วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฆ่าหมู่-ช็อกโลก! ดับ 84 ศพ รถบรรทุกไล่ขยี้

สยองเมืองนีซซํ้ารอยฝรั่งเศส เจ็บอีกนับร้อยมีเด็กๆรวมด้วย เด็ดหัวไอ้โหด-ยืดภาวะฉุกเฉิน

โลกช็อก...ฝรั่งเศสโดนกลุ่มก่อการร้ายจองเวรไม่เลิก บุกโจมตีครั้งที่ 3 ด้วยการขับรถบรรทุกไล่ชนคนที่กำลังเดินอยู่ริมถนนบริเวณชายหาดเมืองนีซที่เป็นเมืองท่องเที่ยวชื่อดัง ร่วมเฉลิมฉลองวันชาติ ที่กลับกลายเป็นโศกนาฏกรรมหมู่อย่างสยดสยอง เบื้องต้นตายกว่า 80 ศพ เจ็บอีกนับร้อย ส่วนคนขับรถบรรทุกมรณะโดนตำรวจวิสามัญฯตายคารถ เชื่อฝีมือไอเอสรังควาน ขณะที่กลุ่มก่อการร้ายกลุ่มนี้ยังเงียบไม่ออกมาแถลงผลงาน นานาชาติรุมประณามผู้ก่อเหตุ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัยไปยังประธานาธิบดีฝรั่งเศส

โลกเกิดเหตุสลดใจอีกครั้ง เมื่อผู้ก่อการร้ายจองเวรประเทศฝรั่งเศสไม่เลิก ล่าสุดได้ปฏิบัติการโหดเหี้ยมสุดสะเทือนใจสังหารหมู่ ที่เมืองท่องเที่ยวชื่อดังของฝรั่งเศสอีกกว่า 80 ศพ เมื่อคืนวันที่ 14 ก.ค. นับเป็นการปฏิบัติการโจมตีใหญ่ครั้งที่ 3 ที่เกิดขึ้นในดินแดนน้ำหอม โดยเหตุสลดดังกล่าวกลายเป็นเหตุสุดสยองรับวันชาติฝรั่งเศส หลังคนร้ายขับรถบรรทุกวิ่งไล่บดฝูงชนนับพันที่มารอชมการจุดแสดงดอกไม้ไฟเฉลิมฉลอง บริเวณถนนคนเดินริมชายหาดเมืองนีซ เมืองตากอากาศทางตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส ก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจรุมยิงวิสามัญฆาตกรรมหยุดความบ้าคลั่ง

ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหตุก่อการร้ายครั้งนี้เกิดเมื่อช่วงเวลา 23.00 น.ของวันที่ 14 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณ 04.00 น. วันที่ 15 ก.ค. ตามเวลาประเทศไทย ระหว่างงานฉลองโค้งสุดท้ายวันชาติฝรั่งเศส หรือที่เรียกว่าวันบัสตีย์ ในเมืองนีซ ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ ห่างจากพรมแดนอิตาลีไปประมาณ 30 กิโลเมตร ขณะที่ชาวบ้าน รวมถึงนักท่องเที่ยวหลายพันคนมารวมตัวกันที่บริเวณถนนคนเดินเลียบชายหาดชื่อดัง “เดส์ ซองเกลส์” รับชมการแสดงดอกไม้ไฟนั้น จู่ๆก็มีรถบรรทุกสีขาวขับพุ่งขึ้นมาบนทางเท้า และเริ่มไล่ชนไล่บดคนไปตลอดทางอย่างไม่เลือกหน้า

จากการเปิดเผยของชาวบ้านในที่เกิดเหตุ ระบุว่า เหตุการณ์เป็นไปอย่างสยดสยอง โดยหลังจากรถบรรทุกเริ่มไล่ทับคนแล้ว คนขับยังได้ขับซิกแซ็กปาดไปปาดมา พุ่งเข้าใส่คนที่เกาะกลุ่มกัน ตลอดแนวถนนเดส์ ซองเกลส์ เต็มไปด้วยความโกลาหล ผู้คนต่างวิ่งหนีตาย มีทั้งเสียงกรีดร้อง เสียงคนถูกรถทับ เสียงร้องขอความช่วยเหลือจากผู้บาดเจ็บที่นอนทุกข์ทรมานอยู่บนพื้นถนน หลังจากรถบรรทุกขับผ่านไปแล้ว เห็นร่างของผู้คนนอนแน่นิ่งอยู่บนถนนทุกๆ 5 เมตร ขณะที่บางรายอยู่ในสภาพช็อก หลังเห็นสมาชิกครอบครัวถูกรถทับไปต่อหน้าต่อตา

