วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อ้างได้ยินมา คว่ำ รธน. ให้คสช.อยู่ต่อ บิ๊กตู่แย้มเอง

อ้างได้ยินมา คว่ำ รธน. ให้คสช.อยู่ต่อ บิ๊กตู่แย้มเอง

  • Share:

พท.เรียงหน้า ฉะส.ว.ลากตั้ง

“บิ๊กตู่” ฉุนสื่อขยายปมขู่จะเขียน รธน.เอง โวยลั่นพูดประชด อย่าไปสนใจแต่เรื่อง รธน.ปลอมฉะสื่อคุ้ยแต่ประเด็นกระจ๊อกกระแจ๊ก อย่าไปสนใจแต่เรื่อง รธน. ปลอม บ่นพยายามใจเย็นขันติ แต่สื่อชอบทำขันแตก ลั่น รธน.ยังเดินหน้าตามโรดแม็ป ปลื้มเหตุผลคนไม่รับ รธน.เพราะอยากให้ คสช.อยู่ต่อ “วิษณุ” เตรียมทางออกรอแก้ รธน.ชั่วคราว ตั้งแท่นร่าง รธน.ใหม่ กรธ.-กกต.โยนกลองชี้ขาดข้อเห็นแย้ง รธน.ของกลุ่มเอ็นดีเอ็ม อนุ กก.จัดทำเนื้อหาฯเช็กยิบ 7 เหตุผลโหวตไม่รับ วิป สนช.ดิ้นควานหาต้นตอคลิปแหล่ชี้นำหลุด หน่วยข่าวกรองรายงาน กกต.ยังไร้เหตุป่วน พท.รุมขย่ม ส.ว.ลากตั้งอำนาจล้นฟ้า “วัฒนา” จวก รธน.ผ่านเผด็จการครองเมือง มท.รับลูก สตง.สางทุจริตอุโมงค์ไฟ กทม. ตั้ง “สุทธิพงษ์” คุมทีมสอบ “ชายหมู” มอบ กทม.แจ้งความดำเนินคดี “วิลาศ” แฉอีกงาบส่วนต่างรถกะป๊อคันละ 2 ล้าน

จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุว่า ถ้ามีปัญหาในการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ จะเขียนรัฐธรรมนูญเองทั้งหมด จนถูกฝ่ายต่อต้านวิพากษ์วิจารณ์พร้อมเรียกร้องความรับผิดชอบนั้น ล่าสุด นายกฯยืนยันว่าเป็นเพียงการพูดประชด และหากรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติยังคงเดินหน้าตามโรดแม็ปตามเดิม

นายกฯโชว์มินิฮาร์ทหัวใจรักชาติ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 12 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธานการประชุม ครม.โดยก่อนการประชุมที่หน้าตึกบัญชาการ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม นำผู้บริหารองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) มาจัดแสดงรถโดยสารปรับปรุงสภาพใหม่ ให้นายกฯทดลองนั่งรถปรับอากาศไฟฟ้า รถปรับอากาศระบบไฮบริดและรถปรับอากาศเอ็นจีวี จากนั้นนายกฯเยี่ยมชมการจัดแสดงผลงานนวัตกรรม Thailand Industry Expo 2016 โดยได้ทดลองสวมแว่นเมจิกอายส์ โซลูชั่น สำหรับเจ้าหน้าที่เทคนิคในโรงงานอุตสาหกรรม พร้อมกล่าวติดตลกว่า “อย่าเอาไปใส่โกงข้อสอบนะ”

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ร่วมทำบุญกับนิสิตแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประชาสัมพันธ์วันอานันทมหิดล พร้อมถ่ายรูปกับนิสิตแพทย์ ผ่านโปรแกรมแอพพลิเคชั่นบูมเมอแรงยอดฮิตในหมู่วัยรุ่น โดย พล.อ.ประยุทธ์ส่ายหัวขณะถ่ายรูปตามคำแนะนำ พร้อมทำมือสัญลักษณ์รูปหัวใจมินิฮาร์ท ใช้นิ้วหัวแม่มือแตะทับไขว้กับนิ้วชี้ข้อกลางเป็นรูปหัวใจดวงเล็กๆ ที่วัยรุ่นกำลังนิยมใช้สื่อสารแสดงความรักกัน โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “ผมเกิดมามีหัวใจดวงเดียว คือ หัวใจที่รักชาติ” ก่อนไปชมการจัดแสดงผลิตภัณฑ์โครงการพัฒนากระเป๋าสู่สินค้าแบรนด์เนมของผู้ประกอบการโอทอป

เตือนนักข่าวอากาศร้อนอย่ายั่ว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์เดินชมการจัดแสดงตามจุดต่างๆ ท่ามกลางแดดร้อนจัด พล.อ.ประยุทธ์หันมากระเซ้าเจ้าหน้าที่ที่เดินตามว่า “วันนี้อากาศร้อนไม่มีอารมณ์ มันร้อน” ก่อนหันมาหากลุ่มผู้สื่อข่าวกล่าวย้ำอีกครั้งว่า “อากาศมันร้อน อย่ามายั่วอารมณ์ ไม่มีอารมณ์” เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จำเป็นต้องดับร้อนก่อนหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ หันมาค้อนก่อนตอบว่า “ดับพวกเธอง่ายกว่า”

