วันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อดีตผัวเศรษฐินี ให้การแฉนางไก่ อมค่าที่ดิน 8 ล้าน

อดีตผัวเศรษฐินี ให้การแฉนางไก่ อมค่าที่ดิน 8 ล้าน

  • Share:

สามีเก่าเศรษฐินีชาวอุดรฯ โร่เข้าพบตำรวจกองปราบฯ หลังพนักงานสอบสวนพบพิรุธอาจมีส่วนรู้เห็นถึงสาเหตุการตายของเศรษฐินี สอบเครียดนานกว่า 6 ชั่วโมง ให้การวกไปวนมา อ้างรู้จักนางไก่มานานเลยมีความสนิทสนมจนพาไปพบอดีตภรรยา ก่อนจะมีการโอนที่ให้ สุดท้ายนางไก่นำไปขายได้ 8 ล้านบาท หลังขายได้ยังไม่เคยเห็นตัวเงินเลย ด้านตำรวจนครบาลรอพยานอีกรายให้ปากคำก่อนจะแจ้งข้อหาค้ามนุษย์นางไก่เพิ่มอีกคดี

จากกรณีตำรวจทั้งนครบาลและสอบสวนกลาง ร่วมกันสอบสวนคลี่คลายคดีของนางมณตา หยกรัตนกาญ หรือนางไก่ ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในทัณฑสถานหญิงกลาง หลังถูกพนักงานสอบสวนกองปราบฯแจ้งข้อหา แจ้งความเท็จ อันเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา และความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูง ตามมาตรา 112 โดยศาลไม่ให้ประกันตัว ก่อนที่จะมีการรื้อคดีของนางไก่ทั้งหมดที่แจ้งความไว้ที่ สน.ประชาชื่น ทุกคดี

ล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 15 ก.ค. ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายสุนทร ขันหิน หรือโก้ อดีตคนขับรถคนสนิทของนางไก่ ได้ติดต่อเข้าพบ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น.แล้วก็ไม่เป็นไร นายโก้อาจจะสบายใจ หากได้เข้าพบ รรท.ผบช.น.เนื่องจากตนและ พล.ต.ท.ศานิตย์ ได้ประสานกันตลอดเวลาอยู่แล้ว และถือเป็นเรื่องดีเป็นไปตามที่ตนได้สันนิษฐานไว้ ว่านายโก้ยังมีชีวิตอยู่ เพียงหลบซ่อนตัวเท่านั้น ทั้งนี้ อาจจะขอสำนวนการสอบปากคำเบื้องต้นจาก บช.น.มารวมกับของ บช.ก.ด้วย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้นายโก้เกี่ยวข้องกับคดีในสถานะเป็นเพียงพยาน ไม่ใช่พัวพันในสถานะผู้ต้องหา หากมีบุคคลอื่นหรือพยานหลักฐานยืนยันได้ว่านายโก้มีส่วนในการร่วมกระทำความผิดร่วมกับนางไก่ ก็ว่ากันไปตามกฎหมาย

