วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ยึดบทเรียนประชามติอังกฤษ

ยึดบทเรียนประชามติอังกฤษ

  • Share:

เมื่อวานนี้ อังกฤษ มีการเปลี่ยนแปลงผู้นำคนใหม่หลัง Brexit โดยไม่รอให้เดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรี ลาออกในเดือนตุลาคม หลังจากที่นำรัฐบาลพ่ายแพ้ในการลงประชามติ จนทำให้ สหราชอาณาจักร ต้องออกจาก สหภาพยุโรป สร้างวิกฤติเศรษฐกิจการเงินการค้ามหาศาล โดย นางเทเรซา เมย์ รัฐมนตรีมหาดไทย ได้รับเลือกเป็น หัวหน้าพรรคคอนเซอร์เวทีฟ คนใหม่ ขึ้นเป็น นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ทันที

เป็นระบบการเมืองที่น่ารัก ง่ายๆ ไม่มีพิธีรีตอง พรรคที่มีเสียงข้างมากในรัฐสภา หัวหน้าพรรคได้เป็นนายกรัฐมนตรีโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องไปเลือกกันในสภาแบบโลกที่ 3 ให้วุ่นวาย

นางเทเรซา เมย์ เข้ารับตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เมื่อวานนี้ 13 กรกฎาคม เป็น นายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 2 ของอังกฤษ ต่อจาก นางมาร์กาเรต แธตเชอร์ อดีตนายกรัฐมนตรีพรรคคอนเซอร์เวทีฟ ที่ได้ชื่อว่าเป็น “หญิงเหล็ก” ผู้สลายอำนาจของสหภาพแรงงานอันเข้มแข็งของอังกฤษ และนำอังกฤษไปสู่ความรุ่งโรจน์ จนได้รับเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษถึงสองสมัย

นายเทเรซา เมย์ เป็นรัฐมนตรีมหาดไทย อยู่ฝ่ายรัฐบาลที่สนับสนุนให้สหราชอาณาจักรอยู่กับสหภาพยุโรปต่อไป เธอไม่เห็นด้วยกับ Brexit แต่เมื่อได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ นางเทเรซา เมย์ ก็แถลงทันทีว่า เธอจะเคารพประชามติของประชาชนเรื่อง Brexit และ ทำให้อังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปอย่างภาคภูมิ จะปฏิรูปเศรษฐกิจอังกฤษเสียใหม่ เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในความมั่งคั่งของประเทศมากขึ้น และมีโอกาสมากขึ้น

นี่คือ การเมืองในแดนผู้ดีอังกฤษ เมื่อจะทำประชามติฟังเสียงจากประชาชนก็ต้อง “เคารพมติของประชาชน” ไม่ว่า “ผู้นำประเทศ” จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ตาม

ความจริง ประชามติ Brexit ครั้งนี้ ต้องประณาม นายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน ด้วยซ้ำ เพราะใช้เรื่อง Brexit ไปหาเสียงในการเลือกตั้งสมัยที่ 2 จะเปิดโอกาสให้ชาวอังกฤษลงประชามติ จะออกจากสหภาพยุโรปหรือไม่ เพื่อหาคะแนนเสียงให้ตัวเอง แม้ เดวิด คาเมรอน จะได้รับเลือกตั้งเป็น นายกรัฐมนตรีที่ 2 แต่ก็อยู่ได้ไม่นาน ต้องหล่นจากเก้าอี้เพราะประชามติชาวอังกฤษส่วนใหญ่ให้ออกจากสหภาพยุโรป

ผมก็หวังว่า การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ของรัฐบาลในวันที่ 7 สิงหาคมที่จะถึงนี้ ไม่ว่าประชามติจะออกมาอย่างไร รัฐบาลควรจะต้อง “เคารพมติของประชาชน” เพราะเรื่องนี้รัฐบาลเป็นฝ่ายเลือกเอง เช่นเดียวกับ เดวิด คาเมรอน

การลงประชามติของอังกฤษ มีเพียงประเด็นเดียว คือ จะให้สหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรปหรือไม่ แต่ การลงประชามติวันที่ 7 สิงหาคมของไทย เป็นการลงมติ รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แถมยังมี คำถามพ่วง อีกต่างหาก ถือว่าซับซ้อนมาก เกินกว่าสติปัญญาของประชาชนทั่วไปจะสามารถตัดสินใจได้

การลงประชามติ ของ “คนไทย” ครั้งนี้ ผมเชื่อว่าจะเป็นการ ลงประชามติ ด้วย “ความรู้สึก” ล้วนๆแบบเดียวกับชาวอังกฤษ

การส่ง วิทยากร ลงพื้นที่ไปทุกหมู่บ้านก็เป็นกลยุทธ์ทางการเมือง รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ชาวบ้านที่ไหนจะไปอ่านรู้เรื่อง แถมให้รู้เฉพาะที่อยากให้รู้เท่านั้น ขนาดรัฐสภายังต้องส่งให้ ศาลรัฐธรรมนูญ ตีความ
ผมไม่รู้รัฐบาลคิดอย่างไรที่อยากให้ประชาชนลงประชามติ

ถ้า ประชามติส่วนใหญ่เห็นชอบกับรัฐธรรมนูญใหม่ ก็ต้องเดินไปตามนี้ แต่ถ้า ประชามติไม่ผ่าน ทีนี้ละเป็นเรื่อง เพราะ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ที่ คสช. จะให้ร่างขึ้นมาอีกเป็นฉบับที่ 3 จะร่างในสิ่งที่ประชาชนลงประชามติไม่เห็นชอบไปแล้วไม่ได้ เช่น ให้วุฒิสภาลากตั้งมีสิทธิโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เหมือน นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษคนใหม่ แม้เธอจะไม่เห็นด้วยกับ Brexit แต่เมื่อเป็นประชามติ เธอก็ต้องเคารพประชามติ และเดินหน้าตามประชามติต่อไป.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้