ก่อนเดินขึ้นห้องประชุม ครม. นางสายสม วงศาสุลักษณ์ ประธานมูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทย และคณะมาจำหน่ายช่อดอกบานชื่นสัญลักษณ์วัน “เมตตาปัญญาอ่อน” รณรงค์หาทุนสนับสนุนขยายการช่วยเหลือผู้พิการทางสติปัญญา ระหว่างเดือน มิ.ย.-ก.ค.ให้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ และ ครม. โดย พล.อ.ประยุทธ์มอบเงินใส่ซองร่วมซื้อดอกบานชื่น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า บุคคลเหล่านี้ควรได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ บางครั้งบุคคลพิเศษมีความสามารถกว่าบุคคลทั่วไป เช่น ในสหรัฐอเมริกา ผู้คิดค้นโรงงานฆ่าสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดเป็นคนพิเศษหรือออทิสติก ดังนั้น ควรได้รับการดูแลและรักษาสุขภาพ พร้อมการศึกษาที่ดีอย่างต่อเนื่อง

โวยสื่ออย่าไปสนใจแต่ รธน.ปลอม

ต่อมาเวลา 15.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ถึงการดำเนินคดีกับกลุ่มที่จัดทำร่างรัฐธรรมนูญปลอมว่า เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนอยู่ว่ามาจากไหน ต้องให้เวลาหน่อย สื่อรู้หรือไม่ว่ามาจากไหน ช่วยสืบหน่อย สื่ออย่าไปสนใจถ้ามันไม่ใช่ของจริง ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายที่ผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ควรจะสนใจรัฐธรรมนูญจริงว่าดีไม่ดีอย่างไร แต่กลับไปหาเรื่องใหม่ต้องให้ว่ากันมา แล้วจะเอารัฐธรรมนูญที่อ้างว่ามีความเห็นแย้งมาทำประชามติหรือ ถ้าไม่เอาก็อย่าไปยุ่งกับมัน ข้อเท็จจริงว่าอย่างไรก็ตามนั้น ทั้ง 260 มาตราอ่านหรือยัง สื่อเสียประโยชน์ตรงไหนบอกมา อาจจะเสียหรือไม่ตนไม่รู้ เช่นเดียวกับประชามติจะผ่านหรือไม่ผ่านก็ยังไม่รู้ แต่ตนก็อยู่ในขั้นตอน

ฉุนสื่อคุ้ยขยายปมเขียน รธน.เอง

ผู้สื่อข่าวถามว่า จากคำพูดของนายกฯที่ระบุว่าจะร่างรัฐธรรมนูญเอง ถ้าประชามติไม่ผ่าน พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ก็พูดของผมไป สื่อก็มาจับประเด็นกระจ๊อกกระแจ๊กอย่างนี้มา แล้วผมเขียนเองได้หรือไม่ หน้าที่ใครคนเขียน ที่ผ่านมามีคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญใช่ไหม สื่อจะไปขยายความทำไม” พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเมื่อถามว่า จากคำพูดดังกล่าวทำให้ฝ่ายตรงข้ามหยิบมาเรียกร้องให้นายกฯแสดงความชัดเจนหลังประชามติว่า หากไม่ผ่านจะทำอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ตนเพียงแต่พูดให้ฟังว่ามันต้องมีรัฐธรรมนูญใหม่ และรัฐธรรมนูญใหม่นั้นต้องเขียนด้วยใคร ตนพูดถึงว่าถ้ามันยุ่งยากกันนักก็โอเค ซึ่งมันไม่ไปถึงตรงนั้นอยู่แล้ว ตนก็รู้อยู่ ต้องมีคนร่างใหม่ แต่ที่พูดมานั้นเป็นการพูดประชดไม่เข้าใจหรือ จะหาเรื่องคุ้ยเรื่องให้ได้ ต่อไปนี้จะไม่พูดอะไรทั้งสิ้น ที่มันจะเป็นปัญหาไม่พูด จะตอบเท่าที่ถาม ก็เน่าๆกันไป อยู่กันไปแบบนี้ วันนี้ลูกน้องตนบอกให้ใจเย็นๆ เพราะวันพระ ตนเย็นอยู่แล้ว เย็นทุกวัน ยิ่งมีปัญหาสื่อก็ต้องช่วยกันลดอุณหภูมิบ้าง

