วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สู้คดี 10 ปีจบแล้ว! ศาลฎีกาสั่ง บ.ตะกั่ว ชดใช้ชาวบ้านคลิตี้ 20 ล้าน

สู้คดี 10 ปีจบแล้ว! ศาลฎีกาสั่ง บ.ตะกั่ว ชดใช้ชาวบ้านคลิตี้ 20 ล้าน

  • Share:

สู้คดีนาน 10 ปี สิ้นสุดเสียที! ศาลฎีกา สั่งบริษัทตะกั่ว ชดใช้ชาวกะเหรี่ยง 20.2 ล้านบาท หลังปล่อยสารตะกั่วลงในลำห้วยคลิตี้ ทำคนเจ็บป่วย

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 14 ก.ค. 59 ที่ห้องพิจารณาคดีบัลลังก์ 6 ศาลจังหวัดกาญจนบุรี นัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา (แผนกคดีสิ่งแวดล้อม) คดีแพ่งหมายเลขดำ ที่ 106/2546 คดีหมายเลขแดง ที่ 1565/2549 ระหว่าง นายกำธร ศรีสุวรรณมาลา กับพวกรวม 8 คน เป็นโจทก์ยื่นฟ้องบริษัท ตะกั่วคอนเซนเตรทส์ (ประเทศไทย) จำกัด จำเลยที่ 1 และ นายคงศักดิ์ กลีบบัว จำเลยที่ 2 โดยฝ่ายโจทก์มี ว่าที่ ร.ต.สมชาย อามีน กรรมการสิ่งแวดล้อม ผู้ช่วยเหลือคดีจากสภาทนายความ นายสุรพงษ์ กองจันทึก ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษากะเหรี่ยงและพัฒนา สภาทนายความ และกลุ่มอนุรักษ์กาญจน์ นำโดย นางภินันท์ โชติรสเศรณี นายบุญส่ง จันทร์ส่งรัศมี ส่วนฝ่ายจำเลยได้ส่งทนายความเข้าร่วมรับฟัง โดยศาลจังหวัดกาญจนบุรี ใช้เวลาในการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา นานกว่า 2 ชั่วโมง จึงแล้วเสร็จ

นายสุรพงษ์ เปิดเผยว่า วันนี้ศาลจังหวัดกาญจนบุรี นัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา (แผนกคดีสิ่งแวดล้อม) โดยศาลเห็นว่าการเจ็บป่วยของชาวบ้านทั้งหมด ซึ่งมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสารตะกั่วมายืนยัน เกิดจากการกระทำของผู้ก่อให้เกิดคือบริษัทดังกล่าว และจำเลยที่ 2 คือกรรมการผู้จัดการบริษัท ที่เป็นผู้ควบคุมสารตะกั่ว และศาลยังเห็นว่าจำเลยมีเจตนาที่จะปล่อยสารตะกั่วลงในลำห้วยคลิตี้ ซึ่งนอกจากจำเลยจะต้องฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ ให้กลับมาใช้ได้ดังเดิมแล้ว จะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับชาวบ้านทั้ง 8 ราย ทั้งค่าไม่สามารถใช้ชีวิตได้ ค่าเจ็บป่วย รวมทั้งค่ารักษาในอนาคตด้วย เป็นเงิน 20,200,000 บาท

ด้านว่าที่ ร.ต.สมชาย กล่าวว่า ภาพรวมแล้วถือว่าดีมาก เพียงแค่ศาลไม่ให้จ่ายค่าชดใช้เรื่องของควายที่ตายไป คงให้ชดใช้เฉพาะเรื่องของความเจ็บป่วยของชาวบ้านทั้ง 8 ราย ซึ่งค่าชดใช้ลดลงกว่าการที่ศาลกว่าที่ศาลอุทธรณ์เคยตัดสิน แต่ภาพรวมถือว่าดีมากส่วนการที่จำเลยที่ 1 เป็นบุคคลล้มละลายนั้น คงไม่มีปัญหามากนัก เนื่องจากคนที่ตกเป็นเจ้าหนี้ก็มายื่นขอให้ชำระหนี้ ในคดีล้มละลายของจำเลยที่ 1 ซึ่งโอกาสที่จะเป็นไปได้ว่าในการยึดทรัพย์ของจำเลยที่ 1 ค่อนข้างจะยากเพราะว่าการที่จำเลยล้มละลาย แสดงให้เห็นว่าเขามีหนี้สินล้นพ้นอยู่แล้ว จึงมีสิทธิ์ทำได้เพียงแค่ให้บังคับใช้หนี้ในคดีล้มละลายเพื่อที่จะเอามาเฉลี่ยทรัพย์

ดังนั้น จึงจำเป็นจะต้องพุ่งเป้าไปที่จำเลยที่ 2 คือ นายคงศักดิ์ ถึงแม้จะเสียชีวิตไปแล้วก็ตาม แต่น่าจะมีทรัพย์มรดกอยู่ จึงทำให้สามารถติดตามไปยึดทรัพย์มาชำระหนี้ให้กับชาวบ้านทั้ง 8 รายได้ แต่คาดว่าคงต้องใช้เวลาอีกพอสมควร เพราะต้องสืบว่าปัจจุบันทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 ยังมีอะไรบ้าง และมีการจำหน่ายจ่ายโอนมรดกไปให้ใครแล้วหรือยัง

ขณะที่ นายกำธร ระบุว่า หลังจากที่ได้รับฟังคำพิพากษาแล้ว ทุกคนต่างก็มีความรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก ซึ่งคำพิพากษาของศาลฎีกาก็ถือว่าสิ้นสุดคดีแล้ว ต้องขอขอบคุณศาลที่ให้ความเป็นธรรม เพราะที่ผ่านมากว่า 10 ปี ชาวบ้านคลิตี้ ต้องเจ็บป่วยมาโดยตลอด บางคนก็เสียชีวิตไปแล้ว.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้