อย่างไรก็ตาม ความบ้าคลั่งของคนร้ายมาถึงจุดจบในเวลาต่อมา โดยเจ้าหน้าที่ความมั่นคงฝรั่งเศสเผยว่า คนร้ายที่ขับรถบรรทุกไล่ทับคนไปเรื่อยๆบนถนน เป็นระยะทางยาว 2 กิโลเมตร ได้ถูกเจ้าหน้าที่รุมดักวิสามัญฯด้วยอาวุธปืนหลายขนาดจนเสียชีวิตคารถ และก่อนหน้านั้นมีพลเมืองดีรายหนึ่งขับมอเตอร์ไซค์ตามแล้วกระโดดขึ้นไปเกาะที่ข้างประตูรถบรรทุกพยายามจะเปิดประตูรถของคนร้าย แต่ปรากฏว่า พลเมืองดีรายดังกล่าวทำไม่สำเร็จ และร่วงลงมาถูกรถทับเสียชีวิต ผู้สื่อข่าวท้องถิ่นฝรั่งเศสรายงานด้วยว่า รถบรรทุกที่ใช้ในการก่อเหตุอยู่ในสภาพด้านหน้าพังยับ เพราะนอกจากจะไล่ชนคนแล้ว คนร้ายยังขับชนทั้งต้นไม้และเสาไฟในบริเวณดังกล่าว ส่วนที่กระจกห้องคนขับมีรอยกระสุนของเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 12 จุด

ขณะที่แหล่งข่าวความมั่นคงฝรั่งเศสพบว่า ผู้ก่อเหตุมี 1 คน เบื้องต้นทราบว่าเป็นชาวฝรั่งเศสเชื้อชาติตูนิเซีย วัย 31 ปี เคยมีประวัติก่ออาชญากรรมแต่ไม่อยู่ในรายชื่อจับตาก่อการร้ายของหน่วยข่าวกรอง รถที่ใช้ก่อเหตุเป็นรถที่เช่ามา ก่อนที่คนร้ายจะถูกวิสามัญฯเสียชีวิตยังได้ยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ด้วย ทางการฝรั่งเศสอยู่ระหว่างสืบสวนเพิ่มเติมว่า มีผู้สมรู้ร่วมคิดด้วยหรือไม่ เนื่องจากเมืองนีซมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง นอกจากนี้ จากการตรวจสอบภายในรถบรรทุก เจ้าหน้าที่ยังพบเอกสารของคนร้าย ระบุว่าชื่อนายโมฮาเหม็ด บูห์เลล มีถิ่นพำนักอาศัยในเมืองนีซ แต่งงานแล้วและมีลูก 3 คน พร้อมของกลางเป็นอาวุธปืนสั้น ปืนยาวปลอมอีกหลายกระบอก

ต่อมานายเบอร์นาร์ด คาเซนูว รมว.มหาดไทยฝรั่งเศส เปิดเผยว่า ยอดเหยื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้อยู่ที่ 84 ศพ และอาจเพิ่มขึ้น ในจำนวนนี้กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯยืนยันว่า มีชาวอเมริกันรวมอยู่ด้วย 2 ศพ เป็นพ่อและลูกชายจากรัฐเท็กซัส ขณะที่ยอดผู้บาดเจ็บยังไม่แน่ชัด อาจจะถึงหลักร้อยคน ในจำนวนผู้บาดเจ็บนี้ โรงพยาบาลท้องถิ่นเปิดเผยว่า เป็นเด็กอย่างน้อย 50 คน อาการสาหัส 18 คน

ด้านนายฟรองซัวส์ โอลองด์ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ออกแถลงการณ์ว่า ชาวฝรั่งเศสต่างรู้สึกทุกข์ระทมกับเหตุโศกนาฏกรรมครั้งใหม่ และปฏิเสธไม่ได้ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการก่อการร้าย เป็นรูปแบบความรุนแรงที่โหดร้ายที่สุด และด้วยเหตุนี้รัฐบาลจึงขอขยายการประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศต่อไปอีก 3 เดือน จากเดิมที่จะยกเลิกภาวะฉุกเฉินในปลายเดือน ก.ค.

