วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แมตช์ผีบอก: "บอลยูโรจบอารมณ์ไม่จบ"

โดย ป๋อง กพล

ไม่รู้ว่าใครเป็นเหมือนผมหรือไม่ กับเรื่องราวของฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2016 ที่เพิ่งรูดม่านปิดฉากลงไป เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา และผลการแข่งขันก็ช่างออกมาแบบที่ทางฝั่งเจ้าภาพนั้นต้องบ่อน้ำตาแตกกันทั่วประเทศ เมื่อสิ่งที่พวกเค้าคาดหวังไว้ หาได้เป็นอย่างที่พวกเค้าต้องการ เพราะก่อนเกมจะเริ่มขึ้น ทุกคนมองว่าพวกเค้าคือผู้ที่จะคว้าโทรฟี่นี้ไปครอบครองเป็นสมัยที่ 3 แต่ท้ายที่สุดก็แห้วซะงั้น แอบเสียดายลึกๆ เหมือนกันนะครับ แต่ทว่ากีฬามันต้องมีผู้แพ้และชนะ ถึงใครจะอยู่ตรงจุดไหน ท้ายที่สุดก็ต้องก้าวเดินต่อไป

สวัสดีทุกท่านอย่างเป็นทางหลวง เฮ้ย!! ทางเท้า เฮ้ย!! ทางรถไฟ เฮ้ย!! ทางนครปฐม เฮ้ย!! ทางราชบุรี เฮ้ย!! ทางการ เฮ้ย!! ถูกแล้ว 555 ดอกนี้ดอกเดียว เล่นไปได้หลายบรรทัดเลยทีเดียว อิอิ คิดถึงๆ สบายดีกันนะครับ ช่วงนี้ฟ้าฝนค่อนข้างแปรปรวน รักษาสุขศึกษา สปช. สลน. สปก. เฮ้ยๆๆๆๆ ไปกันใหญ่ละ รักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ ด้วยความเป็นห่วงเป็นใย จากใจ ป๋อง กพล หนุ่มหน้ามนคนหน้าตาดี ลูกเมียไม่มี ครองความโสดมานานนับปี จนตอนนี้เอานิ้วมือนิ้วเท้านับรวมกันยังไม่พอ 5555

เข้าเรื่องเลยครับ บอลจบอารมณ์ไม่จบ อย่างที่บอกครับ หลังจากทีมแอบเชียร์แอบรัก ผิดหวังไปแล้ว ก็เหลือแค่ความหวังหนึ่งเดียว ในนัดสุดท้าย ที่อุตส่าห์ส่งใจเชียร์ และหมายมั่นปั้นมือว่า งานนี้ไม่มีทางหน้าแตกแน่นอน แต่สุดท้ายแล้ว กับเป็นเหมือนเดิม คือแหกแบบชนิดที่ว่าหมอไม่รับเย็บเลยทีเดียว ไก่หนอไก่ ทำไมถึงไม่ทำให้เต็มที่ ทำไมถึงไม่เต็มสูบ ทั้งๆ ที่ฝอยทองแทบจะปิดประตูชนะตั้งแต่ได้รู้ว่าเข้ามาชิงกันแล้วแท้ๆ แต่ก็อะนะ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ฟอร์มสวยหรูมาตลอดแท้ๆ แต่ดันทำอะไรเค้าไม่ได้เลย เล่นแบบหมดมุก หมดจินตนาการ หมดกำลังใจ เสมือนรอให้หมดเวลา 120 นาที แล้วค่อยไปเลือกข้างดวลเป้ากัน แต่สุดท้ายเป็นอย่างไรล่ะ เจอ เอแดร์ ซัดโป้งเดียว หงายท้องเลยทีเดียว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ศูนย์หน้าร่างยักษ์ผู้นี้ เป็นผู้เล่นในแดนหน้าคนเดียวที่แฟนบอลโปรตุเกสทุกคนตั้งคำถามว่าเอามาทำไม ผลงานงั้นๆ ฟอร์มการเล่นก็ไม่โดดเด่น แต่เค้าผู้นี้ล่ะครับที่ทำให้คนฝรั่งเศสน้ำตาร่วง

