วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กตู๋' งัด ม.44 สั่งงดสรรหา 'องค์กรอิสระ' อ้างเหตุอยู่ช่วงประชามติ

หัวหน้า คสช.สั่งงดกระบวนการสรรหา "องค์อิสระ" ทั้งหมดออกไปก่อน ให้คนเก่าดำรงตำแหน่งจนครบวาระ ก่อนสรรหาใหม่ อ้างเหตุรอผลประชามติ 7 ส.ค.เสร็จสิ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 13 ก.ค.59 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 40/2559 เรื่องยกเลิกประกาศ คสช.ฉบับที่ 48/2557 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2559/E/156/7.PDF  โดยระบุว่า เนื่องจากปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับใหม่ และจะได้จัดให้มีการออกเสียงประชามติในวันที่ 7 ส.ค.2559 จึงยังไม่มีความชัดเจนแน่นอน ดังนั้นสมควรให้ยกเลิกประกาศ คสช.ฉบับที่ 48/2557 เรื่องการสรรหาบุคคลเพื่อดํารงตําแหน่งแทนตําแหน่งที่ว่าง เกี่ยวกับกระบวนการสรรหาและการเลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(ก.ก.ต.) ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) จึงให้งดเว้นการสรรหาและการเลือกบุคคลเพื่อดํารงตําแหน่งดังกล่าวไว้ก่อน เพื่อให้การปฏิรูปองค์กรศาลและองค์กรตามรัฐธรรมนูญเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ดังนั้น หัวหน้า คสช.จึงอาศัยอํานาจตามความในมาตรา 44  ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557  ให้ยกเลิกประกาศ คสช.ฉบับที่ 48/2557 จนกว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับใหม่จะมีผลใช้บังคับหรือจนกว่าจะมีคําสั่งเป็นอย่างอื่น  นอกจากนี้บุคคลซึ่งดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กกต.ผู้ตรวจการแผ่นดิน ป.ป.ช.หรือกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอยู่ในขณะนี้ คําสั่งนี้ใช้บังคับ ให้ปฏิบัติหน้าที่ตามตําแหน่งนั้น ต่อไปแม้จะครบวาระการดํารงตําแหน่งแล้ว จนกว่าจะมี การแต่งต้ังบุคคลใหม่ ขึ้นมาแทน อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่บุคคลซึ่งดํารงตําแหน่งดังกล่าว พ้นจากตําแหน่งเพราะเหตุอื่นนอกจาก ถึงคราวออกตามวาระ ให้ศาลรัฐธรรมนูญ กกต.ผู้ตรวจการแผ่นดิน ป.ป.ช.หรือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แล้วแต่กรณี ประกอบด้วยผู้ดํารงตําแหน่งเท่าที่เหลืออยู่ คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป 

สั่ง ณ วันที่  13 ก.ค. 2559 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.

ทั้งนี้ มีรายงานว่าภายหลังจากที่ คสช.มีคําสั่ง ที่ 40/2559 ให้งดเว้นการสรรหาและการเลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จนกว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับใหม่จะมีผลใช้บังคับหรือจนกว่าจะมีคําสั่งเป็นอย่างอื่น ทำให้กระบวนการสรรหาผู้ตรวจการแผ่นดินในขณะนี้ ที่จะมาแทนนายศรีราชา วงศารยางกูร ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ครบวาระเมื่อวันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมานั้น ต้องยุติลงทันที ขณะเดียวกันคำสั่งคสช. ข้อ 4 ได้ระบุไว้ด้วยว่า ในกรณีซึ่งบุคคล พ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุอื่นนอกจากถึงคราวครบวาระแล้วแต่กรณี ประกอบด้วยตำแหน่งเท่าที่เหลืออยู่นั้น ตีความได้ว่านายศรีราชา จะยังคงดำรงตำแหน่งประธานผู้ตรวจการแผ่นดินต่อไป จนกว่าจะมีเหตุอื่นนอกจากครบวาระที่ทำให้พ้นจากตำแหน่งได้ ซึ่งหากย้อนไปดูในพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พุทธศักราช 2552 มาตรา 9 วงเล็บสอง ที่บัญญัติว่า นอกจากการพ้นตำแหน่งตามวาระ ผู้ตรวจการแผ่นดินจะพ้นตำแหน่งเมื่อ มีอายุครบเจ็ดสิบปีบริบูรณ์ ซึ่งในวันที่ 19 กันยายน นี้ นายศรีราชา จะอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์ จึงทำให้ นายศรีราชา ต้องพ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดินในวันดังกล่าว ซึ่งจะทำให้มีผู้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดินเพียง 2 คน คือ พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ และนายบูรณ์ ฐาปนดุลย์

หัวหน้า คสช. สั่งงดกระบวนการสรรหา "องค์อิสระ" ทั้งหมดออกไปก่อน ให้คนเก่าดำรงตำแหน่งจนครบวาระ ก่อนสรรหาใหม่ อ้างเหตุรอผลประชามติ 7 ส.ค.เสร็จสิ้น 13 ก.ค. 2559 19:35 14 ก.ค. 2559 01:01 ไทยรัฐ