วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รองโฆษก กอ.รมน.ภ.4 สน. แจง บทความ ‘ไฟใต้...ศึกในหนักกว่า’

(ภาพจาก กอ.รมน.)

กอ.รมน.ภาค 4 สน. แจงบทความ ‘ไฟใต้...ศึกในหนักกว่า’ ยืนยันงบประมาณไม่ได้อยู่ที่ กอ.รมน. ทั้งหมด มีการกระจายอำนาจการบังคับบัญชา ฝ่ายบริหารไม่จำเป็นต้องลงพื้นที่ตลอด เพราะได้มอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติให้หน่วยงานในระดับพื้นที่แล้ว...


วันที่ 15 ก.ค. พ.อ.ยุทธนาม เพชรม่วง รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีการเผยแพร่บทความพิเศษ เรื่อง ‘ไฟใต้...ศึกในหนักกว่า’ ซึ่งเป็นบทความวิพากษ์วิจารณ์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาล และกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ดังที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้วนั้น

ขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจถึงการปฏิบัติงาน ซึ่งบทความดังกล่าวอาจจะทำให้เกิดความไม่เข้าใจของพี่น้องประชาชน ว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ให้การเคารพในสิทธิและเสรีภาพของสื่อมวลชนทุกแขนง เพราะเชื่อมั่นในความปรารถนาดีในการช่วยสะท้อนปัญหาที่จะนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไข แต่การนำเสนอข้อมูลข่าวสารโดยใช้ความรู้สึก และทัศนคติส่วนตัวโดยขาดองค์ความรู้ที่แท้จริง และไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง อาจทำให้สังคมเกิดความสับสน และอาจจะส่งผลกระทบต่อความรู้สึก และความเชื่อมั่นในระบบอำนาจรัฐต่อการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

"การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มุ่งเน้นความเป็นเอกภาพในการปฏิบัติงาน ในเรื่องเอกภาพนั้นเกิดขึ้นจริงในรัฐบาล คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพราะเกิดการบรูณาการ และประสานสอดคล้องกันตั้งแต่ระดับรัฐบาล ซึ่งเป็นผู้กำหนดนโยบาย โดยมีคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) คอยกำหนดนโยบาย, สั่งการ และกำกับดูแล ให้ระดับแปลงนโยบายสู่การปฏิบัติ โดยมีกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ส่วนระดับปฏิบัติในพื้นที่ โดย กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก

นอกจากนี้ ยังมี ศอ.บต. ที่ช่วยขับเคลื่อนงานในด้านการพัฒนาเป็นหลัก และมี ศชต.เป็นหน่วยที่รับผิดชอบในด้านรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ ดังนั้น จะเห็นได้ว่าการจัดสรรงบประมาณมิได้อยู่ในมือ กอ.รมน. ทั้งหมด ตามที่ผู้เขียนบทความได้กล่าวไว้ แต่จะเป็นของ กอ.รมน.ส่วนหนึ่ง และของกระทรวง ทบวงกรม รวมทั้งหน่วยงานที่ขึ้นกับสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปตามแผนและโครงการประจำปี ทั้งงานด้านการทหาร และด้านการพัฒนา โดยมีเจ้าหน้าที่ในส่วนระดับปฏิบัติในพื้นที่ช่วยกันขับเคลื่อนงาน จะเห็นได้ว่ามีการกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบในการปฏิบัติงานอย่างชัดเจน จึงไม่จำเป็นที่รัฐบาล, คณะรัฐมนตรี จะต้องลงมาปฏิบัติงานในพื้นที่ เพราะได้มอบนโยบายและแนวทางในการปฏิบัติให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เป็นผู้รับผิดชอบหลักในระดับพื้นที่อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ก็จะลงมาตรวจเยี่ยมให้กำลังใจตามห้วงเวลาที่เหมาะสม

