วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คบกันไม่ทันไร อยากให้เขาพาเข้าบ้านซะแล้ว

ฮามาก! ไม่นานมานี้เจอน้องคนหนึ่งที่สนามบินดอนเมือง เจอหน้าปั๊บทักทายเช็กกันเรียบร้อยว่า ตกลงนี่พี่อ้อยหรือพี่ฉอด ว่าแล้วเข้าสู่โหมดการถ่ายรูปร่วมกัน น้องบอกว่า “ดีใจจังได้ถ่ายรูปกับพี่ ความรักของหนูจะได้ดี” เดี๋ยวๆ พี่ไปเป็นวัตถุมงคลตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้จะเถียงยังไง ได้แต่อวยพรกันไป ขอให้รักดีๆ อยู่ในมือน้องละกันนะ น้องเป็นแฟนคอลัมน์นี้ในไทยรัฐออนไลน์ด้วย ตามอ่านทุกอาทิตย์เลย ขอบคุณที่สุดค่ะ

มีคำถามฝากเข้ามาใน talktoceleb@trendvg3.com ในแต่ละอาทิตย์เยอะมาก ขอบคุณที่ไว้วางใจเล่าสู่กันฟัง ในเรื่องอ่อนแอของแต่ละคนนะคะ มีอีเมล์ของน้องคนหนึ่งถามมา น่าจะคล้ายๆ กับปัญหาของหลายคนที่ผจญอยู่ เพราะไม่รู้ว่า ตกลง เราคืออนาคตของเขาจริงหรือเปล่า?

“หนูคบกับผู้ชายคนหนึ่งเป็นนักธุรกิจ อายุ 40 ปี หนู 32 ปีค่ะ มีลูกติด 2 คน เราคบกันได้ 2 เดือนกว่าๆ เขามีครอบครัวมาแล้วนะคะ แต่ภรรยาไปมีคนอื่นยังไม่ได้จดทะเบียนหย่า เขาบอกว่าหลักฐานทุกอย่างพร้อม เหลือแค่รอหย่าเท่านั้น ถ้าเราอยากให้หย่าก็หย่าได้ทุกเมื่อ เขาคุยกับลูกหนูทุกวันค่ะแต่ที่แปลกคือ เขาบอกว่าแม่รู้ว่าคบหนู แต่ถึงเทศกาลไม่เคยเอ่ยจะพาหนูไปบ้านเลย หนูอยู่ ตจว. ไม่เคยไปสัมผัสงาน ออฟฟิศ หรือคอนโดฯ ของเขาเลย พอมาเจอกันก็รู้ว่าเขายังคุยกับภรรยาเก่า ซึ่งเขายอมรับว่ามีคุย 3 ครั้ง แต่ไม่ยอมให้ดูโทรศัพท์ หนูเลยนิ่งๆ ไป เขาก็มาง้อ บอกว่าอยากดู อยากเปิด ก็ได้เลยหนูจะได้สบายใจ อยากถามพี่อ้อยค่ะ ด้วยเขาโตมีหน้าที่การงานที่ดี และเคยเจ็บกับความรักหรือเปล่าคะ ถึงได้ระวังตัวมากกว่าเดิม แต่ปากเขาบอกอย่างนั้นอย่างนี้ว่า จะพาหนูไปเที่ยวต่างประเทศ แต่เหมือนแค่ให้ความหวังเรา เขาพูดบ่อยๆ ว่าค่อยเป็นค่อยไป หนูเลยบอกว่า ถ้าอย่างนั้นกว่าจะแต่งคงต้องอีก 3 ปี เขาก็รีบแย้งว่า โอ๊ย นานไป ปีหน้าก็น่าจะแต่งได้แล้ว วาดฝันอนาคตกับหนู เขาบอกว่าไม่อายหรอกที่เมียมีลูกติด แถมบอกว่าอนาคตอยากให้ลูกเรียนที่นั่นเรียนที่นี่ ลูกหนูติดเขามากค่ะ แต่หนูไม่เข้าใจว่าเขาปกปิดหรือกังวลอะไรอยู่ พอถาม เขาก็บอกว่าไม่มีอะไร จะเข้าพรรษาเขาก็ไม่ชวนไปทำบุญแถวบ้านนะคะ บอกว่าทำอะไรให้ตามขั้นตามตอน เคยเปรยๆ ว่า ถ้าเขาขึ้นบ้านใหม่จะชวนไปนะ แต่ยังไม่เห็นมีวันนั้นซะที หนูอยากรู้ว่าเขาจริงจังกับเราแค่ไหนค่ะ”

อ่านคำถามน้องจบ ต้องกลับไปอ่านทบทวนว่า น้องคบกับเขานานแค่ไหนเชียวหรือ ทั้งหมดคือ แค่ 2 เดือนเองนะ จะรีบเดินหน้าไปไหนน้อง ใจเย็นๆ

การพาเข้าบ้าน ก็ไม่ได้เป็นการการันตีอะไรนักว่าเขารักจริง บางบ้าน พาผู้หญิงที่คุยหรือจีบเข้าบ้านทุกคน แนะนำพ่อแม่ให้รู้จักไม่รู้กี่หนๆ ก็ยังไม่เห็นคนไหนเป็นตัวจริงซะที สิ่งที่น้องควรกังวลมากกว่าคือ เขาจะหย่าจริงหรือเปล่า?

