วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับนับพัน จม.บิดเบือนรธน. ว่อนทั่วภาคเหนือ

ชี้ถ้าประชามติควํ่า จะแก้รธน.ชั่วคราว 4 ประเด็น-ร่างใหม่

จดหมายบิดเบือนร่าง รธน.ว่อนภาคเหนือ หลังพบที่ลำปาง ยังเจอที่เชียงใหม่-ลำพูน มท.1 สั่งการ กกต.-ตร. ตามล่าหาขบวนการ ปลัด มท.เต้นผางสั่งเครือข่าย ผวจ. นอภ. กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน สแกนทุกชุมชน พบที่ไหนให้แจ้งจับดำเนินคดีที่นั่น พร้อมสืบหามือมืดต้นตอ “บิ๊กป้อม” เชื่อเป็นแค่กลุ่มเล็กน้อย ไม่ใช่ ขบวนการใหญ่โต เอาอยู่สบายๆ ประธาน กกต.ขึงขังสั่ง กกต.จังหวัดลุยฟ้อง “สมชัย” เล็งฉายเดี่ยวหารือ กรธ.ปมบิดเบือนร่าง รธน. ดับเครื่องชนคนในเจ้ายศเจ้าอย่าง “วิษณุ” เผยถ้า รธน.ไม่ผ่านประชามติ แก้ รธน.ชั่วคราว 4 ประเด็น แล้วกำหนดเลือกตั้ง ไม่จำเป็นต้องประชามติอีกแล้ว เชื่อโรดแม็ปคลาดเคลื่อนไม่มาก ออกตัวมานั่งประธานยกร่างไม่ได้ เพราะติดล็อก รธน.ชั่วคราว ปชป.เสนอทะลุปล้อง ประชามติไม่ผ่านให้ “บิ๊กตู่” มานั่งหัวโต๊ะ เป็นคอนดักเตอร์ร่าง รธน.เอง

หลังจากมีการตรวจสอบพบจดหมายเอกสารบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญส่งไปตามบ้านเรือนประชาชนที่ จ.ลำปาง ทำให้เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง รวมทั้งกระทรวงมหาดไทย สั่งการระดมสรรพกำลังเข้าไปจัดการ พร้อมสืบหาต้นตอที่มาที่ไป ล่าสุดยังพบอีกเพิ่มเติมที่ จ.เชียงใหม่ และลำพูน เป็นจดหมายลักษณะเดียวกัน

มท.จี้ กกต.–ตร.ล่าแก๊งปลอมร่าง รธน.

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 13 ก.ค. ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีพบจดหมายบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญส่งไปตามบ้านเรือนราษฎรในพื้นที่ภาคเหนือ ว่าได้ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กกต. นอกจากนี้จะมีการเฝ้าระวังและยึดหลักตามกฎหมาย สร้างความเข้าใจ ซึ่งเรามีกลไก หากมีใครมาบิดเบือนก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ก็มีครูวิทยากรในพื้นที่ที่จะชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญ

ขณะเดียวกันที่ทำการจังหวัด หรืออำเภอ ก็มีเอกสารของ กรธ.แจกจ่ายอยู่แล้ว ประชาชนสามารถศึกษาได้ รวมถึงตามโซเชียลมีเดียก็มีตัวรัฐธรรมนูญให้ดาวน์โหลด อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนศึกษาเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญหรือรับฟังจากวิทยากร และจากเอกสารเพิ่มเติม เพราะว่ามีคนพยายามบิดเบือน เราก็ต้องให้ประชาชนรู้ว่าอันไหนของจริง ของแท้ โดยขอให้ประชาชนยึดถือตามเอกสารที่หน่วยงานราชการส่งให้หรือจัดทำเท่านั้น หากพบมีกระทำความผิดขอให้แจ้งความดำเนินคดี

เต้นผางสั่งปูพรมหาต้นตอข่าวลือ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 12 ก.ค. ปลัดกระทรวงมหาดไทยสั่งการทางกลุ่มไลน์ผู้ว่าราชการจังหวัด ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ว่า ด้วยปรากฏข่าวสารว่าขณะนี้มีผู้แอบอ้างเขียนจดหมาย หรือเขียนข้อความทางสื่อเฟซบุ๊ก ไลน์ หรือปล่อยข่าวลือในหมู่บ้าน ชุมชนต่างๆเกี่ยวกับการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่าจะมีผลให้ยกเลิกโครงการของรัฐที่เคยช่วยเหลือประชาชน ซึ่งเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและเกิดความขัดแย้งในหมู่ประชาชนนำไปสู่ความรุนแรงได้ ดังนั้น จึงขอให้จังหวัดตรวจสอบว่าในพื้นที่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหรือไม่ หากมีพฤติการณ์ดังกล่าวให้ประสานงานกับตำรวจและกองกำลังรักษาความสงบ เพื่อสอบสวนจับกุมดำเนิน คดีตามกฎหมาย รวมทั้งให้สอบสวนขยายผลด้วยว่ามีการกระทำเป็นขบวนการหรือไม่ ใครอยู่เบื้องหลัง และสนับสนุนกันอย่างไร

จี้ใช้ทุกองคาพยพแจงข้อเท็จจริง

ปลัดกระทรวงมหาดไทยระบุว่า นอกจากนี้ให้วางมาตรการมอบหมายให้มีเจ้าหน้าที่รับผิดขอบตรวจสอบความเคลื่อนไหวทางข่าวสารในสื่อต่างๆ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยให้ถือปฏิบัติเป็นประจำด้วย เพื่อแก้ไขปัญหาหรือชี้แจงข้อเท็จจริงได้ทันเหตุการณ์ ขณะเดียวกันให้จังหวัดชี้แจงทำความเข้าใจในสิ่งที่มีการปล่อยข่าวเท็จให้ถูกต้องตามข้อเท็จจริงผ่านเครื่องมือสื่อสารของจังหวัดทุกช่องทาง รวมทั้งให้ชี้แจงผ่านการประชุมจังหวัด อำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งใช้กลไกเครือข่ายส่วนราชการและอาสาสมัครภาคประชาชนให้เกิดความรับรู้ที่ถูกต้อง กว้างขวาง เพื่อระงับหรือยุติการสร้างและปล่อยข่าวเท็จเหล่านั้นโดยฉับพลันทันที พร้อมรายงานผลการดำเนินการให้กระทรวงมหาดไทยทราบทุกระยะ