พล.ต.ท.ฐิติราช กล่าวอีกว่า ในส่วนของกรณีเศรษฐินี จ.อุดรธานี ที่หายสาบสูญไปนั้น ได้สั่งการให้ตำรวจกองปราบฯ ร่วมกับตำรวจท้องที่หาข้อมูลเชิงลึกเพื่อระบุตัวบุคคลเศรษฐินีดังกล่าว เบื้องต้นเชื่อว่าเสียชีวิตแล้ว แต่ต้องยืนยันให้ได้ว่าเสียชีวิตเพราะเหตุใด หากพบว่าเสียชีวิตด้วยโรคภัย ต้องหาหลักฐานยืนยันว่าเป็นโรคอะไร และเป็นการเสียชีวิตตามธรรมชาติ หรือพบพิรุธ ส่วนที่ดินมูลค่า 8 ล้านบาท ที่มีกระแสข่าวว่านางไก่ไปติดต่อขอซื้อจากเศรษฐินีก่อนเสียชีวิตนั้น ยังอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนสอบสวน โดยแบ่งหน้าที่เป็นการสอบปากคำพยานบุคคลหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง แต่ต้องยอมรับว่าคำให้การของบุคคลนั้นบางคนให้การไม่หมด บางคนไม่พูดความจริง ทั้งหมดต้องมีการรวบรวมพยานเอกสารในเชิงลึกซึ่งจำเป็นต้องใช้ระยะเวลา คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจนมากขึ้น ส่วนที่ดินดังกล่าวจะถูกโอนให้เป็นชื่อนางไก่ก่อนจะขายต่อหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนขนาดนั้น อยู่ระหว่างสืบสวนว่านางไก่มีส่วนเกี่ยวข้องมากน้อยเพียงใด โดยมุ่งเน้นไปยังผู้ที่รู้จักกับนางไก่ในอดีต ซึ่งไม่ว่าแนวทางการสืบสวนจะเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใด จะต้องเรียกตัวมาสอบปากคำทุกคน ทั้งนายทหารที่เคยมีส่วนเกี่ยวข้อง หรือที่นางไก่นำไปใช้แอบอ้าง น้องสาวของเศรษฐินีคนดังกล่าว รวมถึงนายตำรวจยศ พ.ต.ท. สามีของนางไก่ก็เช่นกัน จะเรียกสอบปากคำบุคคลใดบ้างนั้น ต้องขอให้ตำรวจมีความชัดเจน หรือมีข้อเท็จจริงมากในระดับหนึ่งก่อน

ส่วน ที่ บช.น. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีให้พนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น เตรียมขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับนางมณตา หรือไก่ หยกรัตนกาญ ในความผิดฐานค้ามนุษย์ว่า พนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น สอบปากคำผู้เสียหายเรียบร้อยแล้ว หลังจากเข้าแจ้งความไว้ที่ สน.ประชาชื่น อันเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ พนักงานสอบสวนจะนำสำนวนพยานและหลักฐานยื่นศาลขออนุมัติหมายจับนางมณตา ข้อหาค้ามนุษย์ ในวันที่ 15 ก.ค.นี้ เนื่องจากพบพยานหลักฐานกรณีนางมณตาบังคับใช้แรงงานหรือบริการเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน ขณะนี้พนักงานสอบสวนยังขาดการสอบปากคำพยานอีกเพียงปากเดียว เนื่องจากพยานติดธุระด่วนเดินทางไปต่างจังหวัด หากสอบปากคำพยานดังกล่าวเสร็จสิ้นจะขออนุมัติหมายจับทันที

พล.ต.ท.ศานิตย์เปิดเผยถึงกรณีนายสุนทร หรือโก้ ขันหิน อดีตคนขับรถนางมณตา เข้ามาให้ข้อมูลด้วยว่า นายโก้ทำงานกับนางไก่แค่ปีเศษๆ สาเหตุที่ออกเพราะเคยซื้อรถ จยย.แล้วขาดผ่อนค่างวด บริษัททำหนังสือส่งไปทวงเงินที่บ้านของนางไก่ นางไก่โกรธเรียกไปดุด่าอย่างรุนแรง รวมทั้งยังเหนื่อยเพราะทำงานทุกวันไม่มีวันหยุดเลยขอลาออก วันที่ไปรับ “หนูนา” นายโก้ร่วมไปด้วย “หนูนา” ยังเรียนหนังสืออยู่ มีการขอ “หนูนา” จากพ่อกับแม่ก่อนพามาเรียนหนังสือใน กทม. แต่เรียนไม่ทันคนอื่นเลยเลิกเรียนออกมาทำงานเป็นคนรับใช้ กระทั่ง “หนูนา” เจอกับสามีคนปัจจุบัน โดยก่อนหน้านั้นแอบติดต่อกัน ต่อมา “หนูนา” หนีออกจากบ้านไป นางไก่เลยแจ้งความดำเนินคดีลักทรัพย์ แต่ทั้งนี้ นายโก้ไม่เชื่อว่า “หนูนา” ก่อเหตุลักทรัพย์ หรือถ้าทำจริงทรัพย์สินคงไม่มากขนาดนั้น นายโก้ ยืนยันว่าไม่ได้กำความลับอะไรของนางไก่ สำหรับการที่นางไก่แอบอ้างเป็นคุณหญิง นายโก้บอกว่าไม่มี เรียกแต่ “คุณนาย” รวมทั้งยังบอกว่านางไก่ ชอบคุยโตอวดมั่งอวดมี ซื้อทองแจกทุกคน แต่นายโก้ไม่เคยได้

