วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กกต.เตือน 'เอกสาร 7 เหตุผล' ปชต.ใหม่ ส่อผิดกฎหมาย

"สมชัย" ถกเครือข่ายนักวิชาการฯ เตือนเอกสาร 7 เหตุผล "กลุ่ม ปชต.ใหม่" ส่อผิด ก.ม. จ่อชง กรธ.ให้โอกาสแก้ไขก่อนดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 59 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง ซึ่งนำโดย นายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้าพบ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ด้านบริหารกิจการงานเลือกตั้ง เพื่อหารือกรณีการกระทำผิดเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ และการเพิ่มพื้นที่แสดงความเห็นเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 

โดย นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังจะออกเสียงประชามติมีความสำคัญในการวางรากฐานสังคมไทย ซึ่งเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวมีความซับซ้อน จึงต้องอธิบายเพิ่มเติม แต่ในช่วงที่กำลังจะทำประชามติการวิพากษ์วิจารณ์กลับถูกจำกัด ขณะที่ผู้เห็นต่างถูกจับกุม ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลมาจากความลักลั่น ความไม่ชัดเจนในการบังคับใช้กฎหมาย ทำให้เจ้าหน้าที่ตีความกฎหมายแตกต่างกัน อาทิ กรณีเอกสารความเห็นแย้งของกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ เจ้าหน้าที่ในกรุงเทพฯ ตีความว่าไม่ผิด  แต่ที่ จ.ราชบุรี กลับชี้ว่าเอกสารเป็นเท็จ ไม่สามารถเผยแพร่ได้ หรือมีการพูดว่าการรณรงค์รับ ไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญผิดทั้งคู่ แต่กลับพบว่ากลุ่มที่โน้มน้าวรับร่างรัฐธรรมนูญสามารถใช้กลไกรัฐได้ ไม่พบว่ามีการจับกุม แต่จับเฉพาะกลุ่มที่รณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น ซึ่งมีการดำเนินคดีแล้ว 113 คดี โดย 94 คดี เจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างว่าผิดประกาศ คสช. ทั้งที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายประชามติ พร้อมกับเสนอข้อเรียกร้องสามข้อต่อ กกต. มีเนื้อหาคือ ขอให้ส่งเสริมให้มีการรณรงค์ประชามติอย่างเสรี ให้มีการสนับสนุนการอภิปรายแลกเปลี่ยนความเห็นในพื้นที่สาธารณะ และปกป้องคุ้มครองผู้ที่รณรงค์ตามกรอบกฎหมาย

ด้าน นายสมชัย กล่าวว่า กรณีการจับกุมนักศึกษาที่ จ.ราชบุรีนั้น ตนได้ยืนยันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่โทรศัพท์มาสอบถามโดยตรงว่า เอกสารดังกล่าวไม่ผิด เพราะอยู่ในขั้นตอนที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ต้องให้ความเห็นว่าเนื้อหาในเอกสารมีการบิดเบือนหรือไม่ อีกทั้งจากการตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ กกต.ที่บ้านโป่งก็ได้รับการยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวได้เคยยืนยันหลายครั้งแล้วว่าเอกสารดังกล่าวไม่ผิด โดยบ่ายวันนี้ (14 ก.ค.) ตนจะยืนยันความเห็นนี้ในการหารือกับ กรธ. ว่าคนที่มีเอกสารนี้ครอบครองอยู่หรือเผยแพร่ก็ไม่มีความผิด แต่ถ้า กรธ.เห็นว่ามีความผิดก็สามารถแจ้งความดำเนินคดีอาญาได้ หากจะส่งให้ กกต.ดำเนินการก็จะปล่อยให้เป็นกระบวนการของสำนักงานสรุปเรื่อง ซึ่งหากมีข้อมูลใหม่ตนขอสงวนความเห็นที่เคยให้ไว้ว่าไม่ผิด เพราะต้องดูข้อมูลใหม่ทั้งหมด และคาดว่ากระบวนการพิจารณาของ กกต.จะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ทั้งนี้ในการหารือกับ กรธ. จะพิจารณาเอกสารหลายฉบับ ซึ่งรวมถึงเอกสารชื่อ 7 เหตุผลไม่รับร่างรัฐธรรมนูญของกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าผิด เพราะมีหลายข้อความที่อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดในร่างรัฐธรรมนูญ ถ้า กรธ. เห็นตรงกันก็จะมีการพิจารณาเรื่องการดำเนินการ ทั้งนี้ โดยส่วนตัวมีข้อเสนอว่าควรมีการทำความเข้าใจกับกลุ่มที่จัดทำและเผยแพร่เอกสาร เพื่อให้มีการปรับปรุงให้ถูกต้อง เพราะเป็นเด็กก็อาจจะใจร้อนดื้อดึง โดยไม่สนใจสิ่งที่ถูกต้องแท้จริงคืออะไร จึงอยากให้เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมืองได้ชี้แนะทางที่ถูกต้องให้เด็ก เพื่อจะได้เคลื่อนไหวอย่างถูกต้องตามกรอบของกฎหมาย

