วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สวนกล้วยจีน EP.1 เปิดอาณาจักร 2 พันไร่ ทุนมังกรบุกไทย อ้างช่วยชาวนา

สวนกล้วยจีน EP.1 เปิดอาณาจักร 2 พันไร่ ทุนมังกรบุกไทย อ้างช่วยชาวนา

  • Share:

หลังจากที่มีกลุ่มทุนแดนมังกรเข้ามาปลูกกล้วยหอมในแขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว นำมาสู่การใช้สารเคมี ยาฆ่าหญ้า ยากำจัดศัตรูพืช จนทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างหนัก กระทั่งทางแขวงออกกฎห้ามมีการขยายเนื้อที่ปลูกกล้วยเพิ่มเติมอีก ขณะที่ กลุ่มทุนจีนได้รุกคืบเข้ามาทำสวนกล้วยหอมในประเทศไทยแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน จ.เชียงราย ซึ่งกำลังมีปัญหาอย่างหนักจากผลกระทบของสวนกล้วยจีนแห่งนี้

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้ลงพื้นที่ไปยังสวนกล้วยหอมใน ต.เม็งราย อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย พบว่า ดำเนินการโดย บริษัท หงต๋า อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อตรวจสอบข้อมูลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า มีผู้ถือหุ้นเป็นบุคคลสัญชาติไทยและจีน อีกทั้งได้มีการเลิกกิจการไปแล้ว (เสร็จการชำระบัญชี) เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 59

สวนกล้วยหอมใน ต.เม็งราย อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย
คนงาน เผย ใช้เงินทุนจากจีนทำสวนกล้วย

กระนั้น ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามไปยัง นายสำอาง บุตรพรม หัวหน้าคนงานสวนกล้วย 2,700 ไร่ ต.เม็งราย อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย เปิดเผยว่า สวนกล้วยดังกล่าวแต่ก่อนเคยเป็นของ บริษัท หงต๋า อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด โดยมีคนไทยเข้าร่วมด้วย แต่ใช้เงินทุนจากคนจีน และได้มีการถอนหุ้นเลิกกิจการไปแล้ว และเปลี่ยนเป็นบริษัทใหม่ แต่มีคนจีนที่บริหารหงต๋าอยู่ในบริษัทนี้ด้วย โดยผู้บริหารที่เป็นคนจีนจะไปๆ มาๆ ส่วนใหญ่จะโทรสั่งงานทางโทรศัพท์ ส่วนคนไทยที่ร่วมหุ้นด้วยจะไม่เข้ามาที่สวนกล้วย โดยให้เป็นหน้าที่ของตนในการดูแลสวนกล้วยแห่งนี้

ขณะที่ นายทวนชัย วลัยสุข หัวหน้าคนงานสวนกล้วย ใน อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย กล่าวเพิ่มเติมว่า คนงานที่ดูแลสวนกล้วยมีทั้งหมด 3 คน คือ นายทวนชัย นายสำอางค์ และนายปัญญา แต่ไม่ได้เป็นคนที่ทำสัญญาเช่ากับเจ้าของที่ดิน โดยคนที่ทำสัญญาเช่า คือ กำนันต๋อย นายไพโรจน์ อาวัชนานุกูล และนายปรีชา แซ่ตั้ง เป็นคนไทยสัญชาติจีน เป็นผู้เซ็นสัญญาเช่าที่ดิน 2,700 ไร่กับเจ้าของที่ดินผืนนี้

หลังจากนั้น ผู้สื่อข่าว​ได้พบว่า สวนกล้วยแห่งนั้น ได้เปลี่ยนป้ายชื่อเป็น หจก.พญาเม็งรายการเกษตร ทีมข่าวฯ จึงได้ตรวจสอบข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัด พญาเม็งรายการเกษตร จดทะเบียนเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 59 ด้วยทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท ตั้งอยู่ที่ 68 หมู่ที่ 1 ต.เม็งราย อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย วัตถุประสงค์ การปลูกกล้วย มะละกอ โดยมีหุ้นส่วน คือ นายปรีชา แซ่ตั้ง ลงทุนด้วยเงินจำนวน 500,000 บาท และ นายไพโรจน์ อาวัชนานุกุล ลงทุนด้วยเงินจำนวน 500,000 บาท และเป็นบริษัทที่มีสัญชาติไทยร้อยเปอร์เซ็นต์

