วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผัวเมียจำไว้! แอบขาย-จำนองสินสมรสเสี่ยงเพิกถอน ติดคุก

การแต่งงานเป็นการเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน สร้างอนาคตด้วยกัน แต่เมื่ออีกฝ่ายเปลี่ยนไป เงินทอง ทรัพย์สินที่หาร่วมกันมา ที่ได้มาหลังจากที่ได้จดทะเบียนสมรส หรือมักเรียกว่า “สินสมรส” แต่อีกฝ่ายดันเหมาเอามาเป็นของตัวเองคนเดียว เรื่องแบบนี้มีให้เห็นตลอดเวลาครับบ เนื่องจากโดยตามกฎหมาย คู่สมรสจะต้องจัดการสินสมรสร่วมกัน และจะต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายในการทำนิติกรรมในทางจำหน่าย จ่าย โอนสินสมรสดังกล่าว

กรณีทีคู่สมรสแอบจำหน่าย จ่าย โอนสินสมรส โดยไม่ได้รับความยินยอมจากอีกฝ่าย นอกจากคู่สมรส ซึ่งไม่ได้ให้ความยินยอมด้วยจะสามารถใช้สิทธิเรียกร้องฟ้องเพิกถอนการจำหน่าย จ่าย โอนสินสมรสดังกล่าวได้แล้ว การกระทำดังกล่าวยังอาจจะเป็นความผิดทางอาญา ข้อหาแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานด้วย

โดยปกติแล้ว ผู้เสียหายในข้อหาแจ้งความเท็จจะเป็นเจ้าพนักงานผู้ได้รับแจ้งข้อความอันเป็นเท็จจากผู้กระทำความผิด ซึ่งราษฎรไม่สามารถจะเป็นผู้เสียหายในข้อหาแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานได้ เนื่องจากความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 มีองค์ประกอบของเจ้าพนักงาน หรือฐานะของบุคคลผู้ที่ได้รับแจ้งข้อความเท็จ เข้ามาเกี่ยวข้อง ราษฎรจะเป็นผู้เสียหายในข้อหาแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานได้ ก็ต่อเมื่อได้รับความเสียหายเป็นกรณีพิเศษเท่านั้น

มีตัวอย่างคำพิพากษาฎีกาที่จำเลยได้จดทะเบียนจำนอง ซึ่งถือเป็นการจำหน่าย จ่าย โอนสินสมรส โดยไม่ได้รับความยินยอมจากคู่สมรส และยังแจ้งต่อเจ้าพนักงานที่ดินว่ามีสถานะโสด ซึ่งเป็นข้อความเท็จ กรณีนี้จำเลยจึงมีความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137

ยกตัวอย่างคำพิพากษาฎีกาที่ 8739/2552 จำเลยซื้ออาคารชุดอุรุพงษ์คอนโด ในระหว่างสมรสกับโจทก์ อาคารชุดดังกล่าวจึงเป็นสินสมรส ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 1476 (1) และมาตรา 1480 วรรคหนึ่ง สามีและภริยาต้องจัดการสินสมรสร่วมกัน หรือได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่งในกรณีจำนองอสังหาริมทรัพย์ หากคู่สมรสฝ่ายหนึ่งได้ทำนิติกรรมไปแต่เพียงฝ่ายเดียวหรือโดยปราศจากความยินยอมของคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง คู่สมรสอาจฟ้องให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมนั้นได้ การที่จำเลยให้ถ้อยคำแก่เจ้าพนักงานที่ดินว่าเป็นโสด ไม่เคยมีคู่สมรส ไม่ว่าจะชอบหรือมิชอบด้วยกฎหมาย จึงเป็นการแจ้งความอันเป็นเท็จอันเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 137

เมื่ออาคารชุดอุรุพงษ์คอนโดเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์และจำเลย อำนาจการจัดการจำนองอาคารชุดดังกล่าวจึงเป็นของโจทก์และจำเลยร่วมกัน แม้จำเลยจะมีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์เพียงผู้เดียว จำเลยก็ไม่มีอำนาจทำนิติกรรมโดยโจทก์ไม่ยินยอม การที่จำเลยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานที่ดินดังกล่าว ย่อมทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โดยไม่ต้องคำนึงว่าโจทก์ต้องร่วมรับผิดชำระหนี้จำนอง หรือโจทก์มีสินสมรสเพิ่มขึ้นหรือไม่ โจทก์จึงเป็นผู้เสียหายและมีอำนาจฟ้อง

ฉบับหน้าผมจะนำข้อกฎหมายเกี่ยวกับการแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน โดยการแจ้งความกล่าวหาว่ามีคดีอาญาเกิดขึ้น ซึ่งเป็นข้อความเท็จ มานำเสนอครับ (ขอบพระคุณคำพิพากษาฎีกาย่อจากแอพพลิเคชั่น Lawphin)

สำหรับใครที่มีคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องกฎหมาย และต้องการความช่วยเหลือ หรือมีเรื่องราวดีๆ อยากแบ่งปันประสบการณ์ เมลมาหาผมได้ที่ “คุยกับคนดัง” talktoceleb@trendvg3.com ได้เลยครับ

Facebook: ทนายเจมส์ LK

ไทยรัฐออนไลน์ ข่าวล่าสุด ข่าวด่วน ประเด็นร้อน

ทนายเจมส์

ไทยรัฐออนไลน์ คุยกับเซเลป

16 ก.ค. 2559 06:55 18 ก.ค. 2559 14:57 ไทยรัฐ