ว้ากประชามติไม่ผ่านคงไม่ไปบวช

เมื่อถามว่า หากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านประชามติจะส่งผลต่อชีวิตส่วนตัวอย่างไรบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “จะเปลี่ยนอะไร ผมก็เตรียมตัวไปสู่การเลือกตั้ง ส่วนตัวผมก็ไม่เปลี่ยนอะไร ไม่ว่าจะวันไหนก็เปลี่ยนผมไม่ได้อยู่แล้ว ผมก็เป็นอย่างนี้ตั้งแต่เป็นแม่ทัพมาแล้ว ไม่เคยต้องไปอะไรกับใคร มีความสุขกับครอบครัวก็แค่นั้นเอง คงไม่ไปบวชหรอก เพราะบวชมาหลายครั้งแล้ว ยังเบรกได้แค่นี้ พยายามขันติ แต่สื่อชอบทำขันแตก”

ถึง รธน.แท้งยังเดินตามโรดแม็ป

พ.อ.หญิง ทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า ช่วงท้ายการประชุม ครม. นายกฯปรารภถึงการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่า ไม่ว่าผลประชามติจะเป็นอย่างไร ไม่รู้ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่าน จะดำเนินงานตามโรดแม็ปที่วางไว้ต่อไป

เคลิ้มคนปลื้ม คสช.คว่ำ รธน.ให้อยู่ต่อ

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงเพิ่มเติมว่า นายกฯยังปรารภว่าได้ยินมาจากหลายที่ พูดรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญด้วยเหตุผลต่างๆ หนึ่งในเหตุผลคือ “อยากให้ คสช.อยู่นานๆ ไม่รับดีกว่า” ซึ่งนายกฯบอกว่าจะรับหรือไม่รับไม่ว่ากัน แต่อยากให้คำนึงถึงคุณค่ารัฐธรรมนูญมากกว่า ตอบโจทย์ปัญหาสังคมได้หรือไม่ เพราะประเทศต้องเดินหน้าต่อ มีโรดแม็ป หากไม่ผ่านต้องร่างใหม่วนเวียนอยู่แบบนี้ และนายกฯได้สั่งให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ไปดูเรื่องแอพพลิเคชั่นผู้ด้อยโอกาส ให้เข้าถึงข้อมูลร่างรัฐธรรมนูญ เพราะผู้พิการหูหนวก ตาบอด หลายคนแจ้งความประสงค์มา

ครม.เทงบ 258 ล้านป้อนครู ค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุม ครม.ได้ให้ความเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม จำนวน 258 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ของวิทยากรระดับพื้นที่หมู่บ้านและชุมชน (ครู ค) ที่มีจำนวน 322,524 คน จากเดิมที่ลงพื้นที่ 1 ครั้งให้เพิ่มอีก 4 ครั้ง รวมเป็น 5 ครั้ง จะทำให้ครู ค ได้รับเงินรวมคนละ 1,000 บาท จากเดิม 200 บาท ตลอดการลงพื้นที่ โดยจะใช้งบประมาณจากกรมการปกครอง ที่ได้รับการเบิกจ่ายในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญ

“วิษณุ” ขยับรับมือ รธน.ถูกคว่ำ

ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 เพื่อรองรับหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการทำประชามติว่า ยังไม่มีการพูดคุยอย่างเป็นทางการ แต่มีความคิดแล้ว แต่พูดอะไรมากไม่ได้ เพื่อไม่ให้เสียสมาธิ หรือนำไปเปรียบเทียบ วันนี้สิ่งที่ต้องเปรียบเทียบอย่างเดียวคือ ภาวะที่อยู่กับรัฐบาลอย่างนี้ โดยไม่มีรัฐธรรมนูญถาวรกับการมีรัฐธรรมนูญถาวรกลับไปสู่โหมดการเลือกตั้งต้องการอย่างไร ถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน ต้องดำเนินการแก้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวทันทีหลังรู้ผลประชามติ เพื่อเปิดทางให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และต้องร่างใหม่โดยเร็ว เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวบนเวทีงานปาฐกถาเมื่อวันที่ 11 ก.ค.ว่า หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านจะร่างเอง ตอบว่า นายกฯพูดใหม่แล้วไม่ใช่หรือว่าเป็นการพูดคาบลูกคาบดอก สื่อจะมาคาบอะไรกับตนอีก

ย้ำไม่เลื่อน–ไม่ล้มประชามติ

นายวิษณุกล่าวว่า ทั้งนี้ หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน ต้องตีความด้วยว่า ที่ไม่ผ่านเพราะประชาชนไม่ชอบอะไร ซึ่งตีความได้ยาก อาจไม่ชอบ คสช.ไม่ชอบร่างรัฐธรรมนูญ หรือชอบ คสช.อยากให้อยู่นานๆ โดยไม่ต้องมีรัฐธรรมนูญมาเป็นอุปสรรค การเลือกตั้งจะได้ประวิงเวลาออกไป หรืออาจจะชอบบางเรื่องแต่ไม่ชอบบางหลักการ ถ้าแก้บางหลักการก็พอทำใจได้หรืออื่นๆ ต้องรอดูคะแนนที่ออกมา เมื่อถามว่า หากยุ่งยากทำไม คสช.ที่มีอำนาจเต็มมือไม่ร่างเอง นายวิษณุกล่าวว่า สายไปแล้ว ตอนมีรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 ครั้งแรก ไม่เขียนเรื่องทำประชามติ ต่อมาเรียกร้องขอมีส่วนร่วม อ้างเพื่อเป็นประชาธิปไตย คสช.ก็แก้ไขให้มีการลงประชามติ มาวันนี้มาบอกว่าไม่ต้องลง หรือให้เลื่อนไม่ได้แล้ว ไม่ต้องมายั่วยุ ไม่ต้องมาตีวัวกระทบคราด จะมีคนออกมาด่าไม่รักษาคำพูด ไม่แน่จริงนี่หว่า ไม่เคารพเสียงประชาชน เตรียมจะแพ้ใช่ไหม เงินทองที่ลงไป ทรัพยากรเจ้าหน้าที่ มันเพื่อไปสู่การลงประชามติทั้งนั้น

