วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กลยุทธ์ป้องปรามด้วยนิวเคลียร์

กลายเป็นประเด็นที่น่าสนใจสำหรับกรณีพิพาทหมู่เกาะสแปรตลีย์ในทะเลจีนใต้ ที่รัฐบาลจีนกำลังมีปัญหากับชาติอาเซียน โดยเฉพาะฟิลิปปินส์ ไปจนถึงมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ หลังกลุ่มนักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงเริ่มจับตั้งคำถามว่า จีนมีเป้าประสงค์อะไรอย่างอื่นจากการขยายอาณาเขตอธิปไตย

โดยล่าสุดเป็นนายอเล็กซานเดอร์ นีลล์ นักวิชาการจากสถาบันศึกษายุทธศาสตร์เอเชียของอังกฤษ ที่ตั้งประเด็นขึ้นมาว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่การขยายสิ่งก่อสร้างอย่างเร่งด่วนในพื้นที่หมู่เกาะสแปรตลีย์นั้น จะเป็นการเปิดโอกาสให้กองทัพเรือดำน้ำจีนขยายแสนยานุภาพในมหาสมุทร แปซิฟิก งัดข้อกับชาติที่อยู่คนละฝั่งทะเล

ทั้งนี้ หลักการใช้เรือดำน้ำนิวเคลียร์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดคือ การหลบหนีการตรวจจับและนำเรือออกสู่ทะเลใหญ่ให้ได้ เพื่อบรรลุเป้าหมายของ การ “ป้องปรามด้วยอาวุธนิวเคลียร์” (Nuclear Deterrent) บีบอีกฝ่ายไม่ให้กล้าขยับเขยื้อนเนื่องจากมีนุกมาจ่อคอหอย อย่างที่สหรัฐฯและรัสเซียดำเนินการเรื่อยมาตั้งแต่ยุคสงครามเย็น

อย่างไรก็ตาม เมื่อ 2 ปีก่อน แม้กองทัพเรือจีนได้เริ่มใช้งานฝูงเรือดำน้ำชั้น “จิน” ที่แต่ละลำบรรทุกขีปนาวุธนิวเคลียร์ เจแอล-2 ไว้ 12 ลูก ประจำการที่จังหวัดไหหลำ ทางภาคใต้ของประเทศ แต่การนำเรือออกสู่มหาสมุทรแปซิฟิกโดยไม่ให้ถูกตรวจจับเป็นเรื่องที่ยาก เนื่องจากมีอุปสรรคหลายชั้น ทั้งเรื่องความตื้นของทะเลจีนใต้หรือตาข่ายกองทัพเรือของชาติต่างๆ ทั้งฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ

กระนั้น ตรงจุดนี้เองที่น่าสนใจ เพราะอาณาเขตพิพาททะเลจีนใต้ที่จีนประกาศอ้างกรรมสิทธิ์นั้น มีอยู่หลายจุดที่เป็นไหล่ทวีปมีความลึกสูงสุดถึง 4,000 เมตร เท่ากับว่าเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อเรือดำน้ำมากที่สุด

และสอดคล้องหรือไม่กับการคาดคะเนของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ ที่ระบุว่า ฝูงเรือดำน้ำจีนอาจออกลาดตระเวนในมหาสมุทร แปซิฟิกภายในปีนี้ ไปจนกระทั่งการเคลื่อนไหวของกองทัพเรือจีนในหมู่เกาะพิพาท ที่เตรียมขยายศักยภาพการต่อต้านเรือดำน้ำ ซึ่งถือเป็นสัญญาณแรกเริ่มของการสร้างฐานเรือดำน้ำ

ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่ในแวดวงความมั่นคง จะจับตาสถานการณ์ในทะเลจีนใต้มาอย่างใกล้ชิดตลอด เพราะนอกจากเกมบนพื้นผิวแล้ว ยังมีเกมใต้พื้นผิวที่ไม่อาจหยั่งถึงหลบซ่อนอยู่ด้วย.

ตุ๊ ปากเกร็ด

13 ก.ค. 2559 10:37 ไทยรัฐ