รรท.ผบช.น. กล่าวต่อว่า นายโก้ให้ข้อมูลด้วยว่า นางไก่ เป็นคนทำหนังสือเดินทางให้ลูกจ้างเกือบทุกคน นายโก้ก็มีหนังสือเดินทาง ทั้งนี้พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำนายโก้ไว้เรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจรับฟังไว้เป็นข้อมูลและต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อไป เช่น กรณีนางไก่ เล่นหวยทีละ 20 ล้านบาทนั้น เป็นความจริงหรือไม่ พร้อมทั้งประสานกับ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. เพื่อแจ้งข้อมูลเบาะแสของนายโก้ที่ให้การไว้กับตำรวจนครบาลช่วงบ่าย ที่ศาลอาญารัชดาฯ พนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้นำคำร้องขอฝากขัง

นางมณตา หยกรัตนกาญ อายุ 56 ปี หรือหญิงไก่เป็นครั้งที่สอง โดยคำร้องบรรยายว่าตามที่พนักงานสอบสวนได้จับกุมผู้ต้องหาไว้ กล่าวหาว่า แจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ดูหมิ่นสถาบัน และพยายามกระทำความผิดค้ามนุษย์และฝากขังไปครั้งที่ 1 จะครบกำหนดวันที่ 18 ก.ค.นี้นั้น เนื่องจากวันดังกล่าวเป็นวันหยุด จึงขอฝากขังต่ออีก 12 วัน นับจากวันที่ 19 ก.ค.-30 ก.ค.รวม 12 วัน เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น โดยการฝากขังครั้งนี้เป็นการฝากขังผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอร์เรนซ์ โดยหญิงไก่ยังถูกขังอยู่ที่ทัณฑสถานหญิง ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังต่อ

ส่วนคดีการเสียชีวิตของนางฉวีวรรณ สุขากันยา เศรษฐินีที่อุดรธานี พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า กรณีนางโฉมศรี ประจันตะเสน น้องสาวนางฉวีวรรณ กล่าวหาว่า นางมณตา หยกวิริยะกุล หรือนางไก่ ยกเอาตู้เซฟของแม่ ภายในมีทองคำหนัก 30 บาทไป ก่อนนำตู้เซฟมาคืน แต่ทองในตู้เซฟกลับเป็นทองปลอมนั้น ตำรวจจะต้องไปรื้อดูว่าญาติได้มาแจ้งความวันไหน เบื้องต้นรู้ว่าเหตุเกิดเมื่อปี 2546 ไม่มีปัญหา สามารถย้อนกลับไปได้ จะต้องสอบสวนทวนความกัน

“ทุกคดีที่เป็นข้อสงสัยของผู้บังคับบัญชา คดีที่มีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้อง จะสั่งผู้กำกับสอบสวนเข้าไปควบคุม ลงไปช่วยทุกคดี เมื่อตรวจดูแล้วว่ามีการแจ้งความดำเนินคดีจริง จะได้สั่งให้ผู้กำกับสอบสวนเข้าไปช่วย จะต้องเรียกผู้เสียหายมาสอบปากคำ ว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไร คดีย้อนหลัง 13 ปี พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีอาจจะย้ายไปที่อื่น แต่สามารถตรวจดูได้ว่ามีการแจ้งความจริงหรือไม่ และตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนคลี่คลายคดี เพราะคดีขนาดนี้อาจจะคาบเกี่ยวกับหลายพื้นที่ ไม่ต้องรอผู้บังคับบัญชาสั่งมา เราต้องทำงานเองโดยอัตโนมัติ ตามอำนาจหน้าที่” ผบก. จ.อุดรธานีกล่าว