“บิ๊กป้อม” ไม่หวั่นแค่เรื่องจิ๊บจ๊อย

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีการเผยแพร่เอกสารปลอมเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญว่า เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบอยู่ ตำรวจต้องหาทางจับตัวให้ได้ ส่วนกระบวนการใต้ดินนั้นคิดว่าเป็นส่วนน้อยไม่ใหญ่โตอะไร ติดตามอยู่ตลอดเวลา เราต้องการให้เกิดความสงบ แต่สื่อชอบทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ยืนยันว่าไม่มีความวุ่นวาย เมื่อถามว่า จะส่งผลกระทบต่อการรับรู้ของประชาชนในส่วนของเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ รองนายกฯตอบว่า ไม่ ประชาชนคงเข้าใจ ต่อข้อถามว่า ถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติต้องแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวเพื่อร่างใหม่หรือไม่ รองนายกฯตอบว่า เขาเตรียมไว้เรียบร้อยหมดแล้ว ไม่จำเป็นต้องบอกสื่อตอนนี้ และไม่คิดด้วยว่าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน เมื่อถามว่า ต้องบอกทางออกแก่ประชาชนก่อนลงประชามติ ในวันที่ 7 ส.ค.นี้หรือไม่ รองนายกฯตอบว่า ไม่จำเป็น ผ่านไม่ผ่านก็แล้วแต่ แต่จะทำอย่างไรให้ไปสู่การเลือกตั้งปี 60 ให้ได้ ไม่ว่าจะยังไงก็มีมาตรการรองรับอยู่แล้ว เราต้องคิดไว้หลายแบบ และโรดแม็ปประกาศไว้ชัดเจนอยู่แล้ว สิ่งที่คนต้องการคือการเลือกตั้ง เมื่อรับรู้กันตรงนั้นก็จบ

พบจดหมาย รธน.ปลอมอีกที่เชียงใหม่

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ จ.เชียงใหม่ พล.ต.โกศล ประทุมชาติ ผบ.มทบ.33 พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ พร้อมเจ้าหน้าที่สารวัตรทหารและตำรวจ เดินทางไปตรวจสอบบริเวณสำนักงานไปรษณีย์จังหวัดเชียงใหม่ ย่านสันป่าข่อย ต.วัดเหตุ อ.เมืองเชียงใหม่ หลังได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ว่า พบเอกสารจดหมายเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญของปลอมจำนวนมากกว่า 2 พันฉบับ ที่ตู้จดหมายตามริมถนน ที่จะส่งต่อไปยังบ้านเรือนประชาชน โดยไม่มีการจ่าหน้าซองถึงผู้รับ แต่มีเพียงบ้านเลขที่ และที่อยู่เท่านั้น จึงนำมารวมกันไว้ที่ สำนักงานไปรษณีย์เชียงใหม่เพื่อรอการตรวจสอบ พล.ต.โกศลกล่าวว่า จากการตรวจสอบมีผู้ไม่หวังดีได้ลักลอบส่งไปรษณีย์เอกสารจดหมายร่างรัฐธรรมนูญปลอมมากกว่า 2,000 ฉบับ ตรวจพบในเขตตัวเมือง เชียงใหม่ 788 ฉบับ อ.สันทราย 150 ฉบับ อ.สันกำแพง 959 ฉบับ ขณะที่ อ.แม่ริม และแม่โจ้ อ.สันทราย อยู่ระหว่างการรวบรวมยอดจดหมาย นอกจากนี้ยังพบในอีกหลายจังหวัดของภาคเหนือตอนบนที่มีลักษณะข้อความเหมือนกัน จากการตรวจสอบเนื้อหาเบื้องต้นพบว่าเนื้อหาในเอกสารเข้าข่ายบิดเบือนเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับการตัดสิทธิ์ต่างๆของร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2559 เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึด ก่อนจะส่งมอบให้กับทาง กกต.นำเอกสารดังกล่าวไปตรวจสอบหากพบว่าเข้าข่ายการกระทำผิดก็จะได้มีการแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

กระจายว่อนลามไปถึงลำพูน

ที่ จ.ลำพูน พล.ต.ต.สมสง่า ชรินทร์ ผบก.ภ. จ.ลำพูน ร่วมกับ พ.อ.พงษ์มิตร ปินปันคง เสธ.กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กองพลทหารราบที่ 7 จ.ลำพูน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ กกต. จ.ลำพูน เข้าทำการตรวจค้นที่ไปรษณีย์ จ.ลำพูน ตั้งอยู่บนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-ลำปาง ต.เหมืองง่า อ.เมืองลำพูน โดยมีนายพิสิษย์ บุญธรรม ผู้ช่วยหัวหน้าศูนย์ไปรษณีย์ จ.ลำพูน ให้การต้อนรับและนำตรวจสอบ จากการตรวจค้นถุงไปรษณีย์ที่มีต้นทางส่งมาจาก จ.เชียงใหม่ พบจดหมายบิดเบือนรัฐธรรมนูญคละกับถุงอื่น ประมาณ 500 ฉบับ ซึ่งล้วนแล้วแต่ไม่มีรายชื่อผู้ส่ง แต่มีผู้รับ ทั้งที่อยู่ และเลขที่บ้าน บางฉบับมีรายชื่อแต่ไม่มีเลขที่บ้าน ที่จ่าหน้าซองถึงปลายทางจะส่งย้อนกลับมาที่ จ.เชียงใหม่ อำเภอที่จ่าหน้าซองถึงไกลสุด คือ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ และอำเภอเมืองเชียงใหม่จะมากที่สุด