“บิ๊กแกละ” เตือน นศ.รู้หน้าที่ตัวเอง

พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ กอ.รมน. กล่าวถึงการรณรงค์เชิญชวนพี่น้องประชาชนให้ลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญวันที่ 7 ส.ค.ว่า กอ.รมน.รณรงค์ให้ประชาชนมาใช้สิทธิ์ให้มากที่สุด ตามนโยบายของนายกฯ และหัวหน้า คสช.ในฐานะ ผอ.รมน. เชื่อมั่นว่าประชาชนจะออกมาใช้สิทธิ์จำนวนมาก เพราะทุกภาคส่วนช่วยกันทำความเข้าใจ ไม่ใช่เพียงแค่ กอ.รมน.โดยเฉพาะคำพ่วงประชามติ ทั้งนี้ กอ.รมน.ไม่ได้ทำโพลประชามติ เพียงแค่ลงไปประเมินว่าเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ครบหรือไม่ ตนไม่เป็นห่วงว่าจะมีกลุ่มต่อต้านออกมาเคลื่อนไหวช่วงใกล้วันลงประชามติ รวมทั้งการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษากลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ เพราะเชื่อว่าต่างคนต่างมีหน้าที่ของตนเอง แต่ขอให้รู้หน้าที่ว่าใครควรทำอะไร น้องๆ เป็นนักศึกษาน่าจะเข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนเอง

ปั๊มร่าง รธน.ฉบับพกพาแจกชาวบ้าน

นายศุภชัย ยาวะประภาษ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาจัดทำเนื้อหาในการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า การลงพื้นที่ของเครือข่ายวิทยากรระดับหมู่บ้าน (ครู ค.) ยังพบปัญหาไม่มีเอกสารแจก กรธ.จึงผลิตเอกสารประกอบการชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม อาทิ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับพกพา ใช้คำขวัญที่ว่า “ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ สร้างประเทศให้พัฒนา สร้างคุณค่าให้คนไทย” มีเนื้อหาข้อดีของร่างรัฐธรรมนูญ 9 ประเด็น ได้แก่ 1.สิทธิของประชาชน 2.บัตรทองที่ไม่หายไป 3.ประชาชนได้รับความยุติธรรมไม่ล่าช้า 4.ปราบโกงอย่างจริงจัง 5.การเมืองภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่ 6.การเมืองไทยจะเปิดเผยและโปร่งใส 7.ยุทธศาสตร์และขั้นตอนปฏิรูปที่ชัดเจน 8.ประเทศไทยเป็นสังคมที่เป็นธรรมอย่างแท้จริง และ 9.การบริหารงานท้องถิ่นโปร่งใส ล่าสุดได้อัพโหลดผ่านทางเว็บไซต์ให้ดาวน์โหลดไปศึกษา และทยอยแจกให้ประชาชนแล้ว

กรธ.โยน กกต.เอาผิดเอ็นดีเอ็ม

นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงการพิจารณาเอกสาร 7 เหตุผลไม่รับร่างรัฐธรรมนูญของกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ (เอ็นดีเอ็ม) ที่มีเนื้อหาบิดเบือนว่า กรธ.คงต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้เอาผิด เพราะเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ กรธ.คงไม่เข้าไปก้าวก่ายส่วนนี้ ส่วนปัญหาการบิดเบือนเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ ขอยืนยันจากการลงพื้นที่ในทุกภาคยังไม่พบปัญหาหรือความวุ่นวาย นอกจาก จ.เชียงใหม่ แห่งเดียวเท่านั้น

