วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แฉอีก! น้องเศรษฐินีอุดรฯ เผย 'หญิงไก่' หลอกโอนที่ดิน-ลักทอง 30 บาท

น้องเศรษฐินีอุดรฯ แฉ แค้นใจ "หญิงไก่" อ้างเป็นลูกบุญธรรมสามีคนแรกของพี่สาว ก่อนยกตู้เซฟลักทองคำ 30 บาท รวมหัวหลอกโอนที่ดินพร้อมบ้านที่พ่อแม่สร้างกับมือ

เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 59 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปบ้านเลขที่ 31/2 หมู่ 8 ซอยบ้านคำบง ต.หมากแข้ง อ.เมืองอุดรธานี ซึ่งเป็นบ้านของ นางฉวีวรรณ ตั้งวิริยะกุล เศรษฐินีเจ้าของที่ดิน ที่ถูก นางมณตา หยกวิริยะกุล หรือหญิงไก่ และพวก หลอกให้โอนและนำไปขาย (‘นางไก่’ พิรุธ คดีเศรษฐินี ป.พบเงื่อนงำ แจ้งตายปี’46 สวด 1 คืน-เผา) เป็นบ้าน 2 ชั้นสภาพเก่าและทรุดโทรม ตั้งอยู่ในพื้นที่ 2 ตารางวา พบเพียงคนเช่าบ้านแจ้งว่า เช่าบ้านหลังนี้มา 2 ปีแล้ว เจ้าของบ้านไม่ใช่ นางฉวีวรรณ แต่เป็นคนอื่น และบ้านน้องสาวของ นางฉวีวรรณ อยู่ติดกัน จึงเดินไปพบ นางโฉมศรี ประจันตะเสน อายุ 75 ปี อดีตข้าราชการครู น้องสาว นางฉวีวรรณ อยู่บ้านเลขที่ 31

นางโฉมศรี เล่าว่า นางฉวีวรรณ เป็นลูกคนโต ตนเป็นลูกคนที่ 2 และมีน้องอีก 3 คน พ่อรับราชการทหารเป็นเจ้าของที่ดินจำนวนมาก โดยพ่อยกบ้านและที่ดิน 2 งานให้ นางฉวีวรรณ ซึ่งอยู่กับพ่อแม่ และนางฉวีวรรณ เคยแต่งงาน 4 ครั้ง แต่หย่าร้างหมดเพราะเป็นคนชอบดื่มสุรา มีบุตรสาว 1 คน ต่อมากลางปี 2544 นายปิติ ตั้งวิริยะกุล ขณะนี้อายุประมาณ 80 ปี สามีคนแรกของ นางฉวีวรรณ กลับมาเยี่ยม นางฉวีวรรณ เพราะทราบว่าป่วยเป็นมะเร็ง แม่และญาติได้เตือน นางฉวีวรรณ ให้เลิกยุ่งเกี่ยว เพราะ นายปิติ มีครอบครัวแล้วแต่ไม่ยอมฟัง ยังให้ นายปิติเข้ามาอยู่ในบ้านด้วย ไม่นานมีหญิงสาวอ้างตัวเป็น คุณหญิงไก่ มาหา นายปิติ ที่บ้าน และแนะนำตัวเองว่าชื่อ นางสุชาดา ตั้งวิริยะกุล เป็นบุตรบุญธรรม นายปิติ เป็นภรรยาตำรวจยศ ร.ต.อ. และเป็นคุณหญิง มีคนรับใช้ตามมาด้วย 2 คน ชายฉกรรจ์อีก 4-5 คน ติดตามตลอดเวลาเข้ามาอยู่ที่บ้านด้วย