ปธ.กกต.สั่งแจ้งความ จม.บิดเบือน

นายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีที่ไปรษณีย์พบจดหมายส่งไปยังครัวเรือนใน จ.ลำปาง ว่า ได้สั่งการให้ กกต.ลำปางแจ้งความดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ประชามติแล้ว โดยศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย จ.ลำปาง ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 อายัดจดหมายทั้งหมดมาตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นจดหมายที่เป็นซองตราครุฑ จ่าหน้าซองถึงประชาชนใน จ.ลำพูนโดยไม่ได้ระบุชื่อ และเนื้อหาภายในจดหมายมีการบิดเบือนกล่าวอ้างว่าร่างรัฐธรรมนูญยกเลิกนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค รวมถึงยกเลิกเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และยกเลิกการเรียนฟรีของนักเรียนระดับมัธยมปลาย ซึ่งไม่เป็นความจริง ขณะนี้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจพบกล้องวงจรปิดจับภาพผู้ต้องสงสัยแล้ว อย่างไรก็ตามได้สั่งการให้ กกต.ลำปางเร่งทำความเข้าใจกับ ประชาชนแล้ว

“สมชัย” เตรียมถก กรธ.ปมบิดเบือน

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงการประชุมร่วมกับ กรธ. ในวันที่ 14 ก.ค.นี้ ว่า ตนจะไปหารือเกี่ยวกับเอกสารต่างๆเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญที่มีการเผยแพร่ว่าเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 2559 หรือไม่ หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการอย่างไร ส่วนตัวมองว่าหาก กรธ.แจ้งความเองน่าจะเป็นวิธีที่รวดเร็วที่สุด เพราะการส่งให้ กกต.ดำเนินการจะใช้เวลาในการพิจารณาหลายสัปดาห์ หรือถ้า กรธ.ยืนยันว่าจะให้ กกต.ดำเนินการ ตนยินดีเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษด้วยตนเองโดยไม่ผ่านมติ กกต. แต่แนวทางนี้ตนต้องเห็นร่วมกับ กรธ.ด้วยว่าเป็นความผิด โดยมีจุดยืนอยู่แล้วว่าเอกสารต่างๆที่เผยแพร่ในช่วงที่ผ่านมา ชุดใดผิดหรือไม่ผิด และแม้ กรธ.กับ กกต.เห็นตรงกันว่าการกระทำนั้นมีความผิด แต่อยากเสนอว่าควรให้โอกาสกลุ่มที่ทำความผิดได้ทบทวนการกระทำนั้น ถ้ายุติก็ถือว่าจบ แต่ถ้ายังดื้อดึงก็ใช้กฎหมาย

เล็งแก้ปัญหาใต้ดินให้มาอยู่บนดิน

นายสมชัยกล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่มีจดหมายส่งไปยังครัวเรือนใน จ.ลำปาง ได้รับรายงานแล้ว เข้าข่ายความผิดมาตรา 61 วรรคสอง เนื่องจากมีหลายข้อความที่เป็นเท็จ ส่วนการเคลื่อนไหวรณรงค์ร่างรัฐธรรมนูญใต้ดิน เช่น ส่งจดหมายไปตามบ้าน หรือการโพสต์ข้อความทางอินเตอร์เน็ตที่นำไปสู่ความเข้าใจผิดจนมีผลต่อการตัดสินใจลงคะแนนออกเสียงของประชาชนนั้น จะแก้ไขทำให้การเคลื่อน– ไหวใต้ดินขึ้นมาอยู่บนดิน เพื่อให้ทุกคนออกมาพูดกันได้อย่างเปิดเผย โดยเสนอที่ประชุม กรธ.ว่ามีความเห็นเป็นอย่างไร

ฉะกันเองอย่าถือยศถืออย่าง

นายสมชัยกล่าวอีกว่า สำหรับการพูดคุยในวันที่ 14 ก.ค. ทราบว่าเลขานุการของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ได้โทรศัพท์ประสานกับหน้าห้องของ กกต.ทุกคน แต่ไม่สามารถตกลงวันเวลากันได้ และเมื่อเข้าสู่ที่ประชุม ประธาน กกต.ได้สอบถามว่ามีจดหมายเชิญหรือไม่ ยืนยันไม่ได้ติดต่อเฉพาะหน้าห้องของตัวเอง ส่วนตัวเห็นว่าจดหมายเชิญไม่ใช่สาระสำคัญ หากเป็นประโยชน์และสามารถทำงานร่วมกันได้ก็ควรจะดำเนินการลดขั้นตอน อย่าถือยศถืออย่างมากเกินไป อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองก็ควรจะดำเนินการ

กรธ.แจงนักลงทุนยันเนื้อหาสากล

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) สมาคมนักศึกษาสถาบันวิทยาการตลาดทุน (สวตท.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดเสวนาวิชาการหัวข้อ “เข้าใจร่างรัฐธรรมนูญใหม่ก่อนไปลงประชามติ” โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ไม่สบายเป็นไข้หวัดจึงไม่ได้มาร่วมงานด้วย นายนรชิต สิงหเสนี โฆษก กรธ. กล่าวตอนหนึ่งว่า อยากฝากนักธุรกิจเวลาพบชาวต่างชาติ นักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างประเทศในร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ. ทางเราได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทั่วทุกจังหวัด เพื่อให้ได้เนื้อหาเข้ากับบริบททางสังคมของประเทศไทยในปัจจุบัน ยืนยันมีความเป็นสากลไม่ได้คิดขึ้นมาเอง หลังจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ประกาศใช้คนไทยจะมีสิทธิเสรีภาพเพิ่มขึ้นเต็มที่ แต่ที่มีหลายคนห่วงกันมากคือสิทธิลดลงไปหรือไม่ อาจเป็นเพราะอ่านเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญไม่ครบ

แก้ รธน.4 ประเด็นถ้าประชามติคว่ำ

เมื่อเวลา 12.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการลงประชามติต้องแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ.2557 เพื่อให้มีทางออกอย่างไรว่า รัฐธรรมนูญชั่วคราวที่มีอยู่กำหนดขั้นตอนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไว้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้ร่าง แล้วให้มีการทำประชามติ แต่ไม่ได้บอกว่าหากประชามติไม่ผ่านต้องทำอย่างไร บอกแต่ว่าคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ต้องสลายตัวในวันที่มีการประกาศผลอย่างเป็นทางการ จึงต้องมีการพูดคุยกันอย่างไม่เป็นทางการก่อนการลงประชามติว่าจะดำเนินการอย่างไรเพื่อให้การดำเนินการไม่นานนัก ที่สุดก็ต้องมีการแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวหากประชามติไม่ผ่าน ซึ่งเป็นหน้าที่ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยต้องแก้ใน 4 ประเด็นหลัก คือ 1.ใครเป็นคนร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 2.ทำโดยวิธีใด 3.กรอบเวลาให้เสร็จเมื่อไร และ 4.เมื่อร่างเสร็จแล้วต้องดำเนินการอย่างไรต่อ ซึ่งข้อสุดท้ายส่วนตัวเห็นว่าไม่จำเป็นต้องทำประชามติอีก เพราะจะทำให้เสียเวลานาน ยืนยันรัฐบาลยึดตามโรดแม็ปที่วางไว้ แต่ก็ต้องคำนึงถึงกรอบเวลาในการทำงานแต่ละขั้นตอนด้วย