ในขณะที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติงานหลักในพื้นที่ โดยมี แม่ทัพภาคที่ 4 /ผอ.รมน.ภาค 4 เป็นผู้รับผิดชอบ ทำหน้าที่ในการบูรณาการทุกกลไกอำนาจรัฐให้เกิดความเป็นเอกภาพ ให้สามารถปฏิบัติงานตอบสนองต่อความมั่นคง และแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นรายครัวเรือน ให้เป็นไปตามนโยบายประชารัฐ ร่วมใจ เพื่อสร้างอำเภอสันติสุข สอดคล้องกับแผนงาน/โครงการ/งบประมาณ ของแต่ละส่วนราชการ มิใช่เป็นงบประมาณของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ทั้งหมดตามที่เข้าใจ

ทั้งนี้ ได้กระจายอำนาจการบังคับบัญชา ด้วยการมอบอำนาจให้ผู้บังคับหน่วยรอง ตั้งแต่ รอง ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า, ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจจังหวัด, ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจประจำพื้นที่ ลงไปถึงระดับต่ำสุดคือ ผู้บังคับหมู่ โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้มีอำนาจสูงสุด จะทำหน้าที่กำหนดนโยบาย และกำกับดูแลให้นโยบายดังกล่าวถูกนำไปสู่การปฏิบัติ จึงไม่จำเป็นต้องลงไปก้าวก่าย การปฏิบัติงานของผู้บังคับหน่วยรอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือโครงสร้างของการบังคับบัญชา และการปกครองของหน่วยทหาร โดยตลอดห้วงที่ผ่านมาทุกคนต่างก็ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่ และไม่มีประเด็นความขัดแย้ง ตามที่ผู้เขียนบทความได้จินตนาการแต่อย่างใด

สำหรับตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ในการแก้ไข ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ได้ดูจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาปัจจัยอื่นๆ อย่างรอบด้าน เช่น สถิติเหตุการณ์ และการสูญเสีย ทัศนคติและความพึงพอใจของประชาชน และคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ดังกรณีจากผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ต่อการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ของสถาบันวิจัยและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เปิดเผยผลสำรวจ เรื่องความคิดเห็นของประชาชนต่อการปฏิบัติงานของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กับการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา โดยการสำรวจพบว่า ความรุนแรงในพื้นที่ลดลง พบว่า เห็นด้วย ร้อยละ 63.6, ไม่แน่ใจร้อยละ 16.2, ไม่เห็นด้วย ร้อยละ 18.2 ในด้านความร่วมมือกับภาครัฐมากขึ้น พบว่า เห็นด้วย ร้อยละ 68.2, ไม่แน่ใจ ร้อยละ 12.6, ไม่เห็นด้วย ร้อยละ 13.1 ส่วนความเชื่อมั่นในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบ ของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ร้อยละ 71.2
ความพึงพอใจในผลงานภาพรวมของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา ร้อยละ 72

จากผลการสำรวจสามารถสรุปผลได้ว่า ประชาชนในพื้นที่มีความพึงพอใจและเห็นด้วยกับการที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในเรื่องคุณภาพชีวิต สภาพเศรษฐกิจ ความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน การอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างเข้าใจ และประชาชนให้ความร่วมมือกับภาครัฐมากขึ้น ทำให้ความรุนแรงในพื้นที่มีสถิติที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น การวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องอะไรก็ตาม จะต้องอยู่บนพื้นฐานของความจริง ปราศจากอคติ รวมทั้งต้องมีองค์ความรู้เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างแท้จริง"

กอ.รมน.ภาค 4 สน. แจงบทความ ‘ไฟใต้...ศึกในหนักกว่า’ ยืนยันงบประมาณไม่ได้อยู่ที่ กอ.รมน. ทั้งหมด มีการกระจายอำนาจการบังคับบัญชา ฝ่ายบริหารไม่จำเป็นต้องลงพื้นที่ตลอด เพราะได้มอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติให้หน่วยงานในระดับพื้นที่ 15 ก.ค. 2559 13:06 ไทยรัฐ