ถ้าคุณได้ติดตามการถ่ายทอดสด ก็จะเห็นว่า หลังจากที่โปรตุเกส สูญเสียผู้เล่นคนสำคัญของทีมไปนั้น ดูเหมือนทุกอย่างก็มืดมน หาหนทางสว่างปลายอุโมงค์แทบจะไม่ได้ โดนบุกโหมกระหน่ำแบบชนิดที่เรียกว่า ถ้าเป็นมวย ก็โดนต่อยอยู่ข้างเดียว นานๆ ทีจะมีออกหมัดมาสร้างความรำคาญบ้าง แต่ก็น้อยเหลือเกิน แถมหมัดที่ออกมานั้น ก็ช่างเป็นหมัดที่แสนเบาเป็นปุยนุ่น ผิดกับฝั่งเจ้าบ้าน ที่ขยันออกหมัดแถมเข้าเป้ามากกว่า โดยเฉพาะ 2-3 จังหวะที่พอจำได้ ไม่ว่าเป็นลูกโหม่งของ กรีซมันส์ หรือลูกยิงของ ซิสโซโก้ แต่ก็ถูกนายด่านของฝอยทอง ปฏิเสธการได้ประตูไปหมด จนผมแอบนึกในใจเลยว่า ไปกินอะไรมาเนี่ย ถึงได้เหนียวขนาดนี้ สักยันต์วัดไหนหรือเปล่า ยิงยังไงก็ไม่เข้า และพอเวลายิ่งผ่านไปนานขึ้นเท่าไร เจ้ารุย ปาตริซิโอ ยิ่งมั่นใจ ยิ่งเล่นยิ่งเหนียว จนผมต้องยอมเลยทีเดียว

จากสาเหตุนี้หรือเปล่าไม่รู้นะครับ ที่ทำให้ เดส์ชองส์ กลายเป็นคนคิดมาก เพราะดูเหมือนพอทีมทำอะไรไม่ได้ ความกดดันมันยิ่งถาโถม เหมือนหมดมุก คิดอะไรไม่ออก ซึ่งทั้งที่จริงแล้วรอบ ก่อนหน้านี้ทรงบอลไม่ได้เป็นแบบนี้เลยจริงๆ การเล่นบอลของฝรั่งเศสนั้น ดูดีไปหมด ไม่ว่าจะรุกจะรับ จะเล่นออกข้าง หรือเจาะตรงกลาง มันช่างมีคุณภาพไปหมด ผมก็ไม่เข้าใจนะว่าทำไม มันเกร็งหรือว่ายังไง หรือว่าชะล่าใจกันไปเอง เฮ้อ!! เดส์ชองส์

แต่ทว่าทั้งหมดทั้งมวล ก็ไม่ใช่แค่ความห่วยของฝรั่งเศสอย่างเดียวนะครับ อันนี้ต้องยกความดีความชอบให้ โรนัลโด เค้าด้วยนะครับ เพราะคุมทีมพาโปรตุเกสเป็นแชมป์ได้ในครั้งแรกเท่านั้น 5555 อันนี้ผมไม่ได้แซวคนแรกนะครับ เค้าแซวกันมานานแล้วนะ จริงๆ ต้องยกเครดิตให้กับกุนซือโปรตุเกส อย่าง เฟด์นานโด ซานเชส เค้าด้วยนะครับ เพราะวางแผนมาดีเหลือเกิน รู้ว่าตัวเองเป็นรอง ก็เล่นบอลตามแบบที่ตัวเองต้องยอมรับ ว่าสู้ไม่ได้ ก็ตั้งรับ แล้วดันทะลึ่งรับแบบเหนียวแน่นซะอีก จนผมนี่ตกใจกันเลยทีเดียว เพราะดูจากสภาพกองหลังชุดนี้ เอาเข้าจริงๆ ไม่น่าต้านทานเกมรุกของฝรั่งเศสได้ แต่กลับทำได้เฉยเลย โดยเฉพาะ เปเป้ ป.ประมุข ที่ผมมองว่า เจ้าหมอนี่น่าจะเป็นผู้เล่นคนแรกๆ ที่โดนใบเหลือง หรืออาจจะใบแดงเลยด้วยซ้ำ แต่ทว่ากลับไม่ได้ใบอะไรเลยสักใบ แถมปัดกวาดเช็ดถูแดนหลังได้อย่างเหนียวแน่น จนเล่นเอาตกตะลึงกันเลยทีเดียว ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อนะครับ