สวนกล้วย ได้เปลี่ยนป้ายชื่อเป็น หจก.พญาเม็งรายการเกษตร
กำนันต๋อย เล่าว่า เริ่มทำสวนกล้วยมาได้ 2 ปีแล้ว ลงทุนไปประมาณ 20 กว่าล้านบาท ปลูกได้ 700 ไร่ และกำลังขยายเพิ่ม
เปิดใจ เจ้าของสวนกล้วย 2,700 ไร่ ร่วมทุนกับจีน ลงทุน 20 กว่าล้าน

ผู้สื่อข่าวติดต่อไปยัง นายไพโรจน์ อาวัชนานุกุล หรือที่คนแถวนั้นเรียกกันว่า ‘กำนันต๋อย’ เจ้าของ หจก.พญาเม็งรายการเกษตร เปิดอย่างหมดเปลือกกับทุกข้อสงสัยในสวนกล้วยแห่งนี้ว่า ตนเริ่มทำสวนกล้วยมาได้ 2 ปีแล้ว ลงทุนไปประมาณ 20 กว่าล้านบาท ปลูกได้ 700 ไร่ และกำลังขยายเพิ่ม โดยร่วมหุ้นกับนายปรีชา ประกอบกับนายปรีชามีเพื่อนเป็นชาวจีน จึงชักชวนกันมาทำสวนกล้วย โดยมีข้อแม้ว่าจะต้องรับซื้อกล้วยจากสวนตน รวมทั้งต้องหานักวิชาการมาสอนเพื่อให้ได้คุณภาพ ซึ่งตนและนายปรีชาดูแลในส่วนการผลิตกล้วย และเป็นผู้เช่าที่ดิน 2,700 ไร่แห่งนี้ ส่วนเพื่อนชาวจีนดูแลเรื่องการตลาดที่ประเทศจีน โดยได้เปิดบริษัทหงต๋าขึ้นมาและขอร่วมหุ้นกับคนไทย

แต่หลังจากนั้น เพื่อนชาวจีนมีปัญหาเรื่องวีซ่าเข้าประเทศไทย ไม่สามารถเข้ามาในไทยได้ จึงถอนตัวปิดบริษัทหงต๋าไป แต่ตนยังติดค้างเงินทุนหลังจากที่เพื่อนชาวจีนถอนตัวออกไป ตนจึงต้องทยอยชดใช้เป็นผลผลิตให้แทน และสานต่อในการทำสวนกล้วย โดยเปิดบริษัทใหม่ใช้ชื่อว่า หจก.พญาเม็งรายการเกษตร

“หงต๋าไม่มีชื่อผมกับปรีชา เพราะตอนนั้นคุยกันว่าในส่วนของการส่งออกนั้นเราจะไม่ทำ เรามาตัดกันที่หน้าสวนว่าเท่าไร ในส่วนที่ลงทุนก็มีผม เพื่อนที่เป็นคนจีน และปรีชา ซึ่งเพื่อนที่เป็นคนจีนได้ตั้งบริษัทขึ้นมากับ ส.จ.คนหนึ่ง โดยเขาจะเน้นทำเรื่องการตลาด ส่วนผมทำเรื่องการผลิต” กำนันต๋อย ชี้แจง

สวนกล้วยแห่งนี้เป็นเหมือนศูนย์การเรียนรู้ หาคนที่มีประสบการณ์มาช่วยสอนเรื่องการเพาะปลูก เพื่อส่งไปขายที่จีน
คนจีนทำตลาดส่งออกให้ เชื่อเกษตรกรรายได้ดีกว่าเดิม

