วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พิษร้าย! เตือนแมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกสโผล่ที่ภูเก็ต สัมผัสอาจถึงตาย

ภาพจาก เฟซบุ๊กแฟนเพจ Phuket Lifeguard Service

ไลฟ์การ์ดภูเก็ต ออกโรงเตือน นทท.ระวังแมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส ห้ามเอามือไปจับหรือ หรือแตะตัว ชี้ พิษร้ายแรงที่สุดในโลกหากโดนแล้วแพ้อาจถึงแก่ชีวิตได้ พบได้ในช่วงมรสุม นักวิชาการ คาดถูกกระแสน้ำพัดเข้ามาบางฤดูกาล 

เมื่อวันที่ 13 ก.ค.เฟซบุ๊กแฟนเพจ Phuket Lifeguard Service ได้มีการโพสต์ภาพนิ่ง จำนวน 2 ภาพ ประกอบด้วย ภาพแมงกะพรุนและภาพบรรยากาศ บริเวณชายหาดสุรินทร์ ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต โดยภาพแมงกะพรุนที่ถูกโพสต์นั้น ระบุเป็นแมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส หรือ portuguese man of war ที่ถือว่า เป็นแมงกะพรุนที่มีพิษร้ายแรง และอาจทำให้ผู้สัมผัสอาจถึงแก่ชีวิตได้ พร้อมกับมีการโพสต์ข้อความ ”มีรายงานพบแมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกสเพิ่มอีกหนึ่งหาด ซึ่งเป็นหาดสุรินทร์ แมงกะพรุนนี้เป็นสัตว์มีพิษ ห้ามเอามือไปจับหรือ แตะตัวมันเป็นอันขาด


ขณะที่เมื่อวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา ไลฟ์การ์ดประจำชายหาด ในทอน ต.เชิงทะเล อ.ถลาง และหาดกมลา ต.กมลา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ได้โพสต์ภาพแมงกะพรุนในลักษณะเช่นเดียวกันกับที่พบ ในวันที่ 13 ก.ค.โดยมีการระบุข้อความว่า ”รายงานมีการพบแมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส หรือ portuguese man of war ต้องระวังกันนิดนะครับ หากพบเจอบนชายหาด อย่าเอามือไปเล่นหรือจับตัวมันนะครับ” ทำให้มีผู้ท่องโลกโซเซียลต่างเข้าไปแสดงความคิดเห็นกันอย่างหลากหลาย บางคน ระบุ เป็นแมงกะพรุนบลูบ็อทเทิล(Blue bottles) โดยระบุว่า ทำให้คนตายได้

ทั้งนี้ ข้อมูลจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ระบุว่า แมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส หรือ แมงกะพรุนไฟเรือรบโปรตุเกส (Portuguese man-of-war,Portuguese Man o' War, Bluebottle) เป็นแมงกะพรุนชนิดหนึ่งที่อยู่ในอันดับไฮโดรซัว มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Physalia physalis มีรูปร่างสีฟ้า หรือสีม่วง มีหนวดยาว จัดอยู่ในวงศ์ Physaliidae และสกุล Physalia ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด เท่านั้น โดยปกติจะไม่พบในน่านน้ำไทย โดยจะพบในทะเลเปิดของมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ,ทะเลเมดิเตอเรเนียน,มหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดีย แต่จะอาจจะถูกกระแสน้ำพัดมาเกยตื้น หรือ เข้าสู่น่านน้ำไทยได้ในบางฤดูกาล หนวดที่มีเข็มพิษอาจยาวได้ถึง 30 เมตร และมีปากมากกว่าหนึ่งปาก เป็นสัตว์ที่อยู่เป็นอาณานิคม และเป็นสัตว์ที่เกิดมาจากเอมบริโอของสัตว์ที่แตกต่างกันหลายชนิดมารวมกัน ซึ่งแต่ละตัวจะมีลักษณะเด่น และมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป และมีพฤติกรรมอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูง อาจมากกว่า 1,000 ตัว ขึ้นไป จัดเป็นแมงกะพรุนชนิดที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก เทียบเท่าแมงกะพรุนกล่อง หรือ แมงกะพรุนอิรุคันจิ และเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลกด้วย โดยพิษนั้นจะทำลายระบบประสาท ผิวหนัง หัวใจ เมื่อถูกต่อยจะมีอาการปวดแสบปวดร้อนอย่างมาก

แมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกสที่ได้ชื่อเช่นนี้ เนื่องจากรูปร่างคล้ายหมวกของทหารเรือชาวโปรตุเกส ในยุคกลางหรือเรือรบของโปรตุเกสในยุคล่าอาณานิคมที่เรียกว่า "Man-of-war" ส่วนใหญ่ผู้ที่โดนพิษจะช็อคและหัวใจล้มเหลวก่อนที่จะกลับเข้าถึงฝั่ง วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น คือ การใช้น้ำอุ่นมาล้างบริเวณที่ถูกพิษอย่างน้อย 30 วินาทีก่อนที่พิษจะเข้าสู่กระแสเลือด และแม้จะมีพิษร้ายแรง แต่แมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกสยังตกเป็นอาหารของทากทะเล หรือทากเปลือยบางชนิด โดยที่เข็มพิษของแมงกะพรุนทำอันตรายอะไรทากทะเลไม่ได้


ขณะเดียวกัน ในช่วงตั้งแต่ต้นเดือน ก.ค.เป็นต้นมา จนถึงขณะนี้ พื้นที่ จ.ภูเก็ต และทะเลอันดามัน อยู่ในช่วงฤดูมรสุมและฤดูฝน ส่งผลให้ทะเลมีคลื่นลมแรง มีฝนตกทุกพื้นที่ ทำให้คลื่นซัดสัตว์ทะเลนานาชนิด เข้ามาเกยชายหาด เช่น แมงกะพรุน ปลา งูทะเล เป็นต้น ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ทีมภูเก็ตไลฟ์การ์ด ที่ดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวทุกชายหาดใน จ.ภูเก็ต ต่างต้องทำงานกันอย่างหนัก ทั้งคอยดูแลความปลอดภัยในชีวิตนักท่องเที่ยว ที่มักฝ่าฝืนธงแดงลงเล่นน้ำตามชายหาด ต่างๆ ตลอดจนคอยดูแลสัตว์ร้ายที่อาจทำอันตรายแก่นักท่องเที่ยวได้ เช่น แมงกะพรุน งูทะเล ฯลฯ.

ไลฟ์การ์ดภูเก็ต ออกโรงเตือน นทท.ระวังแมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส ห้ามเอามือไปจับหรือ หรือแตะตัว ชี้ พิษร้ายแรงที่สุดในโลกหากโดนแล้วแพ้อาจถึงแก่ชีวิตได้ พบได้ในช่วงมรสุม นักวิชาการ คาดถูกกระแสน้ำพัดเข้ามาบางฤดูกาล 13 ก.ค. 2559 21:25 13 ก.ค. 2559 22:48 ไทยรัฐ