“วิษณุ” ออกตัวห้าม รมต.ยกร่างใหม่

นายวิษณุกล่าวด้วยว่า ที่สำคัญต้องกำหนดไว้ว่าหากร่างรัฐธรรมนูญใหม่เสร็จแล้วจะให้มีเลือกตั้งเมื่อไร ทั้งหมดตนไม่สามารถพูดถึงรายละเอียดในแต่ละประเด็นได้ เพราะขณะนี้ยังไม่มีคำตอบ แต่เท่าที่ดูกระบวนการที่กล่าวมาทั้งหมด ไม่น่าจะกระทบโรดแม็ปการเลือกตั้งปี 2560 ที่กำหนดไว้ แต่อาจจะมีตัวแปรที่ทำให้ระยะเวลาเร็วขึ้นหรือช้าลงได้ ซึ่งไม่สามารถพูดได้ตอนนี้ และจากกติกาที่มีอยู่ตนไม่สามารถเป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญชั่วคราวเขียนคุณสมบัติห้ามรัฐมนตรีเป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ส่วนจะแก้ไขให้ตนมาดำเนินการหรือไม่ อย่าเพิ่งมาซักถาม เพราะไม่มีประโยชน์เมื่อถามว่า หากประชามติไม่ผ่าน ผู้ที่เคยอยู่ในกรรมการยกร่างสามารถกลับมาดำเนินการได้อีกหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า บอกไม่ถูก เพราะเขาอาจจะเขียนห้ามเอาไว้ก็ได้ อย่าไปใส่ใจว่าใครจะมาร่างรัฐธรรมนูญ อาจจะเป็นคนเดิมก็ได้ แต่อยู่ที่ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวจะเป็นอย่างไร

“ไก่อู” ตอก “หมวดเจี๊ยบ” ฟังไม่ได้ศัพท์

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่าพูดจาไม่เหมาะสมกรณีพูดถึงการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า คนที่ฟังนายกฯตอบคำถามสื่อมวลชนในวันนั้นจะเข้าใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้หมายความว่าตัวเองจะเป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการดำเนินการให้ประเทศมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่สามารถปกป้องประเทศจากคนโกงและขบวนการทุจริตคอร์รัปชัน หากมีการร่างใหม่ก็จะมอบหมายให้ผู้ที่เหมาะสมที่สุดเป็นผู้ดำเนินการ ร.ท.หญิงสุณิสาควรตั้งใจฟังอย่างถี่ถ้วน ทั้งเนื้อหาและบริบทที่นายกฯอธิบาย ไม่ควรให้ใครมากล่าวได้ว่าฟังไม่ได้ศัพท์แล้วจับไปกระเดียด สถานการณ์ในภาพรวมของประเทศถือว่าสงบ แต่อาจจะยังไม่สามารถใช้คำว่าเรียบร้อย เพราะมักมีคนจ้องปั่นป่วน โดยการตีความอะไรผิดๆ วิพากษ์วิจารณ์โดยไม่รู้จริง ทำเรื่องไม่เป็นเรื่องให้สังคมรู้สึกสับสนและวุ่นวาย ทั้งๆที่บุคคลเหล่านั้นไม่มีส่วนช่วยเหลือหรือดูแลแก้ปัญหาใดๆในประเทศเลย

“วัฒนา” เตือนสติคนรับร่างฯ ฉุกคิด

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊ก “ประชามติผ่านเผด็จการอยู่ต่อ” ว่า คนจำนวนมากยังเข้าใจว่าหากร่างรัฐธรรมนูญผ่านการเห็นชอบจากประชาชน เราจะได้เลือกตั้ง ได้รัฐบาลใหม่ที่มาจากประชาชน ทหารจะกลับกรมกอง และเราจะไม่ต้องทนเห็น คสช. อีกต่อไป ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดโดยสิ้นเชิง เพราะตามมาตรา 265 ของร่างรัฐธรรมนูญได้บัญญัติให้ คสช. ยังอยู่ในตำแหน่งเพื่อทำหน้าที่ต่อไปโดยยังมีอำนาจหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวทุกประการ รวมทั้งหัวหน้า คสช. ก็ยังสามารถใช้อำนาจตามมาตรา 44 ได้อย่างไม่มีข้อจำกัดจนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีใหม่ภายหลังการ เลือกตั้งซึ่งจะใช้เวลาอย่างน้อย 16-18 เดือน ดังนั้นการปกครองแบบเผด็จการจะยังคงอยู่ต่อไป ประชาชนจะยังไม่มีสิทธิและเสรีภาพเหมือนเดิม ทหาร ตำรวจก็ยังคงใช้อำนาจได้ตามอำเภอใจ ตามคำสั่งของ คสช. ต่อไป โดยที่ประชาชนจะไม่สามารถฟ้องร้องเอาผิดกับ คสช. หรือคนที่ทำตามคำสั่งได้เลย ดังนั้น การไปลงมติเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญก็เท่ากับการลงมติเห็นชอบให้ คสช. ปกครองประเทศด้วยระบอบเผด็จการต่อไป แต่หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ คสช. จะหมดความชอบธรรมที่จะปกครองประเทศนี้สำหรับตนถือว่า 7 สิงหาคือวันประชาไล่เผด็จการ

อีสานคืนถิ่นโหวตแนวทาง ปชต.