ในเมื่อต่างชาติเป็นผู้ลงทุนทำสวนกล้วย เมื่อส่งออกเม็ดเงินก็อยู่กับต่างชาติ ส่วนเกษตรกรจะได้เพียงแค่ค่าแรงต่อวันเท่านั้น ประเด็นนี้คิดเห็นอย่างไร กำนันต๋อย มองว่า ในส่วนนี้เป็นเหมือนศูนย์การเรียนรู้ ต้องเปิดใจให้กว้าง เพราะต่อไปเปิด AEC ต้องรู้ว่าตลาดต้องการอะไร ในเมื่อไม่มีประสบการณ์ก็ต้องหาคนที่มีประสบการณ์มาช่วยสอนเรื่องการเพาะปลูก การทำอย่างไรให้ได้คุณภาพ และการที่ดึงคนจีนเข้ามาร่วมด้วย เนื่องจากว่าเขามีตลาดอยู่ที่จีน เมื่อปลูกเสร็จก็ส่งไปขายที่จีน

“ทุกวันนี้เกษตรกรมีแต่หนี้ แต่เมื่อเขาได้ปลูกพืชชนิดใหม่เขาสามารถลืมตาอ้าปาก มีชีวิตดีกว่าเดิม ทำไมเกษตรกรที่มาอยู่กับผมเขามีรายได้ดีขึ้น เขาไม่ได้แย่ลงเหมือนทำนา ทุกวันนี้เขาได้ปีละแสนกว่าบาท คนที่ได้เงินก็มีผมและชาวบ้าน ซึ่งก็เป็นคนไทย แต่ถ้าเรามองในแง่ที่ว่าเงินจะอยู่กับคนจีนอย่างเดียวต่อไปข้างหน้าใครจะเข้ามาลงทุน

ทำไมเราไม่ดูพืชชนิดอื่นว่าต่างประเทศเขาต้องการอะไร และทำไมไม่ให้เขามาทำตลาดให้ และเราเป็นคนผลิต ซึ่งหากเราบริหารจัดการเงินดีๆ เม็ดเงินก็ตกอยู่กับคนไทย ก็ทำให้เกษตรกรมีชีวิตที่ดีขึ้น และตอนนี้พยายามคุยกับชาวจีนว่า ให้เขาเป็นระบบรับซื้อ และเราเป็นผู้ผลิต เพราะเขาเป็นตลาดที่ใหญ่” กำนันต๋อย อธิบาย

อย่างไรก็ดี สำหรับกล้วยหอมที่สวนได้ขายในราคากิโลกรัมละ 6 บาทกว่า โดยตอนแรกส่งไปขายที่จีนอย่างเดียว แต่ปัจจุบันได้ส่งขายในประเทศไทยด้วย รวมทั้งกำลังหาตลาดโรงงานแปรรูปอยู่ เนื่องจากกล้วยบางต้นยังไม่ได้คุณภาพพอที่จะส่งออก

สำหรับกล้วยหอมที่สวนได้ขายในราคากิโลกรัมละ 6 บาทกว่า โดยตอนแรกส่งไปขายที่จีนอย่างเดียว แต่ปัจจุบันได้ส่งขายในประเทศไทยด้วย รวมทั้งกำลังหาตลาดโรงงานแปรรูปอยู่
กำนันต๋อย ระบุว่า ได้ทำการเกษตรแบบปกติใช้สารเคมีทั่วไป ซึ่งก็มีบ้างแต่ไม่ได้เยอะมากมาย
ทุนจีนทำเกษตร ไม่หวั่นไทยเหมือนลาว เชื่อผู้ร่วมทุนเป็นคนดี

หลังจากที่มีกลุ่มนายทุนจีนไปลงทุนทำเกษตรกรรมในประเทศลาว ทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างหนัก จากการใช้สารเคมีนานาชนิด หลายฝ่ายจึงกังวลว่า หากมีนายทุนจีนเข้ามาทำเกษตรในประเทศ อาจจะทำให้ไทยต้องเป็นเหมือนลาวหรือไม่