สั่งสแกนยิบเอกสาร ปชต.ใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่ กรธ.มอบหมายให้คณะอนุกรรมการพิจารณาจัดทำเนื้อหาในการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ ตรวจสอบเอกสารความเห็นแย้งของกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ กรธ. ต้องการให้จำแนกรายละเอียดแยกเป็นประเด็นที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหาก กกต.จะนำไปดำเนินคดี อนุกรรมการฯนัดประชุมพิจารณาราย-ละเอียดอีกครั้งวันที่ 15 ก.ค. เบื้องต้นจะแบ่งเป็น 4 ประเด็นคือ ความเห็นต่าง ความเห็นแย้ง ไม่เข้าข่ายผิดกฎหมาย ประเด็นที่บอกข้อเท็จจริงไม่ครบถ้วนและประเด็นที่เป็นข้อความบิดเบือน โดย 2 ลักษณะดังกล่าวถือว่าเข้าข่ายมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 61 วรรคสอง เผยแพร่ข้อความที่ผิดไปจากข้อเท็จจริง ปลุกระดม โดยต้องพิสูจน์ว่าบุคคลใดเป็นผู้ผลิตถ้อยคำในเอกสารเพื่อเอาผิด ส่วนบุคคลที่นำเอกสารไปแจก หากไม่สามารถพิสูจน์เจตนาได้ว่ามีความเชื่อ ตามอย่างไม่สุจริตใจ อาจมีช่องว่างเพราะอยู่ในสถานะผู้สนับสนุนเท่านั้น ทั้งนี้ เนื้อหาที่คณะอนุกรรมการฯเพ่งเล็งเป็นพิเศษคือ 7 เหตุผลไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ อาทิ ส.ว.ทหารตั้งโดยทหาร เลือกคนที่ชอบแต่ได้พรรคที่เกลียด องค์กรแต่งตั้งอยู่เหนือประชาชน คสช.ยังเป็นใหญ่ในแผ่นดิน เป็นต้น ทำให้อนุกรรมการฯ มีความเห็นว่าเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง

วิป สนช.พล่านหาที่มาคลิปแหล่หลุด

นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) กล่าวถึง กรณี สนช.สั่งระงับเผยแพร่คลิปเพลงแหล่รณรงค์คำถามพ่วงประชามติ เข้าข่ายชี้นำให้ลงคะแนนเห็นด้วยว่า คลิปดังกล่าวยังไม่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมาธิการสามัญพิจารณาศึกษาเสนอแนะ และรวบรวมความเห็นเพื่อการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.เป็นประธาน แต่กลับหลุดออกไปก่อนจะตรวจสอบว่าหลุดไปได้อย่างไร สัปดาห์หน้า กมธ.ศึกษาเสนอแนะฯ จะนำเรื่องคลิปแหล่มาพิจารณาอีกครั้ง การทำคลิปนี้ไม่มีเจตนาชี้นำ แต่เมื่อมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จึงได้ปรับปรุงแก้ไขเรียบร้อยแล้ว ส่วนการลงพื้นที่ของ สนช.เพื่ออธิบายคำถามพ่วงประชามติ ประชาชนเข้าใจดีขึ้นแต่ยังไม่ 100% เนื่องจากเอกสารสาระร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงยังไม่ถึงมือประชาชนช่วงโค้งสุดท้ายจะเร่งประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น

ข่าวกรองรายงาน กกต.ไร้เหตุป่วน

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญครั้งที่ 1 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ กองทัพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นต้น จากนั้นนายศุภชัยกล่าวว่า ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติรายงานว่า ขณะนี้ไม่มีรายงานว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติ ยังสงบดี คงเป็นเพราะออกเสียงประชามติไม่มีคู่แข่งขัน มั่นใจว่าช่วงโค้งสุดท้ายไม่มีรายงานการป่วนให้ล้มประชามติ การออกเสียงประชามติเกิดขึ้นได้ ส่วนการเคลื่อนไหวกลุ่มนักศึกษาเป็นการแสดงออกปกติ ส่วนศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัด ชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) รายงานว่า ได้จัดพิมพ์เอกสารร่างรัฐธรรมนูญ 2 ภาษา แจกจ่ายให้ประชาชนในพื้นที่ ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าการประชาสัมพันธ์การออกเสียงประชามติของ กกต.ค่อนข้างน้อยได้กำชับให้ทุกจังหวัดเร่งติดป้ายประชาสัมพันธ์และรณรงค์ ทั้งยังขอความร่วมมือหน่วยงานราชการและเอกชน ไม่ได้อยู่นิ่ง ส่วนยอดผู้มาใช้สิทธิจะเป็นไปตามเป้าหมาย 80 เปอร์เซ็นต์หรือไม่ ยังไม่รู้ คาดเดาได้ยาก แต่การตั้งเป้าหมายไว้สูงเพื่อกดดันตัวเองให้ไปถึงเป้าหมาย

โยนกลองชี้ขาดข้อโต้แย้ง รธน.

