วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รมว.ยธ. เผย อัยการไม่ได้ขีดเส้นตาย DSI ส่งสำนวน 'ธัมมชโย' ยันไม่แกล้ง

"บิ๊กต๊อก" เผย อัยการไม่ได้ขีดเส้นตายดีเอสไอส่งสำนวนคดี "พระธัมมชโย" พร้อมถาม หากไม่ผิดจริง ไม่ควรกลัวที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ยัน ไม่ได้กลั่นแกล้งตามที่ลูกศิษย์และโฆษกธรรมกาย กล่าวหา

เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 59 พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า เคยพูดตั้งแต่แรกเมื่อ 3-4 เดือนที่แล้วว่า การที่พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งสำนวนคดี พระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย ให้พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ ซึ่งนัดฟังเพื่อพิจารณามีความเห็นสั่งฟ้องคดีนั้น เป็นอำนาจของอัยการ และอัยการนัดสั่งคดีในวันที่ 13 ก.ค. ที่ผ่านมา เลื่อนไปวันที่ 11 ส.ค. แทน ซึ่งสื่อก็ไปเขียนว่าอัยการขีดเส้นตาย แล้วก็มาถามว่า อัยการขีดเส้นตาย ส่วนตัวไม่รู้ แต่เชื่อว่าไม่ใช่เส้นตาย เป็นเรื่องของการตรวจสอบสำนวน ซึ่งมีขั้นตอนอีกมากมาย และอาจจะสั่งสอบเพิ่มเติม หรือสั่งให้นำตัวผู้ต้องหามา ก็เป็นไปตามหลักกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว ถ้าไม่ครบถ้วนเขาก็จะสั่งให้สอบเพิ่มเติม

"การเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกาย รอบ 2 สามารถทำได้ 2 อย่าง คือ 1. ดีเอสไอทำได้เอง เพราะมีหมายจับที่ศาลอนุมัติให้แล้ว 2. อัยการสั่งให้ดีเอสไอไปนำตัวผู้ต้องหามา ส่วนจะเป็นเมื่อไหร่ ยังไม่ได้สอบถามพนักงานสอบสวน ปล่อยให้พนักงานสอบสวนได้ทำหน้าที่ของเขาไป เพราะเขาน่าจะประเมินสถานการณ์ของเขาได้ว่าเมื่อไหร่ควรจะทำ แต่ทราบว่าตอนนี้ทางดีเอสไอขอเวลาดูว่าอัยการจะมีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องสำนวนอย่างไร กรณี พระธัมมชโย ตามกระบวนการยุติธรรม เมื่อพนักงานสอบสวนกล่าวหาใครก็ตามเป็นผู้ต้องหาแล้ว ไม่ได้หมายความว่าเรื่องจะยุติแค่ไหน เพราะจะต้องไปยุติที่ศาลยุติธรรม และก็เคยพูดแล้วว่าอัยการอาจจะยกฟ้องคดีหรือไม่ก็ได้ จะเห็นได้ว่าวันนี้เมื่อส่งสำนวนไป ไม่ใช่อัยการจะเห็นพ้องกับพนักงานสอบสวนทั้งหมด"

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวต่อว่า ท้ายที่สุดอาจจะสั่งไม่ฟ้องหรือยกคดีก็ได้ แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าผู้ต้องหาทำให้คดีทั่วไปกลายเป็นเรื่องใหญ่โตไปเรื่อยๆ ผูกพันเป็นเรื่องเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ถึงตอนนี้ก็เริ่มเกรงกลัวว่าจะไม่ให้ประกันตัว ทั้งที่ตอนช่วงที่พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกก็บอกแล้วว่าให้มารับทราบข้อกล่าวหา และจะให้ประกันตัวไปต่อสู้ในชั้นศาลได้ ซึ่ง ก็ไม่รู้ว่าทำไม พระธัมมชโย ถึงได้กลัว ก็ต้องถามว่าท่านผิดจริงหรือไม่ ซึ่งถ้าท่านมั่นใจว่าไม่ผิด ก็ไม่ควรจะกลัวที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ขณะนี้ทางมหาเถรสมาคม ได้สั่งให้ผู้ปกครองสงฆ์ไปดำเนินการ ไม่รู้ว่าจะมีการเชื่อฟังกันหรือเปล่าในระบบ ซึ่งโดยหลักแล้วควรจะเชื่อ ถ้าไม่เชื่อฟังก็ไม่เข้าใจว่าการปกครองทางสงฆ์มีกฎระเบียบอะไร ถึงตั้งองค์กรขึ้นมาแล้วควบคุมกันไม่ได้ เพราะว่าเรื่องนี้เป็นกระบวนการยุติธรรม และก็พูดกับพนักงานสอบสวนตลอดเวลา เพราะทางผู้ปกครองทางสงฆ์ได้กรุณาลงมา ก็ให้ดูเหตุและผลกับฝ่ายปกครองสงฆ์ทุกคนได้รับทราบ และมั่นใจว่าไม่ได้มีการกลั่นแกล้ง พระธัมมชโย อย่างที่ศิษยานุศิษย์และโฆษกวัดพระธรรมกาย พูดมาตลอด เนื่องจากเป็นเรื่องของคดีความและกฎหมายบ้านเมืองที่ควบคุมเหมือนกันทุกคน แต่ปัญหาก็คือท่านควบคุมกันได้หรือเปล่า นั่นอาจจะเป็นเหตุผลที่จะต้องออกหมายค้น ต้องดูทางฝ่ายปกครองสงฆ์และอัยการอีกสักระยะ

อย่างไรก็ตาม ทางพนักงานสอบสวนก็ต้องเตรียมดำเนินการวางแผนเพื่อจะดำเนินการออกหมายค้นให้เป็นไปตามหมายจับที่ศาลได้อนุมัติแล้ว มีหน้าที่วางแผนก็ต้องทำไปก่อน "ถ้าทางฝ่ายสงฆ์ดำเนินการได้เรียบร้อยเรื่องจบ พนักงานสอบสวนก็ไม่ต้องทำตามแผนที่ได้วางไว้ เพราะถ้าหากทางสงฆ์บอกว่าจัดการกันไม่ได้ก็ต้องมาถึงเรื่องของทางฝ่ายพนักงานสอบสวนจัดการ หากดูแลกันในฐานะผู้ปกครองที่เป็นผู้บังคับบัญชาได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ก็จะยุ่งยาก ก็ต้องคุยกันว่า ให้ผู้ดูแลทางสงฆ์ที่เราเชื่อว่าระบบของสงฆ์มีการปกครองเรื่องอาวุโส มีขั้นตอนว่าต้องฟังกันบ้าง แต่หากไม่ฟังกันก็จะเห็นความไม่ชัดเจน และไม่สามารถปกครองกันได้ปรากฏขึ้น ก็จะเป็นคำถามให้กับสังคมเหมือนกันว่า ทำไมจึงปกครองกันไม่ได้" รมว.ยุติธรรม กล่าว.

"บิ๊กต๊อก" เผย อัยการไม่ได้ขีดเส้นตายดีเอสไอส่งสำนวนคดี "พระธัมมชโย" พร้อมถาม หากไม่ผิดจริง ไม่ควรกลัวที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ยัน ไม่ได้กลั่นแกล้งตามที่ลูกศิษย์และโฆษกธรรมกาย กล่าวหา 14 ก.ค. 2559 15:51 ไทยรัฐ