วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตร.ขู่ห้ามขวาง ค้นธรรมกาย

ใครทำผิดจับหมด ตามยึดอีกรุกที่ป่า

ศรีวราห์ลุยอุ้มผาง จ.ตาก ตรวจยึดศูนย์อบรมเยาวชนเครือข่ายวัดพระธรรมกาย หลังพบบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน ขณะที่ทนายความสวนป่าสถานที่ปฏิบัติธรรมใน จ.เลย ที่ถูกตรวจค้นไปก่อนหน้า นำเอกสารชี้แจงสื่อ ที่ดินได้มาอย่างถูกต้อง มีเจ้าหน้าที่รัฐยืนยันว่าอยู่นอกเขตป่าสงวน และไม่เกี่ยวข้องกับพระธัมมชโย เนื่องจากยกที่ดินให้วัดพระธรรมกายแล้ว ด้าน ผกก.โรงพักคลองหลวงขู่ อย่าขวางหากดีเอสไอเข้าค้นวัดรอบ 2 ไม่เชื่อโดนดำเนินคดีแน่

กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำโดย พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.นำกำลังเข้าตรวจสอบสถานที่ปฏิบัติธรรมเครือข่ายวัดพระธรรมกาย ที่เข้าข่ายบุกรุกที่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นที่ เวิลด์พีซวัลเล่ย์ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ล่าสุดเข้าตรวจค้นที่ดินเครือข่ายอีก 2 จุดที่ สวนป่าหิมวันต์ และสวนยางพาราบ้านกกโพธิ์ริมสาน ใน ต.ร่องจิก อ.ภูเรือ จ.เลย พบความผิดเบื้องต้น 5 ข้อหา ขณะที่ ผอ.พศ.เดินเกมรุก ขอเข้าเยี่ยมอาการพระธัมมชโย ดูอาการอาพาธไขความกระจ่างตามที่เสนอข่าวไป

ปฏิบัติการลิดกิ่งก้านสาขาเครือข่ายวัดพระธรรมกาย โดยเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 15 ก.ค. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ร่วมกับทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 ตำรวจ บก.ปทส. ตชด.ที่ 347 จนท.ป่าไม้ จนท.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าตรวจสอบศูนย์อบรมเยาวชนอุ้มผาง หมู่ที่ 2 ต.หนองหลวง อ.อุ้มผาง จ.ตาก หลังรับรายงานว่า ศูนย์อบรมแห่งนี้บุกรุกที่ป่า เบื้องต้นพบว่า ปลูกอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่กลอง และอุ้มผาง เนื้อที่ประมาณ 67 ไร่ 1 งาน เป็นสาขาของวัดพระธรรมกาย มีพระธาดา จรณธโร ประธานมูลนิธิธรรมชาติพิสุทธิ์ ขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาต แต่กลับฝ่าฝืนบุกรุกเข้าไปสร้างสิ่งปลูกสร้างเป็นอาคารทั้งถาวร และกึ่งถาวร 20 หลัง ทั้งนี้ พล.ต.อ.ศรีวราห์สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาในความผิดฐานก่อสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำใดๆอันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือ หรือครอบครองป่า เพื่อตนเอง หรือผู้อื่น ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ขณะเข้าตรวจยึดพระธาดา จรณธโร ไม่อยู่

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า ได้ให้พนักงานสอบสวนขออำนาจศาลออกหมายจับพระธาดา ผู้ดูแลศูนย์แห่งนี้ และได้สั่งเพิ่มเติมว่า ผู้ถูกออกหมายจับซึ่งเป็นพระ ให้ดำเนินการตามคำสั่งมหาเถรสมาคม ถ้าขัดคำสั่งให้ดำเนินการไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

วันเดียวกัน พล.ต.ต.ชวลิต ประสพศิลป ผบก. ภ.จ.เลย กล่าวถึงความคืบหน้ากรณี พล.ต.อ.ศรีวราห์ นำกำลังตรวจค้นสวนป่าหิมวันต์ และสวนยางบ้านกกโพธิ์ริมสาน ต.ร่องจิก อ.ภูเรือ จ.เลย พบเอกสารสิทธิในการครอบครองชื่อวัดพระธรรมกาย และมีการสร้างสถานที่ปฏิบัติธรรมกลางลำห้วยลำน้ำสาน โดยสั่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึด พร้อมแจ้ง 6 ข้อกล่าวหา ข้อหาหลักคือบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติว่า ได้สั่งการ พงส.สภ.ภูเรือ นำกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายก ทต.ร่องจิก และผู้ที่เกี่ยวข้อง มาสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อหารายละเอียด ต้องใช้เวลาในการสอบเพิ่มเติมอีกหลายวัน ส่วนจะแจ้งข้อกล่าวหาใครบ้างนั้น อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐาน

ด้านนายชัยรัตน์ สุดาเทพ ทนายความสวนป่าหิมวันต์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีหนังสือจาก อ.ภูเรือ รายงานถึง ผวจ.เลย ลงวันที่ 24 ก.ค.57 เรื่องการตรวจสอบการบุกรุกคลองสาธารณะระบุว่า พื้นที่ทั้งหมดของสวนป่าหิมวันต์ จากการตรวจสอบค่าพิกัดทั้งหมด จนท.สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยืนยันว่าอยู่นอกเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าภูเปือย ป่าภูขี้เถ้า และป่าภูเรือ โดยสวนป่าหิมวันต์ มีเอกสารสิทธิที่ออกโดยชอบตามกฎหมายจากเจ้าหน้าที่จากสำนักงานที่ดินเมื่อวันที่ 19 มี.ค.41 เป็นการกระทำโดยชอบของเจ้าพนักงาน ทางวัดพระธรรมกายไม่ได้ทำขึ้นมาเอง ปัจจุบันที่ดินแปลงดังกล่าวไม่ใช่ที่ดินของพระธัมมชโย เพราะได้ยกให้แก่วัดพระธรรมกายแล้วตั้งแต่ปี 49 ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของระเบียบปฏิบัติของทางราชการจนแล้วเสร็จ จดทะเบียนโอน เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 55 ทั้งนี้นายชัยรัตน์ได้นำเอกสารที่ดินที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจยึดและแจ้งข้อกล่าวหามาแสดงให้ผู้สื่อข่าว โดยกล่าวว่า ได้กระทำอย่างถูกต้องในทุกประเด็นที่ถูกกล่าวหา ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาไปนั้น ต้องไปว่าตามกระบวนการยุติธรรมของศาลต่อไป

ส่วนที่วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี พระมหานพพร ปุญฺญชโย ผู้ช่วย ผอ.สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย กล่าวว่า กรณีที่ดินสวนป่าหิมวันต์ใน อ.ภูเรือ จ.เลย วัดพระธรรมกายขอชี้แจงดังนี้ หลวงพ่อธัมมชโยได้บริจาคที่ดินผืนดังกล่าวให้กับวัด แต่ในภาพเอกสารสิทธิที่เผยแพร่ออกไปตามสื่อต่างๆ ไม่ได้ปรากฏชื่อสุดท้ายของผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็นชื่อวัดพระธรรมกาย ข้อเท็จจริงคือ หลวงพ่อธัมมชโยได้มอบให้ตัวแทนทำหนังสือมอบที่ดินให้เป็นของวัดตั้งแต่ปี 49 จากนั้นเป็นขั้นตอนของทางราชการ พิจารณาและออกเอกสารการโอนให้เมื่อปี 55 ดังนั้น ที่ดินผืนนี้จึงถือได้ว่าเป็นที่ธรณีสงฆ์มาแล้วเกือบ 10 ปี ปัจจุบันใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ทั้งนี้ ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างต่างๆนั้น หลวงพ่อธัมมชโยมีวัตถุประสงค์เพื่อยังประโยชน์ให้เกิดขึ้นแก่พระพุทธศาสนาและพุทธศาสนิกชนโดยรวม มิได้มีความประสงค์ที่จะนำที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไปใช้สอยเป็นการส่วนตัวแต่อย่างใด ส่วนกรณีที่นายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จะขอติดต่อเข้าเยี่ยมอาการอาพาธของหลวงพ่อ ธัมมชโยนั้น ทางวัดขอขอบคุณในความเป็นห่วงของนายพนม และจะรอการติดต่ออย่างเป็นทางการจากนายพนมต่อไป