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้ได้เกิดแนวคิดอีสานคืนถิ่น เพื่อกำหนดอนาคตของบ้านเมืองด้วยมือของตนเองในวันลงประชามติ โดยผู้ที่ตกงานหรือถูกเลิกจ้าง ได้ทยอยกลับมาบ้านช่วยครอบครัวทำไร่ ทำนาและจะพร้อมใจกันไปลงประชามติ ส่วนผู้ที่ยังทำงานอยู่ในกรุงเพฯ บรรดาพ่อ แม่ ญาติ พี่น้องจะสื่อสารเชิญชวนให้กลับมาเยี่ยมครอบครัวในวันที่ 6 ส.ค. และที่สำคัญเพื่อลงประชามติในที่ 7 ส.ค. โดยมีเป้าหมายเพื่อสืบทอดตำนานการต่อสู้ทางการเมืองของคนอีสานว่ารักในความ ยุติธรรม และมั่นคงในแนวทางประชาธิปไตยตลอดมา

ร่าง รธน.มีผลต่อความเชื่อมั่น ศก.

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลบอกว่าเศรษฐกิจปีหน้าจะโตได้ถึง 4-5% คงเป็นไปได้ยาก เพราะไม่รู้จะเติบโตได้ในภาคส่วนไหน เศรษฐกิจขยายตัวต่ำต่อเนื่องมาตั้งแต่มีการรัฐประหาร เช่นเดียวกับการส่งออกที่ลดลงต่อเนื่อง ทำให้ตัวเลขการว่างงานเพิ่มขึ้นมาก และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นไปอีก ผลคือนักศึกษาที่จบใหม่จะหางานทำยาก การปรับประเทศไทยให้เป็นไทยแลนด์ 4.0 จึงเป็นเรื่องจำเป็น จะต้องปรับประเทศในทุกด้านโดย เฉพาะการเป็นที่ยอมรับของประชาคมโลกน่าจะเป็นความจำเป็นอย่างแรกที่ต้องรีบทำแต่ล่าสุดสภาผู้แทนเยอรมันที่ไทยอ้างว่าไปลอกแบบระบบสัดส่วนผสมของรัฐธรรมนูญเยอรมันมา ยังออกมาวิจารณ์รัฐธรรมนูญนี้ว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่สืบทอดอำนาจ ก็จะยิ่งสร้างปัญหาความไม่เชื่อมั่น ดังนั้น ประชาชนจะต้องพิจารณาให้ดีในการลงประชามติในครั้งนี้ เพราะจะมีผลต่อเศรษฐกิจและการว่างงานในอนาคต

ปชป.ขอยำรวมข้อดี รธน.ทุกฉบับ

ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ปรารภใน ครม.ถึงการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่า ไม่ว่าผลประชามติจะเป็นอย่างไร จะดำเนินงานตามโรดแม็ปที่วางไว้ต่อไปว่า เป็นเรื่องถูกต้องที่นายกฯยืนยันหนักแน่นว่าจะทำตามโรดแม็ป เพื่อให้ทุกฝ่ายมั่นใจว่าประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยภายในปี 2560 แสดงออกอย่างเสรีเป็นธรรมและเท่าเทียมกัน ส่วนกรณีนายกฯระบุว่าถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านจะเขียนรัฐธรรมนูญเองนั้น เป็นสิทธิเพราะท่านมีรัฏฐาธิปัตย์ จึงไม่ได้อยู่ที่ใครเขียน แต่อยู่ที่เนื้อหาสาระที่จะเขียนขึ้นใหม่มากกว่า ขอให้ใส่ส่วนดีของรัฐธรรมนูญในอดีตไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญปี 2540 หรือปี 2550 รวมถึงร่างฉบับอาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ และร่างฉบับอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ ส่วนเสียตัดทิ้งไป

ให้ “บิ๊กตู่” นั่งหัวโต๊ะร่าง รธน.ใหม่

นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุหากประชามติไม่ผ่าน ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว 4 ประเด็นว่า เห็นด้วยกับแนวคิดนายวิษณุ ที่ไม่จำเป็นต้องทำประชามติอีก แต่สิ่งที่อยากเห็นมากที่สุด คือหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. มานั่งหัวโต๊ะ เป็นคนกลาง ประสานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งพรรค การเมืองเล็ก ใหญ่ เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ ภาคประชาชน นักวิชาการ และเอกชน เข้ามาร่วมด้วยช่วยกันร่างรัฐธรรมนูญ มีเป้าหมายเดียวกันคือหาทางออกให้ประเทศ โดยเอารัฐธรรมนูญฉบับปี 50 เป็นตัวตั้ง

ฟังความเห็นทุกฝ่ายว่ามีจุดด้อย จุดดีอย่างไรแล้วปรับ แก้ให้เกิดการยอมรับ เงื่อนไขสำคัญต้องไม่เขียนล็อกให้แก้ไขยาก สังคมจะได้เริ่มต้นนับหนึ่งไปสู่การเลือกตั้งเดินหน้าประเทศเสียที ไม่อย่างนั้นจะมีแต่การเอาแพ้เอาชนะกัน ประเทศไม่เดินไปไหน

จี้ กกต.ฟันแกนนำ พท.นัดโพสต์

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยได้รวบรวมความเห็นของแกนนำพรรคเพื่อไทยที่โพสต์เฟซบุ๊กแสดงจุดยืนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญว่า หากเป็นการตั้งธงหรือปลุกระดมส่งผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดีย ผ่านระบบออนไลน์ต่างๆให้ประชาชนว่ารับหรือไม่รับ ก็เข้าข่ายมาตรา 61 (2) ของ พ.ร.บ. การออกเสียงประชามติ จึงต้องดูเจตนาของแต่ละคนที่แสดงความเห็น เช่น หากมีการส่งต่อ หรือนำไปขยายผลในสื่อออนไลน์ต่างๆ เจ้าหน้าที่ กกต.สามารถตรวจสอบได้ โดยต้องดูว่าเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำหรือไม่ มีเจตนาปลุกระดมหรือเปล่า และเข้าข่ายมาตรา 61 (2) หรือไม่ โดย กกต.และผู้มีอำนาจต้องกำหนดกรอบให้ชัดเจนในกรณีเช่นนี้ต่อสังคม เพราะเข้าโค้งสุดท้ายก่อนการทำประชามติแล้ว