นายสมชัย กล่าวต่อว่า ส่วนการดำเนินคดีเกี่ยวกับการทำประชามตินั้น ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นพบว่า 94 คดีเกี่ยวกับความมั่นคง มีคดีที่เกี่ยวกับกฎหมายประชามติเพียง 19 คดีเท่านั้น ตนอยากให้เข้าใจ กกต.ด้วย เพราะขณะนี้ขาข้างหนึ่งก็เหมือนกับเข้าไปอยู่ในคุก และไม่ง่ายในการดำเนินการอะไร แรงเสียดทานก็เยอะ ใครที่เข้ามาจะรู้ว่าทำอะไรก็ลำบาก เราพยายามเตือนส่งสัญญาณแต่ก็ถูกมองว่าเป็นการข่มขู่ จริงๆ ไม่ใช่ขู่แต่เป็นการส่งสัญญาณแบบกัลยาณมิตร ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการกล่าวโทษน้อยมาก ไม่อยากให้บรรยากาศเลวร้ายมากกว่านี้ อยากให้อยู่สบายๆ จึงพยายามผ่อนคลายให้ได้มากที่สุด และเปิดโอกาสให้มีการพบปะกันเพื่อสร้างความเข้าใจ

สำหรับกรณีที่ทางเครือข่ายฯ ต้องการให้เปิดพื้นที่ถกเถียงเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญนั้น นายสมชัย กล่าวว่า นอกจากรายการ "7 สิงหาประชามติร่วมใจ" ที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ใน 6 ครั้งที่เหลือแล้ว ก็ได้เปิดโอกาสให้ฝ่ายที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วยมาแสดงความเห็น โดยมีการปรับเนื้อหาและวิทยากรที่จะมาร่วมรายการแบบเป็นธรรมแล้ว ขณะเดียวกันตนกำลังทาบทามสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งจัดรายการครั้งละ 50 นาที จำนวน 10 ครั้ง นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับปากท้องของประชาชน เช่น 30 บาทรักษาทุกโรค เรื่องเรียนฟรี เบี้ยผู้สูงอายุ ทรัพยากรธรรมชาติ การทำสนธิสัญญาเกี่ยวกับเขตแดน โดยจะเปิดโอกาสให้ทางเครือข่ายฯ และนักศึกษามีส่วนร่วมในรายการ 40 เปอร์เซ็นต์ หรือ 4 ครั้งจากทั้งหมด 10 ครั้ง ส่วนที่เหลือจะเชิญกลุ่มเอ็นจีโออื่นเข้ามาร่วม ซึ่งจะหารือเรื่องดังกล่าวกับ กรธ. หากเห็นตรงกันก็จะมีการบันทึกเทปรายการ และออกอากาศได้ในช่วงสองสัปดาห์สุดท้ายก่อนการลงประชามติ โดย กกต.จะไม่เข้าไปเซ็นเซอร์เนื้อหา นอกจากนี้ จะมีการจัดพิมพ์เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญเผยแพร่เพิ่มเติมในหนังสือพิมพ์ 3 ฉบับในช่วงโค้งสุดท้ายของการออกเสียงประชามติ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงข้อมูลอย่างกว้างขวางมากขึ้น

"สมชัย" ถกเครือข่ายนักวิชาการฯ เตือนเอกสาร 7 เหตุผล "กลุ่ม ปชต.ใหม่" ส่อผิด ก.ม. จ่อชง กรธ.ให้โอกาสแก้ไขก่อนดำเนินคดี 14 ก.ค. 2559 12:59 14 ก.ค. 2559 15:51 ไทยรัฐ