เจ้าของสวนกล้วย 2,700 ไร่ ให้ความเห็นในเรื่องดังกล่าวว่า ตนเองเคยฟังข่าวเรื่องนี้เช่นกัน ซึ่งยอมรับว่าคนจีนมีทั้งกลุ่มที่ดี และกลุ่มที่ไม่ดี แต่นายทุนจีนที่ตนร่วมลงทุนด้วยนั้น เขาเป็นคนดี และเขาไม่เคยทำการเกษตรมาก่อน แต่เขามีเพื่อนที่ทำ จึงพามาสอนคนงานในสวน ซึ่งตนได้อธิบายกับนายทุนว่าไม่เอาสารเคมีและยาจากประเทศเขา ซึ่งเขาก็ยอมรับฟังในสิ่งที่ตนต้องการ

“ตอนนี้ที่สวนของผมสามารถเข้าไปดูได้เลย ทำการเกษตรแบบปกติ ใช้สารเคมีทั่วไป ซึ่งก็มีบ้างแต่ไม่ได้เยอะมากมาย ส่วนเรื่องน้ำ ปกติน้ำไหลลงแม่น้ำโขงไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่ปีนี้แล้งหนักเราก็พยายามใช้วิธีเจาะบ่อบาดาลแทน ตอนนี้ขุดไปเป็น 10 กว่าบ่อแล้ว พยายามช่วยตัวเองส่วนหนึ่งเหมือนกัน แต่ว่าถ้าหน้าฝนคงไม่มีปัญหา ใช้ร่วมกันได้ ชาวบ้านจริงๆ เขาก็สามารถสูบได้ตลอดแนวไม่ถึงกับว่าวิกฤติ เพราะผมไปดูปลายน้ำก็ไหลปกติดี” กำนันต๋อย ตอบประเด็นการใช้น้ำและสารเคมี

ทางประเทศจีนได้ส่งเนื้อเยื่อกล้วยหอมเขียวมาให้กับทางสวน ซึ่งเป็นสายพันธุ์พิเศษ มีรสชาติดี
สวนกล้วยพญาเม็งราย นำเข้าเนื้อเยื่อจากจีน จ่อปลูก 5 แสนต้น

ด้าน นายสำอาง หัวหน้าคนงานสวนกล้วย กล่าวว่า ทางประเทศจีนได้ส่งเนื้อเยื่อกล้วยหอมเขียวมาให้กับทางสวน ซึ่งเป็นสายพันธุ์พิเศษ มีรสชาติดี ส่วนการใส่ปุ๋ย ลอตแรกระยะลงหลุม 3-4 วันจะให้ปุ๋ยสูตร 16-16-16 และผ่านไป 10-15 วันจะให้ปุ๋ยอีกครั้ง ประมาณ 1 เดือน จะให้ปุ๋ย 3 ครั้ง

สำหรับการรดน้ำใน 1 แปลง จะรดน้ำประมาณ 15 นาที จนสุดพื้นที่แล้วกลับมาอีกทีหนึ่ง เช่น หากรดน้ำวันจันทร์ อีก 3 วันก็จะวนกลับมาที่เดิม ไม่ได้รดทุกวัน แต่ถ้าวันไหนฝนตกก็จะไม่รดน้ำ ซึ่งช่วงนี้ไม่ได้รดน้ำมา 2 สัปดาห์แล้ว

ทั้งนี้ กล้วยหอมเขียวของทางสวน ปลูกครั้งเดียว สามารถเก็บผลผลิตได้ 3 รอบ ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ในการดูแล โดยต้นแรกใกล้จะตัดแล้วก็จะไว้หน่อที่สมบูรณ์ที่สุด 1 หน่อ นอกนั้นจะตัดทิ้ง หลังจากต้นลูกรุ่นแรกเก็บผลผลิตเสร็จ ก็ทำรุ่นที่ 2 ต่อไป โดยเวลา 1 ปี จะเก็บผลผลิตได้ 2 ครั้ง โดยในลอตแรกเมื่อปีที่แล้วนั้น ได้ปลูกไปทั้งหมด 200,000 ต้น แต่ปีนี้เตรียมกล้าไว้แล้ว เพื่อที่จะปลูกให้ได้ 500,000 ต้น

