วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เธเรซา เมย์ นั่งแท่นนายกฯ ใหม่อังกฤษ ตั้งบอริส จอห์นสัน รมว.ต่างประเทศ

‘เธเรซา เมย์’ รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ และนายกฯ หญิงคนแรกในรอบ 26 ปีของอังกฤษแล้ว พร้อมประกาศรายชื่อรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดใหม่ แต่งตั้งบอริส จอห์นสัน อดีตนายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน หนึ่งใน‘หัวหอก’ แกนนำรณรงค์ยูเคออกจากอียู นั่งเก้าอี้ รมว.ต่างประเทศคนใหม่ ...

เมื่อ 14 ก.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน นางเธเรซา เมย์ อดีตรัฐมนตรีมหาดไทย วัย 59 ปี เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอังกฤษแล้ว เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 13 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากนายเดวิด คาเมรอน อดีตนายกรัฐมนตรีได้กราบบังคมทูลถวายหนังสือลาออกอย่างเป็นทางการกับสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 โดย นางเธเรซา เมย์ นับเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของอังกฤษในรอบ 26 ปี ต่อจาก 'นางสิงห์เหล็ก' อดีตนายกรัฐมนตรี มาร์กาเร็ต แทตเชอร์ ที่ดำรงตำแหน่งนายกฯ อังกฤษในช่วงระหว่างปี 2522-2533

บีบีซี แจ้งว่า นางเมย์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกพรรคอนุรักษ์นิยมให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ได้กล่าวต่อสื่อมวลชนที่ด้านหน้าบ้านพักประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษ เลขที่ 10 บนถนนดาวน์นิ่ง ในกรุงลอนดอน ประกาศให้คำมั่นในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอังกฤษว่า จะนำรัฐบาลอังกฤษชุดใหม่ทำงานเพื่อส่วนรวมทั้งหมด หลังจากนางเมย์ได้เดินทางไปเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ที่พระราชวังบักกิงแฮม ในกรุงลอนดอน เพื่อถวายรายงานตัวในการเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ต่อจาก นายเดวิด คาเมรอน จากนั้น นางเมย์ยังได้รับโทรศัพท์จากบรรดาผู้นำประเทศในยุโรปที่ โทร. มาแสดงความยินดีกับเธอ ที่ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอังกฤษ พร้อมกันนั้น นางเมย์ ยังบอกกับผู้นำประเทศอียูทั้งหลายว่า จำเป็นต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง สำหรับการเตรียมตัวในการเจรจากรณีสหราชอาณาจักร (ยูเค) จะออกจากสหภาพยุโรป (อียู)

มีรายงานด้วยว่า นายกรัฐมนตรีเมย์ได้มีการประกาศรายชื่อรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดใหม่ โดยได้แต่งตั้ง นายบอริส จอห์นสัน อดีตนายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแกนนำรณรงค์เรียกร้องให้ยูเคออกจากอียู นั่งเก้าอี้ รัฐมนตรีต่างประเทศคนใหม่ แทนนายฟิลิป แฮมมอนด์ และนางแอมเบอร์ รัดด์ อดีตรมว.พลังงาน ดำรงตำแหน่ง รมว.มหาดไทยคนใหม่

ทั้งนี้ นางเมย์ ได้แสดงจุดยืนชัดเจนที่จะดำเนินการตามผลประชามติที่ออกมาว่า ฝ่ายสนับสนุนให้ ยูเคออกจากอียูเป็นฝ่ายชนะ โดยกล่าวว่า ‘เบร็กซิตคือเบร็กซิต’ จะไม่มีความพยายามเพื่ออยู่ในอียูต่อไป จะไม่มีความพยายามเข้าร่วมอียูอีกครั้งทางประตูหลัง และจะไม่มีการทำประชามติรอบสอง