“เทพ” เชียร์ รธน.–“ตู่” แฉวิชามาร

วันเดียวกัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ว่า สนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญถึงสาระของผู้ตรวจการแผ่นดิน มีอำนาจเสนอไปยังหน่วยงานของรัฐเพื่อให้แก้กฎหมาย ใดก็ตามที่ทำให้เกิดความเดือดร้อน สร้างความไม่เป็นธรรม เป็นภาระกับประชาชน ถ้าประชาชนเดือดร้อนจากเจ้าหน้าที่รัฐไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย สามารถเสนอถึงหน่วยงานของรัฐให้ระงับการกระทำนั้นเสีย ถือว่าผู้ตรวจการแผ่นดินได้เป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ว่า การจัดทำประชามติครั้งนี้ ไม่มีประชาชนเข้าไปตรวจสอบคูหาที่ทำประชามติได้ ไม่มีคนอื่นอยู่เลย นอกจากกลไกของศูนย์รักษาความสงบ วิชามารขณะนี้คือให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิให้น้อย มีการปฏิบัติการเบี่ยงเบนความสนใจประชาชน เช่น การโหนกระแสวัดพระธรรมกาย เพื่อยึดหน้าข่าวจนถึงวันที่ 7 ส.ค.

“บิ๊กตู่” ย้ำไทยเร่งเดินสู่ประชาธิปไตย

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวให้โอวาทแก่คณะเยาวชนไทยในสหรัฐอเมริกาโครงการมรดกไทยคืนถิ่น ครั้งที่ 6 และคณะเยาวชนไทยในเขตมิดเวสต์ของสหรัฐอเมริกาเยือนถิ่น ครั้งที่ 1 ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ และเดินทางมาทัศนศึกษาที่ประเทศไทย ตอนหนึ่งว่า ยินดีที่ได้ต้อนรับเยาวชนที่มีสายเลือดไทยที่มาเยือนแผ่นดินแม่ สัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯที่มีมา 183 ปี ตัดกันขาดไม่ได้ แผ่นดินนี้ทุกคนมีสิทธิ์เดินอย่างเต็มภาคภูมิ แม้จะเป็นรัฐบาลที่มาลักษณะนี้ แต่ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างกัน และยืนยันที่จะก้าวไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยในอนาคตโดยเร็วที่สุด การพัฒนาประเทศต้องไม่ลืมประวัติศาสตร์ มุ่งแต่การพัฒนาประเทศจนบางครั้งลืมความสัมพันธ์ที่ผ่านมา จะเกิดความขัดแย้งในอนาคตมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ตรงนี้ไม่ได้ต่อว่าสหรัฐฯ

“สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงรับสั่งว่า ถ้าเราไม่รู้ความเป็นมาว่ามาจากไหน สืบเชื้อสายจากใคร จะรักประเทศของเราได้อย่างไร ความภาคภูมิใจไม่เกิด” นายกฯระบุ

อย่าเอาประชาธิปไตยมาทำขัดแย้ง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า จะทำให้โลกใบนี้เข้มแข็ง เลิกทะเลาะ ต้องร่วมมือกัน ถ้าคิดถึงประโยชน์ตัวเองอย่างเดียว จะขัดแย้งกันอยู่ร่ำไป ทุกประเทศในโลกใบนี้ต้องแสวงหาจุดร่วมกันให้ได้ เราจะไม่เอาเรื่องของเส้นเขตแดน ไม่เอาคำว่าประชาธิปไตยมาเป็นความขัดแย้ง นี่คือสิ่งที่ตนยึดมั่นอยู่เสมอ ไม่ได้ฝืนกระบวนการประชาธิปไตยทั้งสิ้น มีโอกาสไปสหรัฐอเมริกาหลายครั้ง ทุกคนยินดีให้ความร่วมมือไทย การเมืองก็ว่าการเมืองไป แต่เรื่องการค้าการลงทุน เศรษฐกิจ ต่างประเทศ ต้องเดินหน้า วันนี้มีการลงทุนมากมายจากต่างประเทศ ถึงแม้ความสัมพันธ์ด้านการเมืองจะไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ แม้บางอย่างอาจจะรกหูรกตาอยู่บ้าง แต่นั้นแหละคืออาเซียน ถือเป็นเรื่องธรรมดา แต่วันหน้าก็ต้องดีขึ้นเหมือนสหรัฐอเมริกา เรายังมีขัดแย้งอยู่บ้าง แต่เรามีเพื่อนเป็นสหรัฐฯ

ขอสหรัฐฯไม่โดดร่วมไทยทะเลาะกัน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เยาวชนไทยถึงแม้จะเกิดในสังคมต่างประเทศ ถ้าเราตระหนักถึงคุณค่าของความเป็นไทยมันไปได้หมด คนไทยมีน้ำใจ ยิ้มแย้มแจ่มใส บางเวลาก็ทะเลาะกันบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา จิ๊บจ๊อย เดี๋ยวมันก็ดีกันเอง เพราะฉะนั้นต่างประเทศ ต่างชาติ ต้องไม่ร่วมกันทะเลาะ ให้กำลังใจไทยให้ยุติให้ได้ และไทย-สหรัฐฯต้องพัฒนาไปด้วยกัน ไทยทุกประเทศต้องแข็งแรงไปด้วยกัน ช่วยกันพยายามทำเพื่อสังคมให้มาก นึกถึงคนอื่น นึกถึงประเทศอื่น นึกถึงโลก แล้วเราจะลืมตัวเอง ช่วงท้ายนายกฯระบุว่า ถ้ามีโอกาสไปประชุมที่ประเทศสหรัฐฯจะไปเยี่ยม แต่ถ้าไปเที่ยวค่อยไว้อีกที ยังไปไม่ได้ เพราะการเมืองยังเป็นอย่างนี้อยู่

แต่ก็รักอเมริกา จากนั้นตัวแทนเยาวชนได้มอบของที่ระลึก เป็นชุดถ้วยเบญจรงค์ เสื้อโครงการมรดกไทยคืนถิ่น ก่อนที่นายกฯจะร่วมถ่ายรูปกับเยาวชน และพาชมตึกไทยคู่ฟ้า

บินมองโกเลียถกอาเซม 14-16 ก.ค.

พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ เผยว่า วันที่ 14 ก.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. พร้อมด้วยนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ มีกำหนดเดินทางเข้าร่วมการประชุมเอเชีย-ยุโรป (Asia-Europe Meeting :ASEM) ครั้งที่ 11 ณ กรุงอูลานบาตอร์ ประเทศมองโกเลีย ระหว่างวันที่ 14-16 ก.ค. โดยนายกฯจะถือโอกาสกล่าวถ้อยแถลงเพื่อแสดงท่าทีของไทยต่อการสร้างความเชื่อมั่นและบทบาทไทยในเวทีพหุภาคี พร้อมผลักดันส่งเสริมความเชื่อมโยง การพัฒนาอย่างยั่งยืนและความอยู่ดีกินดีของประชาชน ส่งเสริมความร่วมมือเอเชียกับยุโรป แก้ปัญหาการค้ามนุษย์

ม.44 เปรี้ยงเบรกสรรหาองค์กรอิสระ

เย็นวันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 40/2559 เรื่องยกเลิกประกาศ คสช.ฉบับที่ 48/2557 จากเดิมที่ให้มีการสรรหาบุคคลเพื่อดํารงตําแหน่งแทนตําแหน่งที่ว่าง ในส่วนของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หัวหน้า คสช.อาศัยความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 ให้งดเว้นการสรรหา จนกว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับใหม่จะมีผลใช้บังคับ หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ส่วนบุคคลซึ่งดำรงตำแหน่งดังกล่าว ให้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนั้นต่อไป แม้จะครบวาระการดำรงตำแหน่งแล้ว จนกว่ามีแต่งตั้งตามรัฐธรรมนูญใหม่ หรือจนกว่ามีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

กมธ.แฉค่ายมือถือตุกติกเก็บค่ามือถือ

ที่รัฐสภา นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ รองประธานคณะอนุกรรมาธิการวิสามัญศึกษากลไกปราบปรามการทุจริต สภาขับเคลื่อนเพื่อการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่มี พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป เป็นประธาน กล่าวถึงความคืบหน้ากรณี 3 บริษัทค่ายมือถือ เอไอเอส ดีแทคและทรู เก็บอัตราค่าบริการโทรศัพท์มือถือเกินกว่าข้อกำหนดในทีโออาร์และประกาศของ กสทช.ว่า ตัวแทน กสทช.ยอมรับว่าทั้ง 3 บริษัทได้คิดค่าบริการจากประชาชนเกินกว่าที่หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการออกใบอนุญาตให้บริการจริงตามที่ระบุไว้ในหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 1800 MHz และคลื่น 900 MHz ที่ต้องคิดอัตราค่าบริการตามการใช้งานจริง โดยการ บริการเสียงห้ามเกินนาทีละ 69 สตางค์ บริการเอสเอ็มเอสไม่เกิน 1.15 บาทต่อข้อความ บริการข้อความมัลติมีเดีย ไม่เกิน 3.11 บาทต่อข้อความ และบริการอินเตอร์เน็ต ไม่เกิน 0.26 บาทต่อเมกะไบต์ กสทช.รับปากจะเร่งดำเนินการออกคำสั่งให้ทั้ง 3 บริษัทที่คิดเงินเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดต้องคืนเงินส่วนต่างที่คิดเกินกลับคืนให้ประชาชน

สภา กทม.เต้นจี้สอบรถดับเพลิงฉาว

ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลาว่าการ กทม.ว่า ได้มีการประชุมสภากรุงเทพมหานคร โดยนายพรชัย เทพปัญญา ส.ก.กทม. ได้เสนอญัตติขอให้ตั้งคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาด้านป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อตรวจสอบกรณีรถกู้ภัยขนาดเล็กและกรณีอื่นๆ รวมทั้งการบริหารงานของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม.ได้เข้ามาดูแลในส่วนนี้หรือไม่ ขณะที่ ร.ท.วารินทร์ เดชเจริญ ส.ก.กทม. กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้เคยเสนอให้ฝ่ายบริหารชะลอการดำเนินการระยะ 2 โครงการในการจัดซื้อรถดังกล่าวเพิ่มจำนวน 20 คัน คันละ 9 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 59-60 รวม 180 ล้านบาท เพราะการจัดซื้อระยะแรกโครงการยังไม่มีการรายงานผลการทดสอบสมรรถนะต่อสภา กทม. ในที่สุดสภา กทม.มีมติให้ชะลอการจัดซื้อ ขณะที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ชี้แจงว่า การจัดซื้อรถกู้ภัยมีมาตั้งแต่ปี 55 ขณะนั้นเป็นผู้ว่าฯ กทม.สมัยแรกและเหลือเวลาปฏิบัติหน้าที่เพียง 3 เดือน

“สุขุมพันธุ์” ยืนยันจัดซื้อโปร่งใส

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าวว่า จากนั้นได้มอบนโยบายให้สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) ศึกษาหาทางแก้ปัญหาจุดอ่อนการกู้ภัยของ กทม.คือการดับเพลิงในอาคารสูงและการเข้าไปดับเพลิงในตรอกซอกซอย สปภ.ได้ศึกษาและผลออกมาคือรถกู้ภัยขนาดเล็กที่สามารถวิ่งได้ในซอย ส่วนกรณีกระบวนการจัดซื้อรถกู้ภัยขนาดเล็ก ไม่มีข้อร้องเรียนเข้ามา ซึ่งอาจบ่งชี้ว่าไม่มีปัญหาอะไร ส่วนคุณภาพของรถที่มาจากการประมูล บริษัทโพลาริส เป็นผู้รับผิดชอบ และทาง กทม.จัดซื้อรุ่น rosenbauer เป็นยี่ห้ออันดับต้นๆ ของโลก ดังนั้นขอยืนยันว่าตั้งแต่ส่งมอบรถมาในเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา มีการใช้งานจริง โดยใช้ไปแล้ว 269 ครั้ง การประเมินผลการใช้งานอยู่ระหว่างคณะกรรมการประเมินประสิทธิภาพและสมรรถนะรถกู้ภัยขนาดเล็กพิจารณา ที่จะรายงานผลภายในวันที่ 31 ก.ค.นี้ ส่วนการจัดซื้อรถกู้ภัยในระยะ 2 จะชะลอไปจนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าสามารถใช้งานได้จริง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นที่ประชุมมีมติเห็นชอบตั้งคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาเรื่องดังกล่าวจำนวน 11 คน ระยะเวลาการตรวจสอบ 180 วัน

ป.ป.ช.เล็งแจ้งข้อหาฮั้วไฟ กทม.

นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าการไต่สวนนายจุมพล สำเภาพล รองผู้ว่าฯ กทม. กับพวก กรณีทุจริตโครงการประดับไฟลานคนเมืองของ กทม. วงเงิน 39.5 ล้านบาทว่า คณะอนุกรรมการไต่สวนอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานทั้งหมด ก่อนสรุปให้ที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่รับทราบ ขณะนี้คณะอนุกรรมการไต่สวนจะพิจารณาว่า มีเจ้าหน้าที่ กทม.รายใดที่เข้าข่ายผิดตามข้อกล่าวหา เอื้อเอกชนให้ได้รับงานโครงการประดับลานคนเมือง เพื่อดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป ส่วนจะขยายผลไปถึง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.ตามผลสอบของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ได้ชี้มูลความผิด ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ในโครงการดังกล่าวหรือไม่นั้น คณะอนุกรรมการไต่สวนได้นำรายงานของ สตง.มาพิจารณารวมอยู่ด้วย หากจะไต่สวนบุคคลใดเพิ่มเติม ต้องนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ป.ป.ช.เพื่อขอมติต่อไป

มท.บี้ กทม.แจ้งความคนทำผิด

นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ สตง. ส่งหนังสือมายังกระทรวงมหาดไทย กรณีโครงการประดับไฟลานคนเมืองของ กทม.ว่า ตามขั้นตอนเมื่อได้รับรายงานว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถูกกล่าวหา จะต้องแจ้งให้หน่วยงานนั้นทราบ ส่วนการดำเนินคดีอาญานั้น หัวหน้าหน่วยงานของผู้เสียหาย จะต้องเป็นผู้ไปแจ้งความ ซึ่งกฎหมายไม่ได้มีบทบัญญัติให้กระทรวงมหาดไทย เป็นผู้แจ้งความ แต่มีหน้าที่แจ้งให้หน่วยงานที่เสียหายรับทราบเท่านั้น ขณะที่กฎหมายกำหนดให้มีระยะเวลาในการแจ้งความดำเนินคดี 30 วัน หาก ผู้ที่กระทำความผิดเป็นส่วนราชการ หรือราชการ เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะต้องส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช. เพื่อให้ตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบต่อไป หากครบกำหนด 30 วันแล้ว ทาง กทม.ยังไม่ดำเนินการแจ้งความ กระทรวงมหาดไทยมีอำนาจสอบถามเหตุผลจาก กทม.ได้ ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ กทม.ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ

ศาล ปค.รับไต่ส่วนคดีพีซทีวีจอดำ

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ศาลปกครอง นายสุชาติ ศรีวรกร ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองกลางใน ฐานะตุลาการเจ้าของสำนวนคดีที่บริษัทพีซ เทเลวิชั่น จำกัด ยื่นฟ้อง คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ขอให้เพิกถอนคำสั่งกสทช.ที่สั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการของบริษัท พีซ เทเลวิชั่นฯ ได้เรียก นพ. เหวง โตจิราการ ผู้ดำเนินรายการและผู้บริหารบริษัทพีซ เทเลวิชั่น จำกัด เข้าชี้แจงกรณีที่เมื่อวันที่ 12 ก.ค. ศาลฯมีคำสั่งไม่รับคำขอของ นพ.เหวงที่ให้ไต่สวนฉุกเฉินกรณี กสท.มีมติเมื่อวันที่ 11 ก.ค.สั่งพักใช้อนุญาตบริษัทพีซ เทเลวิชั่นฯ เป็นเวลา 30 วัน โดยศาลฯแจ้งว่าเป็นการยกคำร้องขอไปโดยคลาดเคลื่อนและเห็นควรเพิกถอนคำสั่งไม่รับคำขอดังกล่าว พร้อมมีคำสั่งใหม่ให้รับคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉินกรณีดังกล่าว

สภาใหม่ก่อสร้างอืดคืบแค่ 21%

สำหรับความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่นั้น วันเดียวกัน นางสายทิพย์ เชาวลิตถวิล เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่ง ใหม่ กล่าวว่า บริษัทผู้รับจ้างรายงานความคืบหน้าการก่อสร้างตามข้อมูลวันที่ 8 ก.ค. มีความคืบหน้า 21.77 เปอร์เซ็นต์ มีความคืบหน้ามากเมื่อเทียบกับการก่อสร้างในช่วงที่ผ่านมา แต่เมื่อพิจารณาจากสัญญาระยะเวลาก่อสร้างที่จะสิ้นสุดในวันที่ 15 ธ.ค.59 คิดคงไม่เสร็จตามกรอบสัญญา จำเป็นต้องต่อสัญญาขยายเวลาที่เหมาะสมให้บริษัทผู้รับจ้าง เพราะชุมชนบ้านพักองค์การทอผ้า 98 ครัวเรือนยังไม่ย้ายออกจากพื้นที่ ทั้งที่ได้รับเงินชดเชยและจัดหาอาคารที่พักแห่งใหม่ให้แล้ว อาจเป็นเหตุให้บริษัทผู้รับจ้างขอเรียกร้องระยะเวลาเพิ่มเติมได้ ดังนั้น จึงมอบให้นายสรศักดิ์ เพียรเวช รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ไปติดป้ายแจ้งให้ชุมชนดังกล่าวย้ายออกจากพื้นที่ภายใน 7 วัน เพื่อเร่งรัดการก่อสร้าง เมื่อครบกำหนดระยะเวลาแล้ว อาจขอความร่วมมือจากทหารให้เข้าไปช่วยดูแลการขนย้าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ้างได้ยินมา คว่ำ รธน. ให้คสช.อยู่ต่อ บิ๊กตู่แย้มเอง

14 ก.ค. 2559 07:06 14 ก.ค. 2559 07:17 ไทยรัฐ