตระกูล (และผลิตได้ในประเทศไทยแล้ว) ยาลูกหลาน ซึ่งยังมีสิทธิบัตรคุ้มครอง ยากันเส้นเลือดหัวใจ/สมองตีบ ยาไขมัน การที่งบบานทะโล่ไป เพราะมีการใช้ยาต้นตำรับนี้จากนอก (แค่นอกประเทศ) ทั้งหมด ทั้งยาต้นตระกูลและยาลูกหลาน

ความเห็น : มุมแดง (สนับสนุนยานอก) แพทย์ที่รักษาผู้ป่วยยึดถือในยาที่ต้องดีที่สุด ได้ผลมากที่สุด ซึ่งรวมถึงคุณภาพ การที่ใช้ยานอกแม้แต่เป็นตัวต้นตระกูลก็ตาม ซึ่งราคาของยาที่ผลิตในประเทศถูกลงขนาดเหลือเม็ดละ 2-3 บาท ในขณะที่ยานอกราคา 40-50 บาท เป็นเพราะไม่แน่ใจในกระบวนการผลิต การตรวจสอบของประเทศไทย การที่กระเถิบไปใช้ยาลูกหลาน ซึ่งยังคงเป็นยานอก

ถึงแม้ว่าจะเป็นการคิดดัดแปลงจากยาต้นตระกูลไม่มากก็ตาม อาจเป็นผลจากการที่ยาลูกหลานเหล่านี้มีผลพิสูจน์ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ใหม่ๆ เช่น สามารถป้องกันไม่ให้เส้นเลือดตีบตั้งแต่ต้น ก่อนเกิดโรคด้วยซ้ำ (primary prevention) ซึ่งข้อมูลของยาต้นตระกูลไม่มี

มุมน้ำเงิน (ไม่สนับสนุน) ยึดถือในกระบวนการของรัฐในการตรวจสอบคุณภาพและยึดถือในการร่วมทุกข์ร่วมสุขของคนทั้งประเทศในมาตรฐานเดียวกัน คือทุกคนในประเทศ ไม่แยกชั้นวรรณะ ต้องมีสิทธิ์เข้าถึง ได้ใช้เท่ากัน ขณะที่มุมแดงคือ เอาคนไข้ที่เห็นตรงหน้า ต้องรอด ต้องดีที่สุด

นึกภาพออกแล้วนะครับ มุมแดงผิดไหมที่มีความรับผิดชอบต่อชีวิตผู้ป่วยที่ตนเองดูแล มุมน้ำเงินคิดถึงภาพรวมของคน 60 กว่าล้านคน ว่าเงินแค่ไหนถึงจะพอ งบประมาณจากภาษีของเราเองจะมีให้หรือ ประเทศจะไปรอดหรือไม่ เมื่อเอามุมแดงและมุมน้ำเงินมาเถียงกัน เราก็จะได้รับฟังว่า แพทย์เอี่ยวกับบริษัทยา มีใต้โต๊ะคอร์รัปชัน คงมีอยู่บ้างนะครับ แต่ไม่น่าจะถูกต้องที่เหมารวมเช่นนั้น

มุมน้ำเงินต้องชี้ว่าประเทศไทยต้องเผชิญกับอะไรอยู่ ต้องเข้มงวดในกระบวนการตรวจสอบ คุณภาพของยาที่ผลิตในประเทศ งบประมาณขณะนี้ จริงหรือที่รัฐบาลประกาศว่ามีล้นเหลือ

งบประกันสุขภาพของประเทศไทยขณะนี้ ในสายตาของหมอเองน่าจะครอบคลุมสิทธิ์ดีที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง ครอบคลุมคนเกือบทั้งประเทศ ได้เกือบทุกโรค ตั้งแต่ป้องกัน รักษา และประทังชีวิต เช่น ผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้าย โดยการฟอกเลือด ล้างพิษผ่านทางช่องท้อง

เปรียบกับประเทศในยุโรปหรืออังกฤษ ซึ่ง VAT สูงมาก และภาษีของประชาชนมากกว่าของประเทศไทย แต่กระนั้น ระบบประกันสุขภาพของเขา เป็นไปโดยเข้มงวดและพอเพียงในการรักษาขั้นพื้นฐานเท่านั้น และยังต้องรอช้านานเป็นเดือน ถ้าเป็นโรคไม่เร่งด่วน

ประเทศไทยออกทีวีประกาศช่วยคนไข้หูพิการจากติดเชื้อแบคทีเรียซึ่งเกิดจากการกินอาหารดิบ โดยให้มีการใส่หูเทียมราคาเป็นแสน ผิดหรือไม่ครับที่ช่วยผู้พิการทางประสาทหู ไม่ผิด แต่สลดไหมครับที่ละเลย ไม่เคยคิดออกมาตรการในการรณรงค์เรื่องห้ามกินอาหารดิบ ที่ก่อโรคอีกมากมาย

อะไรที่ได้หน้า เป็นคะแนนเสียงทำได้หมด แต่ในการป้องกันเป็นเรื่องเป็นราวไม่ทำ

เพราะฉะนั้น ดีท็อกซ์ประเทศไทย หมายรวมถึง ตั้งแต่ขจัดม่านบังตา ตะบี้ตะบัน “มึงผิด ข้าถูก” รับฟังเหตุผลและร่วมมือกันทำสิ่งที่อาจจะทำได้ให้เกิดขึ้น แทนที่จะพินาศไปทั้ง 2 ฝ่าย

และหมายรวมถึงล้างพิษนักการเมืองในสภาทั้งหลายที่โรดแม็ปกำลังจะมีการเลือกตั้ง ถ้าได้มาทำงานเอาหน้าไปวันๆ ใช้เวลาของสถานีโทรทัศน์ ด่าทอกัน เอาข้อมูลโกหกมาป่าวประกาศ ระดับนี้ต้องล้างให้หมดลำไส้เลยนะครับ.

หมอดื้อ

16 ก.ค. 2559 12:04 16 ก.ค. 2559 12:06 ไทยรัฐ