กล้วยหอมเขียวของทางสวน ปลูกครั้งเดียว สามารถเก็บผลผลิตได้ 3 รอบ
ปฏิเสธสารเคมีจีน ไม่เสี่ยงให้คนงานใช้

ขณะที่ นายทวนชัย หัวหน้าคนงานสวนกล้วย ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้เคยมีนักวิชาการชาวจีนนำสารเคมีชนิดหนึ่งมาให้ใช้กับสวนกล้วยแห่งนี้ ซึ่งมีลักษณะเป็นเหมือนฮอร์โมน คล้ายกับน้ำหมัก แต่นายทวนชัยปฏิเสธ ไม่ยอมให้ใช้ในสวนกล้วย โดยให้เหตุผลว่า อ่านภาษาจีนบนขวดสารเคมีนั้นไม่ออก ประกอบกับคนงานในสวนเป็นพี่น้อง จึงกลัวว่าเป็นยาอันตราย เมื่อใช้ไปแล้วอาจจะเป็นอันตรายกับคนงานในสวนได้

ทั้งนี้ นายทวนชัย ยังกล่าวอีกว่า ทางนักวิชาการจีนก็ยินยอม เพราะได้แสดงให้พวกเขาเห็นว่าสารเคมีของไทยก็ทำให้กล้วยในสวนสวยงามและมีคุณภาพได้เช่นกัน โดยใช้ยาฆ่าหญ้ากรัมม็อกโซน ฮอร์โมนพ่นหวีกล้วยก็ใช้ยาร่าวิต้า โบรอน สังกะสี ไม่ใช้สารเคมีจากจีนเลย

ก่อนหน้านี้เคยมีนักวิชาการชาวจีนนำสารเคมีชนิดหนึ่งมาให้ใช้กับสวนกล้วยแห่งนี้ ซึ่งมีลักษณะเป็นเหมือนฮอร์โมน คล้ายกับน้ำหมัก แต่นายทวนชัยปฏิเสธ ไม่ยอมให้ใช้ในสวนกล้วย
กล้วยหอมเขียวจะมีคุณสมบัติพิเศษ ปรับสมดุล ทางเพศชายหญิง คนจีนจึงนิยม
คนจีน เชื่อ กล้วยหอมปรับสมดุลเพศ สร่างเมาเร็ว!

นายสำอาง กล่าวต่อว่า สำหรับลูกค้าของสวนกล้วยที่นี่จะเป็นคนจีน ที่บินข้ามน้ำข้ามทะเลมาซื้อกล้วยหอมที่สวนอยู่เป็นประจำ ซึ่งจะส่งออกไปยังประเทศจีนอย่างเดียว ไม่ได้ขายในประเทศไทย ส่วนเรื่องราคาในประเทศไทยกิโลกรัมละ 30 บาท แต่ถ้ามีเศษเป็นลูกๆ เข้ากล่องไม่ได้ก็ขาย 15 บาทต่อกิโลกรัม แต่ราคาที่ส่งออกนอกนั้น ไม่ทราบ เพราะดูแลแต่สวนกล้วยให้ได้คุณภาพอย่างเดียว

อย่างไรก็ดี สาเหตุที่คนจีนนิยมกินกล้วยหอมเขียว เนื่องจากว่า กล้วยหอมเขียวจะมีคุณสมบัติพิเศษ ปรับสมดุลทางเพศชายหญิง และคนจีนดื่มสุราเก่ง เวลาดื่มเหล้าก็กินกล้วยจะทำให้สร่างเมาเร็ว โดยมักจะวางกล้วยหอมไว้บนโต๊ะเหล้าด้วย

อย่างไรก็ตาม สำหรับตอนหน้านั้น ทีมข่าวฯ จะเจาะลึกถึงผลกระทบของการที่มีบริษัทต่างชาติมาร่วมลงทุนประกอบธุรกิจทางด้านการเกษตร จะมีผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม และผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างไร โปรดติดตามต่อได้ในตอนหน้า.

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

  • สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ สามารถส่งเรื่องราวหรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่


    reporter.thairath@gmail.com หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้