ก่อนหน้านี้เช้าวันเดียวกัน ที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พ.ต.อ.เขมพัทธ์ โพธิพิทักษ์ ผกก.สภ.คลองหลวง เผยความคืบหน้าในคดีความของวัดพระธรรมกาย ที่มีบุคคลหลายฝ่ายร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง ให้ดำเนินคดีต่างๆเป็นจำนวนมากว่า ได้แบ่งเป็น 3 กลุ่มคดี ได้แก่ 1.คดีที่พุทธะอิสระกล่าวหา 4 คดี 2.คดีที่ศิษย์วัดพระ ธรรมกายกล่าวหา 11 คดี ยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน 3.คดีที่เกิดจากกรมสอบสวนคดีพิเศษเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกาย 10 คดี มีความคืบหน้า โดยหมวดความผิดเกี่ยวกับการกีดขวางทางสาธารณะ 7 คดี เปรียบเทียบปรับไปแล้วทั้งหมด หมวดความผิดเกี่ยวกับยุทธภัณฑ์ทหารหรือรั้วลวดหนาม 1 คดี อยู่ระหว่างดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง หมวดความผิดเกี่ยวกับการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ ได้สืบสวนจนรู้ตัวแล้ว 10 คน ฟ้องให้ศาลตัดสินแล้ว 1 คน เข้ามอบตัว 3 คน ไม่มาตามหมายเรียก 6 คน ในส่วนนี้ได้ออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ให้มาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 20 ก.ค.59 หากไม่มาตามหมายเรียก จะพิจารณาขออนุมัติศาลออกหมายจับต่อไป

พ.ต.อ.เขมพัทธ์กล่าวต่อว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา สภ.คลองหลวงสรุปสำนวนมีความเห็นสั่งฟ้องนายวิระศักดิ์ ฮาดดา นายก อบต.คลอง– สาม ฐานความผิดจัดให้มีการชุมนุมสาธารณะโดยไม่แจ้งการชุมนุม ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ส่งพนักงานอัยการจังหวัดธัญบุรีเพื่อฟ้องศาล ขอย้ำพี่น้องประชาชน หากกรมสอบสวนคดีพิเศษเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกายตามหมายศาลครั้งที่ 2 ขออย่าได้ชุมนุมขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ เพราะ สภ.คลองหลวงจะดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดทุกราย

ส่วนที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวหลังประชุมร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ว่า ในการประสานทำงานร่วมกับ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เรื่องคดีวัดพระธรรมกาย ตามคำสั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จากการพูดคุยแบ่งการทำงานเป็น 2 ส่วน คือ เรื่องของคดีความเนื่องจากมีหมายจับอยู่ คดีอยู่ที่อัยการแล้ว และประสานทำงานร่วมกับคณะสงฆ์ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเดินต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม แม้จะอยู่ในช่วงเข้าพรรษาก็ไม่เป็นอุปสรรค เพราะไม่มีข้อห้ามตามกฎหมาย เมื่อถามว่า ดีเอสไอสามารถนำกำลังเข้าไปจับกุมพระธัมมชโยระหว่างนี้ได้หรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ตอบแทนไม่ได้ แต่สิ่งที่ต้องการคือ พระธัมมชโยออกมารับทราบข้อกล่าวหา เข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย ยืนยันรัฐบาลจะเดินหน้าต่อ เพราะไม่สามารถหลีกเลี่ยงการปฏิบัติตามกฎหมายได้ มาตรการที่รัฐบาลจะใช้ มีหลายรูปแบบ และไม่สามารถจับกุมพระธัมมชโยเข้าเรือนจำได้ทันทีในฐานะที่เป็นบรรพชิต เนื่องจากต้องสึกก่อน ส่วนกรณีพระสงฆ์รุกพื้นที่ป่าใน อ.ภูเรือ จ.เลย มีชื่อพระธัมมชโยเข้าไปเกี่ยวข้องนั้น ต้องดูเป็นรายกรณีไป และต้องดูที่เจตนาด้วย