ขณะเดียวกัน ที่กองบังคับการปราบปราม นายปิติ ตั้งวิริยะกุล อายุ 87 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32 ซอยบรมราชชนนี 70 ถ.บรมราชชนนี แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา ได้เดินทางเข้าให้ปากคำกับ พ.ต.อ.นิรันดร์ ปิตะกาศ ผกก.3 บก.ป หลังปรากฏข่าวการเสียชีวิตของนางฉวีวรรณ ตั้งวิริยะกุล หรือสุขากันยา เศรษฐินีที่ จ.อุดรธานี ว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีของนางมณตา หยกรัตนกาญ หรือนางไก่ โดยใช้เวลาสอบปากคำนานกว่า 6 ชั่วโมง

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ชุดสืบสวนได้สอบปากคำนายปิตินานกว่า 6 ชั่วโมง นายปิติให้การวกไปวนมา อาจจะเพราะด้วยอายุที่ค่อนข้างมาก ประกอบกับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนธันวาคม 2546 ผ่านมากว่า 13 ปีแล้ว ในส่วนของรายละเอียดเบื้องต้นนั้น นายปิติรับว่ารู้จักกับนางไก่ที่ รพ.แห่งหนึ่ง แต่เมื่อใด จำไม่ได้ จากนั้นพูดคุยกันถูกคอจนติดต่อกันเรื่อยมา กระทั่งนับถือเป็นพ่อ-ลูกกัน จากนั้นเมื่อปี 2546 นายปิติได้พานางไก่ไปเจอนางฉวีวรรณ อดีตภรรยาที่เลิกรากันไปนานแล้ว หลังจากเจอกันนางฉวีวรรณได้โอนที่ดิน 2 งาน ราคาประเมินกว่า 8 ล้านบาท ให้กับนายปิติ ก่อนที่ต่อมาวันที่ 2 ธันวาคม 2546 นางฉวีวรรณจะเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับ ที่ จ.สกลนคร หลังจากนั้นประมาณ 1 เดือน ตนให้นางไก่เป็นผู้ดำเนินการนำที่ดินที่ได้รับโอนมาจากนางฉวีวรรณไปขายต่อในราคา 8 ล้านบาท ให้กับเจ้าของที่ดินคนปัจจุบัน ในส่วนของขั้นตอนการติดต่อ การโอน และได้เงินนั้น นางไก่เป็นผู้ดำเนินการเอง เงินที่ได้จากการขายที่นางไก่ไม่ได้มอบให้นายปิติแม้แต่บาทเดียว ซึ่งในประเด็นดังกล่าวนั้นทำให้ชุดสืบสวนมีความสงสัย จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป อย่างไรก็ตามในส่วนของความสัมพันธ์ระหว่างนายปิติกับนางฉวีวรรณพบว่าไม่มีลูกด้วยกัน แต่เศรษฐินีได้นำลูกสาวของน้องชายที่เป็นครูมาเป็นลูกบุญธรรม

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ก่อนหน้านี้ตำรวจได้สอบปากคำน้องสาวของนางฉวีวรรณ รวมถึงหมออุดมไปแล้ว และอยู่ระหว่างติดต่อขอสอบปากคำเจ้าของที่ดินรายล่าสุดที่รับซื้อที่ดินดังกล่าวไปจากนางไก่ ซึ่งขณะนี้เจ้าของที่ดินรายดังกล่าวยังไม่พร้อมจะให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน เนื่องจากอ้างว่าขอหาทนายความก่อน ทั้งนี้ ชุดสืบสวนได้นำตัวนายปิติไปค้นบ้าน ที่บ้านเลขที่ 32 ซอยบรมราชชนนี 70 ถ.บรมราชชนนี แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา เพื่อหาหลักฐานที่เชื่อมโยงทางคดีต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ค้ามนุษย์ เพิ่มอีกข้อหา ‘หญิงไก่’

‘นางไก่’ พิรุธ คดีเศรษฐินี ป.พบเงื่อนงำ แจ้งตายปี’46 สวด 1 คืน-เผา

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้