และอีกเหตุผลหนึ่ง ซึ่งไม่พูดไม่ได้เลย เพราะการเสียผู้เล่นคนสำคัญของทีมไปตั้งแต่ก่อนครึ่งชั่วโมงแรกนั้น มันคืออีกหนึ่งจุดเปลี่ยนของทีมเลยก็ว่าได้ เพราะหลายๆ คนมองว่า โปรตุเกส เล่นเป็นทีมมากขึ้นเมื่อไร้เงาของสตาร์คนนี้ภายในทีม ดูทุกคนมีความมุ่งมั่นมากขึ้น เมื่อไม่มีเค้าผู้นี้ในสนาม ซึ่งก็จริงนะครับ แต่ทว่าการไร้ซึ่งเค้าคนนี้ในสนาม มันก็เหมือนกับเป็นแรงกระตุ้นให้กับเพื่อนคนอื่นๆ ในทีมให้เต็มที่ทุกนาที เพราะอย่าลืมนะครับว่า การที่โปรตุเกสได้ทะลุเข้ามาถึงรอบนี้ได้ เค้าคนนี้ ถือว่ามีส่วนร่วมกับทีมเป็นอย่างมาก และน่าจะเป็นศูนย์กลางของทีมอย่างแท้จริง ยิ่งเราได้เห็นภาพที่เค้าออกมากระตุ้นเพื่อนร่วมทีม เสมือนว่าตัวเค้าเองนั้นเป็นผู้จัดการทีมด้วยแล้วละก็ มันยิ่งมองให้เห็นถึงความมุ่งมั่นเกินร้อยของเค้าอย่างแท้จริง ถึงแม้ว่าบางทีมมันจะดูน่าหมั่นไส้ก็เถอะ แต่สุดท้ายแล้วผมก็ชอบนะ และเป็นไงล่ะครับ ท้ายที่สุดเค้าก็สมหวัง และได้จารึกว่าเค้านั้นประสบความสำเร็จในอาชีพนักฟุตบอลไปอีกก้าว เหลือแค่แชมป์โลกเท่านั้น ที่เค้ายังไม่เคยสัมผัส ถ้าเมื่อไหร่เค้าได้สัมผัสโทรฟี่ใบใหญ่นี้แล้วล่ะก็ เค้าคนนี้ก็กล้าๆ ที่จะพูดได้เต็มปากแล้วว่าเค้าคือเบอร์หนึ่งของโลกอย่างแท้จริง

นี่คือทั้งหมดของผมในวันนี้แล้วนะครับ กับเรื่องราวของอารมณ์ที่ยังค้างคา จริงๆ แล้วอยากจะเขียนอะไรอีกหลายประเด็น แต่มันก็เลยเวลาของยูโรมาพอสมควรแล้ว และหลายๆ คนก็คงจะมีการติดตามข่าวสารจากทาง ไทยรัฐ ของเราไปแล้ว เอาเป็นว่าลากันไปเลยดีกว่า สัปดาห์หน้าเราจะกลับมาเจอกันอีกครั้ง ในเรื่องของฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ที่ใกล้จะเริ่มเปิดฉากกันอีกแล้ว ซึ่งต้องบอกเลยว่า เป็นฤดูกาลที่น่าติดตามมากๆ วันนี้ขอบคุณทุกท่านในการติดตาม ลาไปก่อน สวัสดีครับ

ป๋อง กพล

14 ก.ค. 2559 16:55 ไทยรัฐ