ขณะที่ปฏิกิริยาจากผู้นำทั่วโลก ต่างออกมาร่วมแสดงความเสียใจและประณามเหตุก่อการร้ายสยองขวัญครั้งล่าสุดบนแผ่นดินฝรั่งเศส พร้อมประกาศขอยืนหยัดเคียงข้างกับประชาชนชาวฝรั่งเศส ไม่ว่านายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอังกฤษ นางแองเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี นายโดนัลด์ ทัส ประธานสภายุโรป ไปจนถึงรัฐบาลเบลเยียม อินเดีย ออสเตรเลีย และสเปน
การก่อการร้ายสยองขวัญครั้งนี้ นับเป็นเหตุโจมตีครั้งที่ 3 ที่เกิดขึ้นในฝรั่งเศส โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2558 คนร้าย 9 คน ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองกำลังรัฐอิสลามในอิรักและซีเรียหรือกลุ่มไอเอส บุกโจมตี 6 จุดกลางกรุงปารีส โดยเฉพาะสถานที่ผู้คนคับคั่งอย่างโรงละครบาตากลองต์ และหน้าสนามกีฬาสตาด เดอ ฟรองซ์ ด้วยระเบิดพลีชีพและอาวุธสงคราม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 137 ศพ บาดเจ็บ 368 คน ซึ่งนำไปสู่การบุกกวาดล้างเครือข่ายก่อการร้ายครั้งใหญ่ทั้งในฝรั่งเศส และประเทศเพื่อนบ้านอย่างเบลเยียม ที่ต่อมาสมาชิกเครือข่ายก่อการร้ายที่หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ ได้ลงมือก่อเหตุโจมตีสนามบินนานาชาติซาเวนเทม และสถานีรถไฟใต้ดินมาเอลบีค ในกรุงบรัสเซลส์ เบลเยียม ในวันที่ 22 มี.ค. ปีนี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 35 ศพ บาดเจ็บ 340 คน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานด้วยว่า แม้การก่อการร้ายในเมืองนีซครั้งนี้ ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาแสดงตัวรับผิดชอบ แต่ก่อนหน้านี้กลุ่มไอเอสยังออกแถลงการณ์จุดยืนเรื่อยมาว่า ฝรั่งเศสเป็นเป้าหมายหลักโจมตี ขณะที่เมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา นายอาบู มูฮัมหมัด อัล-อัดนานี โฆษกกลุ่มไอเอสในซีเรีย ได้ประกาศเรียกร้องให้สาวกลงมือโจมตีประเทศตะวันตกทุกวิถีทาง รวมถึงการใช้รถบรรทุกขับทับ

วันเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัย ไปยังประธานาธิบดีแห่งฝรั่งเศส กรุงปารีส ต่อเหตุการณ์ก่อการร้ายที่เกิดขึ้น ความว่า ข้าพเจ้าและพระราชินี เศร้าสลดใจอย่างยิ่งที่ได้ทราบข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ จู่โจมสังหารประชาชนที่เมืองนีซ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ข้าพเจ้าและพระราชินีขอแสดงความเสียใจด้วยใจจริงมายังท่านและผู้ประสบความทุกข์และความสูญเสียในเหตุการณ์อันร้ายแรงครั้งนี้ ภูมิพลอดุลยเดช ปร.

ด้านนายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า กระทรวงการต่างประเทศ ได้รับรายงานจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส ว่า รับทราบข้อมูลจากสมาคมไทยในตอนใต้ของฝรั่งเศสว่า มีคนไทยอยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ไม่ได้รับอันตรายใดๆ และปลอดภัยดี ทั้งนี้ปัจจุบันมีคนไทยอาศัยอยู่ในเมืองนีซ ประมาณ 50 คน

ขณะที่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส กล่าวว่า หากใครทราบข่าวว่ามีคนไทยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ แจ้งที่หมายเลข Hotlines 0603599705 และ 0646719694 และหมายเลขของสถานเอกอัครราชทูต 0156265050 ในวันและเวลาราชการ จันทร์ถึงศุกร์ เว้นวันหยุดราชการ ระหว่าง 09.30-12.30 น. และ 14.00-17.30 น. นอกจากนี้รัฐบาลฝรั่งเศสยังได้จัดตั้งคณะทำงานสถานการณ์ฉุกเฉินที่กระทรวงต่างประเทศฝรั่งเศส ให้ประชาชนสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับญาติพี่น้องหรือมิตรสหายที่อาจถูกกระทบทางหมายเลข 0143175646 ทั้งภาษาฝรั่งเศสและภาษาอังกฤษ