เรากำลังอยู่ในสถานะตัวสำรอง รักของต้องห้ามอยู่ใช่ไหม จะมาก่อนมาหลังที่สำคัญคืออย่าคบซ้อน ถ้าเขาอยากหย่าจริง ตอนนี้เขารออะไร ถ้าเรารีบเข้าไป ก็ดูเป็นเราแย่งเขามาอยู่ดี ใช้เวลาให้นานกว่านี้ดีไหม ให้โอกาสเขาและสำรวจใจตัวเรา รักเขาจริง หรือแค่ดีใจที่ได้เจอคนที่บอกว่ารับเราได้แม้ว่าเรามีลูกติดอีก 2 เลยอยากปิดการขายให้รู้แล้วรู้รอด พาฉันเข้าบ้านสิ แต่งงานเลยสิ อย่าลืมว่าชีวิตคู่เราพังมาแล้วครั้งหนึ่ง จะเริ่มต้นอีกที ยิ่งต้องคิดดีๆ เรายังมีหัวใจของลูกอีก 2 คนที่ต้องดูแล เขาพูดเสมอว่าค่อยเป็นค่อยไป แปลว่าเขาเห็นอยู่ว่าเรารีบร้อนแค่ไหน อยากเข้าไปในชีวิตเขา อยากไปหาญาติผู้ใหญ่ของเขา ยิ่งรีบเท่าไร ปัญหาใหญ่ๆ ยิ่งมาไว เขาเองอาจยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเขารักเรามากขนาดจะสร้างครอบครัวด้วยกันไหม?

ใหม่ๆ จะพูดอะไรก็ได้ค่ะ อย่าโทษว่าเขาให้ความหวัง ถ้าเราก็ยังหลอกตัวเอง สิ่งที่เขาควรแสดงความจริงใจ ไม่ใช่พาไปหาแม่ แต่คือการเป็นโสด เพื่อเว้นที่ว่างข้างๆ ไว้รอเรา ขนาดภรรยาเก่าไปมีคนอื่น น่าจะหย่าง่ายจะตาย เขายังไม่หย่าเลย เขายังรักและพร้อมให้อภัย โดยมีเราอยู่ข้างๆ ไป รอหัวใจที่ไม่มีจริงอยู่หรือเปล่า อย่าเพิ่งหวังว่าวันหน้าจะมีเราไหม วันนี้ให้เราอยู่ในสถานะอะไรยังน่าสงสัยอยู่เลย ภรรยาเขาก็ยังมี แล้วที่ทางของเราคืออะไร ไม่ใช่ว่าน้องต้องรีบไล่ใครไป แค่มั่นใจหรือยังว่าเราควรเข้ามาในชีวิตเขาตอนนี้

ยังไม่ต้องเดินหน้า หรือถอยหลัง ถ้ายังไม่มั่นใจอะไร ของใดๆ มองไกลๆ ยังไงก็สวย อยู่ด้วยอาจเป็นอีกแบบ ใช้เวลาศึกษากันไป ใช้ความรักครั้งเก่าเป็นบทเรียน น้องเคยคบกับสามีจนมีลูกด้วยกัน 2 คน ยังก้าวไม่พ้นความเปลี่ยนแปลงของความรักเลย นับประสาอะไรกับผู้ชายคนนี้ ที่ดูใจกันมาแค่ 2 เดือน แถมเลื่อนการหย่ากับภรรยาเก่าไปเรื่อยๆ

เขายังไม่อยากพาเราเข้าบ้านเขา เขากำลังกังวลหรือเปล่าว่าคุณแม่จะรับได้ไหมที่ลูกชายคบกับคนซึ่งผ่านการมีครอบครัวมาแล้ว แถมมีลูกติดอีก 2 คน ก็ต้องทำความเข้าใจกับมุมละเอียดอ่อนมุมนี้เหมือนกัน ต่อให้เขารักและรับได้ ก็ไม่ได้แปลว่าคนที่บ้านพร้อมจะเข้าใจ เขาเลยขอใช้เวลา เราเองก็อย่าเพิ่มปัญหาโดยใช้ความกดดัน ทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไป

รักกันดูแลกันให้ดีที่สุดก่อน ไปเที่ยวไกลๆ แทบไม่สำคัญ ถ้าเราทำให้ทุกวันมีความสุข ดีกว่ากดดันจนเขาทุกข์เลยต้องเลือกไปมีความสุขไกลๆ ตอบไม่ได้ว่าต้องดูไปนานแค่ไหน แค่ดูจนต่างฝ่ายต่างรักกันมาก จนปัญหายากๆ ก็สู้ด้วยกันได้ ข้างหน้าไม่มีใครรู้ อยู่ที่วันนี้ เราใส่ใจความรู้สึกกันเต็มที่ไหม เราซื่อสัตย์ให้ความจริงใจหรือแค่ถูกหลอกใช้ไปวันๆ ใช้เวลาในการดูใจกันนานๆ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาทรมานเพียงเพราะเรารีบจนเกินไป

ดีเจพี่อ้อย

14 ก.ค. 2559 16:29 ไทยรัฐ