ทั้งนี้ ทุกครั้งที่ หญิงไก่ จะไปไหนมาไหน จะมีรถนำขบวนทำให้ทุกคนเชื่อว่าเป็นคุณหญิงจริง กระทั่ง หญิงไก่ มาชักชวน นางโฉมศรี เล่นหวยหุ้น โดยอ้างว่ามีตาทิพย์สามารถมองเห็นตัวเลขได้ แต่ นางโฉมศรี ไม่เล่น เพราะเงินเดือนครูต้องนำมาจุนเจือครอบครัว จากนั้น หญิงไก่ ได้ยกตู้เซฟของแม่ไป ภายในมีทองคำประมาณ 30 บาท นางโฉมศรี จึงพาแม่ไปแจ้งความ ต่อมา หญิงไก่ ได้นำตู้เชฟมาคืน แต่ข้างในเป็นทองปลอม มีทองจริงเหลือเพียง 5 บาท แต่เพราะกลัวอิทธิพลจึงไม่กล้าพูดและปล่อยเลยตามเลย

กระทั่งปลายปี 2546 นางฉวีวรรณ ป่วยหนัก นายปิติ และ หญิงไก่ ได้พาไปรักษาที่คลินิกหมออุดม ประมาณ 7 วัน ก็เสียชีวิตวันที่ 2 ธ.ค. 2546 ซึ่ง หญิงไก่ โทรศัพท์มาแจ้งให้ญาติทราบ แต่ทำพิธีเพียง 1 วัน ก็ฌาปนกิจ ที่วัดศรีสว่าง อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร โดยญาติพี่น้องไม่ได้ไปร่วมพิธี ต่อจากนั้น นายปิติ และ หญิงไก่ ก็มาที่บ้านของ นางฉวีวรรณ โดยอ้างว่าในโฉนดที่ดินมีชื่อ นายปิติ รวมอยู่ด้วย และจดทะเบียนสมรสกับ นางฉวีวรรณ ทำให้ทางครอบครัวเชื่อว่า ขณะที่ นางฉวีวรรณ ป่วยหนัก ทั้งคู่พา นางฉวีวรรณ ไปโอนที่ดินให้ นายปิติ ที่มีชื่อร่วม และโอนให้ด้วยความเสน่หา ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดอุดรธานี โดยไม่ทราบว่ากระทำการเมื่อใด ซึ่งแม่และญาติได้ร้องคัดค้านแต่ไม่เป็นผล จนแม่ตรอมใจและเสียชีวิตเมื่อปี 2547 นายปิติ และ หญิงไก่ ก็ขายที่ดินและบ้านดังกล่าวต้นปี 2547 ซึ่งไม่ทราบว่าขายไปเท่าไหร่ แต่ราคาประเมินที่ดิน 8 ล้านบาท เจ้าของที่ดินคนใหม่ล้อมรั้วคอนกรีต ส่วนญาติพี่น้องได้แต่มองดูบ้านที่พ่อแม่สร้างมากับมือ ตกไปเป็นของคนอื่นด้วยความคับแค้นใจ

นอกจากนี้ นางโฉมศรี กล่าวอีกว่า ทางญาติไม่ติดใจเรื่องการตายของ นางฉวีวรรณ แต่ติดใจเรื่องที่ให้ นายปิติ มีชื่อในโฉนด ที่น่าสังเกตคือลายเซ็นยินยอมก็ไม่ใช่ของ นางฉวีวรรณ ส่วนการจดทะเบียนสมรส ต้องเป็นทะเบียนสมรสซ้อน เพราะ นายปิติ มีภรรยาอยู่แล้ว เชื่อว่าทั้งคู่มาหลอก นางฉวีวรรณ แน่นอน ได้แต่เก็บเรื่องนี้มานานไม่รู้จะไปร้องเรียนใคร อีกทั้งเกรงกลัวอิทธิพลของ หญิงไก่ เพราะมีลูกน้องจำนวนมาก เกรงจะได้รับอันตราย แต่เมื่อเห็นข่าว หญิงไก่ จึงได้ร้องเรียนไปที่ทนายความ ให้ช่วยสืบสวนหาความจริงและคลี่คลายให้กระจ่าง.

น้องเศรษฐินีอุดรฯ แฉ แค้นใจ "หญิงไก่" อ้างเป็นลูกบุญธรรมสามีคนแรกของพี่สาว ก่อนยกตู้เซฟลักทองคำ 30 บาท รวมหัวหลอกโอนที่ดินพร้อมบ้านที่พ่อแม่สร้างกับมือ 14 ก.ค. 2559 13:34 ไทยรัฐ