ต่อมาเวลา 16.40 น. วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีสารแสดงความเสียใจถึงนายมานูเอล วาลส์ นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส ว่า รู้สึกตกใจและเสียใจอย่างสุดซึ้งกับเหตุสลดในเมืองนีซ อันส่งผลให้มีผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ในนามของรัฐบาลไทยและประชาชนไทย ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อครอบครัวของเหยื่อจากเหตุสลดครั้งนี้ และขอส่งคำอธิษฐานไปถึงคุณในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ ประเทศไทยขอร่วมกับประชาคมระหว่างประเทศ ประณามการโจมตีของผู้ก่อการร้ายที่ชั่วช้าและขี้ขลาด อันส่งผลให้สูญเสียผู้บริสุทธิ์อย่างนับไม่ถ้วน ที่ไม่อาจยอมรับได้

เช่นเดียวกับนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ได้มีสารแสดงความเสียใจไปถึงนายฌอง มาร์ค อารัวต์ รมว.ต่างประเทศฝรั่งเศส ระบุว่า ในนามของกระทรวงการต่างประเทศ และประชาชนชาวไทย ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง และแสดงความเห็นใจกับครอบครัวของเหยื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลดในเมืองนีซ ในงานวันชาติของฝรั่งเศส ชาวไทยขอร่วมไว้อาลัยร่วมกับชาวฝรั่งเศส และส่งคำอธิษฐานไปถึงชาวฝรั่งเศสทุกคน ประเทศไทยขอประณามการโจมตีของผู้ก่อการร้าย และจับมือกับรัฐบาลฝรั่งเศสและประชาคมระหว่างประเทศ ในการต่อสู้กับภัยคุกคามจากการก่อการร้ายอันทารุณนี้

พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม.กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่ประเทศฝรั่งเศส สตม.ได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจความเรียบร้อยในพื้นที่สนามบิน โดยปฏิบัติการร่วมกับเจ้าหน้าที่ของการท่าอากาศยาน และหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องและยังได้จัดเจ้าหน้าที่สืบสวน นอกเครื่องแบบออก ตรวจตราในพื้นที่ที่มีชาวยุโรปอาศัยอยู่ หรือมักมารวมตัวกัน เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว และได้ประสานข้อมูลกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยข่าวกรองต่างๆ อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ปัจจุบันยังไม่พบการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆหรือพบความผิดปกติในประเทศไทย แต่เพื่อความไม่ประมาทจึงได้มีการเพิ่มความเข้มงวดดังกล่าว

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.ทท.กล่าวถึงกรณีการก่อการร้ายในประเทศฝรั่งเศสว่า เหตุที่เกิดขึ้นสร้างความเสียหายและความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้กำชับให้ประสานงานของหน่วยงานความมั่นคงเพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย รวมทั้งประสานการข่าวทหาร ตำรวจ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ในส่วนของ บก.ทท.ได้เพิ่มความเข้มในการตรวจตรา เส้นทางเข้าออกโดยบูรณาการร่วมกับ สตม. ตรวจสอบกลุ่มบุคคลของประเทศเป้าหมายและประเทศคู่ขัดแย้ง ตลอดจนวางกำลัง เพิ่มความเข้มในบริเวณร้านค้า ย่านที่พักอาศัยของกลุ่มประเทศเป้าหมายสถานทูตประเทศคู่ขัดแย้ง พร้อมทั้งกำชับให้รถวิทยุสายตรวจตำรวจท่องเที่ยวออกตรวจในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ตั้งจุดตรวจจุดสกัดบริเวณแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ หรือหากประชาชนพบเบาะแสแจ้ง ทางหมายเลขสายด่วน 1155