นายสุวพันธุ์ยังกล่าวด้วยว่า เมื่อต้นสัปดาห์ได้หารือกับสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าอาวาสวัดพิชย– ญาติการาม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง พระราชวิสุทธิเวที เจ้าคณะภาค 1 ได้ข้อสรุปพระธัมมชโยยังไม่พร้อมมอบตัว ให้เหตุผลยังอยู่ในอาการอาพาธ แต่พร้อม ให้ข้อมูลในการสอบสวนในคดีเพิ่มเติมกับดีเอสไอ ดังนั้น ในประเด็นพระธัมมชโย ยังไม่มีใครสามารถตอบได้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร คณะสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ทำงานอย่างเต็มที่แล้ว ส่วนกรณี ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จะเข้าขอพบพระธัมมชโยนั้น ยังไม่ทราบรายละเอียด อาจเป็นไปได้ เพราะ พศ.ต้องทำหน้าที่ในฐานะเลขาธิการมหาเถรสมาคม (มส.) และทำงานร่วมกับคณะสงฆ์ ส่วนที่พระธัมมชโย ยังไม่เข้ามอบตัว เชื่อว่าไม่เกี่ยวกับการที่อัยการสั่งเลื่อนคดี เนื่องจากอัยการต้องการที่จะสอบประเด็นที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมเท่านั้น ส่วนกรณีพระเมธีธรรมาจารย์ เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ยังคงเดินหน้าเตรียมออกมาเคลื่อนไหว กรณีที่นายกรัฐมนตรียังไม่แต่งตั้งทูลเกล้าฯสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (สมเด็จช่วง) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ เป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ภายใน 7 วันนั้น ต้องดูที่เจตนาของพระเมธีธรรมาจารย์ ดูเหมือนเป็นการบอกว่าจะเป็นการประชุมสงฆ์เท่านั้น

ก่อนหน้านี้ ช่วงสายวันเดียวกัน ที่ศูนย์บริการประชาชน นายชัยธนพล ศรีจิวังษา ผู้ประสานงานองค์กรเครือข่ายพิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ (อพช.) เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผ่านนายพันศักดิ์ เจริญ ผอ.ส่วนประสานมวลชนและองค์กรประชาชน ศูนย์บริการประชาชนฯ เรื่อง ให้เสนอนามสมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ ตามมติมหาเถรสมาคม เพื่อทูลเกล้าฯสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 โดยนายชัยธนพลกล่าวว่า การที่มีผู้ออกมายื่นคัดค้านมติมหาเถรนั้น ขอให้นายกฯยุติการใส่ใจ เมื่อนายกฯบอกให้ทุกคนทำตามกฎหมาย นายกฯควรทำตามขั้นตอนกฎหมายเช่นกันเพราะมีการตีความแล้วว่ามติของมหาเถรสมาคม ไม่ขัด พ.ร.บ.คณะสงฆ์ โดยไม่เห็นแก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หากนายกฯ ไม่ทำตามข้อเรียกร้องจะมีการเคลื่อนไหวหรือไม่นั้น องค์กรชาวพุทธคงต้องมีการพูดคุยกันอีกครั้ง

อีกด้านหนึ่งที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงความคืบหน้า กรณีดีเอสไอตรวจสอบรถโบราณ ยี่ห้อเมอร์เซเดสเบนซ์ โบราณ ทะเบียน ขม99 ที่มีชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช เป็นผู้ครอบครองรถคันดังกล่าว ว่า มีความคืบหน้าไปกว่า 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว ที่เหลืออยู่บางส่วนนั้นอยู่ระหว่างรอเอกสารสำคัญจากต่างประเทศ และรอการคำนวณภาษีที่ยังขาดอยู่ เมื่อได้หลักฐานครบถ้วนแล้ว จะสรุปสำนวนการสอบสวน หลังจากสรุปผลการสอบสวนแล้ว สมเด็จช่วงจะมีความผิดหรือไม่นั้น จะแถลงให้ทราบอีกครั้ง ซึ่งต้องรอเอกสารให้ครบถ้วนก่อน

“ในกระบวนการทั้งหมดจะค่อนข้างคล้ายกันคือมีการนำรถเข้ามา และทำเอกสารการนำเข้าเครื่องยนต์กับตัวถัง และจดทะเบียนกับกรมสรรพสามิต เพื่อให้ครบองค์ประกอบของรถยนต์จดประกอบ หลังจากนั้นไปจดทะเบียนกับกรมขนส่ง ขบวนการทั้งหมดเกี่ยวกับคดีรถที่ตรวจสอบนั้น ส่วนใหญ่จะมีพฤติกรรมคล้ายกัน ได้ตรวจสอบตั้งแต่กระบวนการนำเข้า จดทะเบียนสรรพสามิต และจดทะเบียนกรมขนส่ง มีการกระทำผิดทั้งทำเอกสารเท็จและแจ้งความเท็จ” พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผอ.พศ.รุก ขอเข้าเยี่ยม ‘ธัมมชโย’ ไขข้อกังขาอาการป่วย

16 ก.ค. 2559 07:27 16 ก.ค. 2559 07:35 ไทยรัฐ