นายศุภชัยกล่าวอีกว่า สำหรับกรณีเอกสารความเห็นแย้งร่างรัฐธรรมนูญ ถ้า กรธ.บอกว่าบิดเบือนก็ส่งมา กกต.จะดำเนินการให้ แต่ขณะนี้ยังไม่ส่งมา ต้องมาดูข้อเท็จจริงว่าขัดมาตรา 61 วรรคสองของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติฯหรือไม่ ถ้าผิดก็ส่งให้พนักงานสอบสวนต่อไป เมื่อถามว่า ถ้า กกต.ไม่ดำเนินการจะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ นายศุภชัยกล่าวว่า ตอนนี้ กกต.แต่ละท่านมีงานเยอะ ถ้าเรื่องเข้ามาค่อยคุยกันให้เป็นเรื่องเป็นราว อยู่ๆจะหยิบมาวินิจฉัยเองคงไม่ได้ เมื่อถามถึงกรณี กรธ.ระบุจะหารือกับ กกต.วันที่ 14 ก.ค. นายศุภชัยกล่าวว่า คงไม่ไปเพราะไม่มีหนังสือมาเป็นทางการ แล้วตนจะไปได้อย่างไร ตนเป็นประธานองค์กรอิสระ ต้องมีเกียรติ และยังไม่ทราบเชิญไปที่ไหน อย่างไร อยู่ๆจะเดินเข้าไปได้อย่างไร หน้าที่เราคือรณรงค์การทำประชามติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่ กรธ.จะหารือกับ กกต.ไม่ได้ส่งหนังสือเชิญมาอย่างเป็นทางการ แต่เป็นการประสานผ่านฝ่ายเลขานุการของนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ดังนั้น นายสมชัยจึงขอเป็นตัวแทนการหารือดังกล่าว แต่นายศุภชัยเห็นว่าถ้าจะเชิญเป็นทางการ ควรจะทำหนังสือเชิญมา

พท.รุมขย่ม ส.ว.ลากตั้งเลือกนายกฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า พรรคเพื่อไทยได้รวบรวมความเห็นของแกนนำ 6 คน ของพรรคที่ได้โพสต์เฟซบุ๊กแสดงจุดยืนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญไปเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. เช่น นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกฯ นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ นายชูศักดิ์ ศิรินิล หัวหน้าทีมกฎหมายพรรค ที่แสดงจุดยืนต่อต้านที่มา ส.ว.แต่งตั้ง 250 คน และให้อำนาจเลือกนายกฯมาตอกย้ำจุดยืนไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง

สับเละรับไม่ได้ให้อำนาจล้นฟ้า

โดยนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกฯระบุว่า ตนไม่เห็นชอบ ที่ในช่วง 5 ปีแรก ร่างรัฐธรรมนูญให้ คสช. คัดเลือก ส.ว.244 คน โดย ส.ว.มีอำนาจมากมาย รวมทั้งการเห็นชอบให้ผู้ใดเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการ ป.ป.ช. กกต. แถมยังมีคำถามพ่วงที่จะให้ ส.ว.ร่วมกับ ส.ส. เลือกนายกรัฐมนตรีหรือไม่อีกด้วย

ด้านนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯระบุว่า ถ้า ส.ว. 250 คน ร่วมโหวตเลือกนายกฯได้ จะมีอะไรมาเป็นหลักประกันได้ว่า นายกฯจะเป็นคนที่ประชาชนเสียงข้างมากต้องการเลือกให้เข้ามาเป็น

จวก รธน.ผ่านเผด็จการครองเมือง

วันเดียวกัน นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊ก “ประชามติผ่านเผด็จการเป็นใหญ่” ว่า เหตุผลหนึ่งที่ไม่เห็นชอบด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญคือ ส.ว.250 คน ที่มาจากการสรรหาของคนที่ คสช. แต่งตั้ง แต่คำถามพ่วงให้มีอำนาจให้ความเห็นชอบกับการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะหากผ่านประชามติจะทำให้ตัวแทนของประชาชน ไม่มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลได้เลย ถ้าฝ่ายเผด็จการไม่เอาด้วย เช่น ส.ส.350 คนที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นเสียงข้างมากที่มั่นคงเพราะมีฝ่ายค้านเพียง 150 คน รวมตัวกันเพื่อจัดตั้งรัฐบาลแต่หาก ส.ว. 250 คนที่มาจากการสรรหาไม่เห็นด้วย เมื่อรวมกับฝ่ายค้าน 150 คน จะมีเสียง 400 เสียง มากกว่าเสียงข้างมากของ ส.ส. จึงขัดขวางการจัดตั้งรัฐบาลที่มาจากประชาชนได้ทันที ดังนั้น รัฐบาลที่จะจัดตั้งเพื่อบริหารประเทศ จึงต้องเป็นรัฐบาลที่เผด็จการเห็นชอบ ไม่ใช่รัฐบาลที่มาจากประชาชน

ซัด “บิ๊กตู่” พูดส่งเดชไม่เห็นหัว ปชช.

ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า คำแก้ตัวของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ที่อ้างทำนองว่าแค่พูดเล่นๆเรื่องที่ประกาศว่า หาก ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ จะเขียนใหม่เองนั้น ถือเป็นคำแก้ตัวที่ไม่เข้าท่า ปัดความรับผิดชอบและทำให้คนฟัง รู้สึกว่าไม่เห็นหัวประชาชน บุคคลระดับนายกรัฐมนตรีไม่ควรพูดจาส่งเดช ก่อนจะพูดอะไรออกมาแต่ละคำ ควรต้องใช้ความคิดอย่างรอบคอบมากกว่าคนทั่วไป ไม่ใช่ว่านึกจะพูดอะไรก็พูด เพราะคำพูดของผู้นำประเทศย่อมมีผลผูกพันต่อประเทศชาติ ที่สำคัญการลงประชามติร่างรัฐ-ธรรมนูญ เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายให้ความสำคัญ จะเอามาพูดเป็นเรื่องเล่นๆได้อย่างไร คำพูดในลักษณะนี้ยังสะท้อนว่า พล.อ.ประยุทธ์คงไม่เคยใส่ใจคำทักท้วงของทุกฝ่าย ทั้งในและนอกประเทศที่เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์เปิดพื้นที่ให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ

“เต้น” เหน็บ “ประยุทธ์” อ่อนไหวง่าย

ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า เห็นอาการ พล.อ.ประยุทธ์ที่ไม่พอใจกรณีคำพูดวิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญบนแท็กซี่ ถือว่าอ่อนไหวหนักมาก เพราะแท็กซี่ในกรุงเทพฯมีนับแสนคันจะพูดถึงร่างรัฐธรรมนูญบ้างก็ไม่แปลก นายกฯควรตระหนักว่าวันนี้ข่าวไล่จับคนเห็นต่าง เป็นการใช้อำนาจขาดความชอบธรรมอธิบายต่อสังคมไม่ได้ ขณะที่ สนช.เผยแพร่มิวสิกวีดิโอชี้นำให้รับร่าง ผิดกฎหมายประชามติชัดเจน แต่กลับบอกว่าจะแก้ไขก็ไม่มีใครทำอะไร นับวันขบวนการสร้างผู้ร้ายในการประชามติของฝ่ายรัฐยิ่งหนักขึ้นเรื่อยๆ ฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตยต้องอดทน ยืนหยัดเคลื่อนไหวตามหลักการเพื่อรักษาความชอบธรรมไว้

อัดยิ่งปิดกั้นยิ่งโดนกระแสต้าน

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการจับกุมกลุ่มนักศึกษาที่ไปรณรงค์ประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่ จ.ราชบุรีว่า ใกล้ลงประชามติ คนเห็นต่างไม่สามารถแสดงความเห็นได้ คนพูดได้คือคนที่เห็นคล้อยตามเท่านั้น การลงประชามติของประชาชนจะเป็นไปตามความรู้สึกที่เกิดกับรัฐบาล คสช.และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯหรือไม่ ถ้าอยากรู้ขอให้ไปสืบทางลับ อาจจะได้คำตอบว่าไม่ชอบเอาเลย ถ้ารัฐบาลปิดกั้นอย่างนี้ยิ่งนานคนจะออกมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เห็นจากประกาศของนักศึกษาว่าจะชุมนุมใหญ่ แสดงว่ามีกระบวนการขับเคลื่อนว่าไม่เห็นด้วย ดังนั้น รัฐบาลต้องรีบผ่อนคลาย ส่วนการกล่าวหาว่านักศึกษาปลอมร่างรัฐธรรมนูญเป็นการบิดเบือน ขอเรียกร้องให้นายกฯไปอ่านเอกสารที่นักศึกษาแจกว่าตรงตามรัฐธรรมนูญที่ กรธ.ร่างมาหรือไม่ จะได้รู้ว่าใครบิดเบือนแน่

ท้าใช้ ม.44 ห้ามอดีต ส.ส.บินพบ “ทักษิณ”

นายวรชัยกล่าวอีกว่า ส่วนกระแสข่าว คสช.ห้ามอดีต ส.ส.เพื่อไทยบินไปงานวันเกิดนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และถ้าไปอาจกลับมาไม่ได้ว่า เรื่องนี้ไม่มีกฎหมายห้ามเพราะคนที่จะไปพบนายทักษิณที่เป็นที่รัก โดยเฉพาะกับ ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่ไปพบในฐานะอดีตนายกฯ ที่แก้ปัญหาประเทศไทยพ้นวิกฤติเศรษฐกิจและทำให้เศรษฐกิจเติบโต ซึ่งต่างกับยุคนี้ หาก คสช.บอกว่าไปแล้วกลับไม่ได้จริงเท่ากับเป็นการคุกคามกลุ่มคนที่ คสช.เกลียดแต่คนไทยไม่ได้เกลียด จะให้คนเกลียดทั้งหมดเป็นไปไม่ได้ และทุกคนมีสิทธิไปกฎหมายไม่ได้ห้าม ถ้าไม่เช่นนั้นก็ออกคำสั่งมาตรา 44 ห้ามคนไทยไปพบนายทักษิณเลยดีกว่าหรือไม่

“สุเทพ” ยกก้น รธน.ฉบับธรรมาภิบาล

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ว่า ร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 219 ให้ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระจะต้องร่วมกันกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมใช้บังคับแก่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ส.ส. ส.ว.และรัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่ของรัฐ จึงสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญ ที่จะสร้างมาตรฐานทางจริยธรรม พาประเทศไปสู่ธรรมาภิบาลสมบูรณ์แบบ

มท.รับไม้ สตง.สอบเชือด “ชายหมู”