เวลา 18.00 น. นายจิลส์ การาชง เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย พร้อมด้วยชาวฝรั่งเศสที่พักอาศัยอยู่ในประเทศไทยประมาณ 30 คน เดินทางมาที่สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน ร่วมจุดเทียนไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตชาวฝรั่งเศสจากเหตุการณ์ก่อการร้าย นายจิลส์กล่าวว่า ขอขอบคุณมิตรสหายชาวไทยสำหรับกำลังใจ ในช่วงเวลาที่เราโศกเศร้าเช่นนี้ ความเห็นอกเห็นใจจากมิตรสหายเป็นคุณค่าอย่างยิ่งใหญ่ ประเทศฝรั่งเศสตกเป็นเหยื่ออีกครั้ง แต่เราจะไม่ยอมจำนนต่อผู้ก่อการร้าย เมื่อเราเป็นหนึ่งเดียวตามคุณค่าที่เรายึดถือ เราจะเข้มแข็งยิ่งขึ้น ขอให้ทุกท่านร่วมรำลึกถึงผู้เคราะห์ร้ายจากเหตุการณ์ครั้งนี้

ต่อมาประธานาธิบดีฟรองซัวส์ โอลองด์ แถลงว่า ในผู้เสียชีวิต มีชาวต่างชาติ และเด็กๆ รวมอยู่ด้วยจำนวนมาก และผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 50 คน มีอาการสาหัสขั้นลูกผีลูกคนยังไม่รู้ว่าจะรอดชีวิตหรือไม่ ด้านอัยการกรุงปารีสเผยว่า มีเด็กและวัยรุ่นเสียชีวิตด้วยอย่างน้อย 10 คน ส่วนนายกเทศมนตรีกรุงปารีส ประกาศว่า จะประดับประดาดวงไฟที่หอไอเฟลในกรุงปารีสเป็นสีธงชาติฝรั่งเศส คือขาว แดง น้ำเงิน ตั้งแต่เวลา 22.30 น. ในช่วงไว้อาลัยนาน 3 วัน เริ่มตั้งแต่คืนวันเสาร์ที่ 16 ก.ค. ขณะที่บรรดาทูตของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ร่วมยืนสงบนิ่งไว้อาลัย ที่สำนักงานใหญ่ยูเอ็นในนครนิวยอร์ก

แหล่งข่าวจากตำรวจฝรั่งเศสเผยด้วยว่า ตำรวจควบคุมอดีตภรรยาของคนร้ายมาสอบปากคำ ขณะที่พยายามสอบสวนหามูลเหตุจูงใจของคนร้ายและหาว่าเขามีผู้สมรู้ร่วมคิดด้วยหรือไม่ ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า คนร้ายใช้เวลาขับรถบดขยี้เหยื่อไม่ถึง 30 นาที และอาจใช้เวลาเพียง 15 นาที ส่วนนายจอห์น แคร์รี และนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯและรัสเซีย ไปร่วมไว้อาลัยในสถานทูตฝรั่งเศสประจำกรุงมอสโกในรัสเซีย ด้านรัฐบาลและเหล่าผู้นำศาสนาอิสลามประเทศต่างๆ ในตะวันออกกลาง ต่างร่วมประณามการก่อการร้ายครั้งนี้ และเรียกร้องให้ทั่วโลกร่วมผนึกกำลังต่อสู้กับพวกหัวรุนแรง

ฝรั่งเศสโดนก่อการร้ายวันชาติ! รถบรรทุกพุ่งชนคนที่เมืองนีซ ตายอื้อ

ระดมกำลังทหารรับมือสถานการณ์ร้าย

กำลังเจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสรีบมายังจุดเกิดเหตุ คนร้ายขับรถบรรทุกไล่ชนคนในเมืองนีซ

รีบนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล

เจ้าหน้าที่ควบคุมบริเวณที่เกิดเหตุสะเทือนขวัญ

ศพผู้เคราะห์ร้าย ที่ต้องมาเสียชีวิตอย่างไม่มีใครคาดคิด

เศร้า...ฝรั่งเศสเจอเหตุก่อการร้ายอีกครั้ง

เจ้าหน้าที่เก็บร่างผู้เสียชีวิตหลังโดนรถบรรทุกพุ่งชน

การแสดงพลุดอกไม้ ที่หอไอเฟล ฉลองวันชาติฝรั่งเศส

คนร้ายเลือกลงมือก่อเหตุสะเทือนขวัญ ในวันชาติของฝรั่งเศส

16 ก.ค. 2559 06:57 16 ก.ค. 2559 07:03 ไทยรัฐ