อีกเรื่อง ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีการสอบข้อเท็จจริงตามที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) สอบพบการทุจริตโครงการประดับไฟส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ของ กทม.ว่า กระทรวงมหาดไทยได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวแล้ว อีกทั้ง สตง.ยังได้แจ้งให้แจ้งความดำเนินคดีกับ ผู้ว่าฯ กทม. และให้ตั้งกรรมการสอบวินัยเจ้าหน้าที่ กทม. หากพบมีความผิดให้แจ้งความฟ้องแพ่งผู้เกี่ยวข้องด้วย ขณะนี้เราได้ดำเนินการตามที่ สตง.แจ้งมาแล้วด้วยเช่นกัน การดำเนินคดีเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบสวนต่อไป เมื่อถามว่า การพิจารณาปลดหรือพักงานผู้ว่าฯ กทม.ทำได้หรือไม่ หรือต้องรอให้คดีถึงสิ้นสุดก่อน พล.อ.อนุพงษ์ ตอบว่า คงต้องเป็นเช่นนั้น เพราะต้องให้คณะกรรมการสรุปข้อเท็จจริงก่อน แล้วดูตามระเบียบและกฎหมายที่จะดำเนินการได้

“สุทธิพงษ์” คุมทีม–มอบ กทม.แจ้งความ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงมหาดไทย ได้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีโครงการประดับไฟส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ของ กทม. เมื่อวันที่ 1 ก.ค.โดยมีนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ รองปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน และกรรมการประกอบด้วยฝ่ายกฎหมายและเจ้าหน้าที่ รวม 5 คน โดยต้องสอบให้แล้วเสร็จภายในกรอบระยะเวลา 90 วัน ส่วนการฟ้องร้องดำเนินคดีนั้น เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. กระทรวงมหาดไทยมอบหมายให้ กทม.ในฐานะผู้เสียหาย ไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว กรณีดังกล่าว สตง.ได้แจ้งให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการใน 3 ข้อคือ 1.แจ้งความดำเนินคดีอาญา 2.หาผู้รับผิด ทางละเมิด 3.หาผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าว

“บิ๊กตู่” ชิ่งยังไม่ใช้ ม.44 สอบทุจริต กทม.

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ให้สัมภาษณ์ถึงการตรวจสอบความไม่โปร่งใสในการใช้งบประมาณโครงการต่างๆของ กทม.ว่า กระทรวงมหาดไทยที่กำกับดูแลจะต้องสอบสวนต้องรอขั้นตอนการสอบสวนก่อน จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนอื่นต่อไป ทุกอย่างมีกฎหมายรองรับ เมื่อมีการร้องทุกข์จะสอบสวนหาที่มา เมื่อถามว่า จำเป็นต้องให้ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ไปตรวจสอบหรือไม่ นายกฯตอบว่า ยังก่อน รอให้ มีกระบวนการสอบสวนก่อน เป็นเรื่องของหน่วยงาน ที่จะต้องสอบสวนข้อเท็จจริง หากเห็นว่ามีมูลความผิด จะเข้าสู่กระบวนการ ทั้งหน่วยงานของรัฐและหน่วยงาน อิสระ ขณะนี้ยังไม่จำเป็นต้องใช้มาตรา 44 ดำเนินการ

พท.เสี้ยม ปชป.สาวโกงใน กทม.ให้สุด

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าที่อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ตรวจสอบการทุจริตใน กทม.ถี่ยิบช่วงนี้ ขอให้ทำให้จริงไปให้สุด อย่าเพียงคิดแค่จะเปลี่ยนตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ต้นปีหน้าแล้วต้องเหยียบคนปัจจุบันให้จมดิน 12 ปีนี้ ชาว กทม.กังขาหลายเรื่อง เช่น เรื่องรถ เรือ ดับเพลิง กล้องซีซีทีวี สนามฟุตซอล ป้ายแท็กซี่อัจฉริยะ ตู้เขียวแจ้งเหตุ อุโมงค์ยักษ์ และไม่อยากให้โฆษกส่วนตัวของผู้ว่าฯ กทม.มาแก้ต่างหรือกล่าวหาว่ามีกระบวนการดิสเครดิต ให้ระบุไปเลยว่าใครทำ ผู้ว่าฯ กทม.ขัดใจใครในพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่

“วิลาศ” แฉงาบส่วนต่างรถกะป๊อ

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.) สภาฯกล่าวถึงกรณีนายวสันต์ มีวงษ์ โฆษกส่วนตัวผู้ว่าฯ กทม.ระบุว่าการจัดซื้อรถกู้ภัยขนาดเล็ก 20 คน วงเงิน 160 ล้านบาทของ กทม. ไม่แพง สมกับมาตรฐานรถเยอรมันว่า ถือว่าโกหกประชาชน รถกะป๊อเทวดาเป็นรถสัญชาติอเมริกัน จากใบเสนอราคาระบุว่าเป็นรถยี่ห้อโพลาริส ราคาตามเว็บไซต์ของบริษัทระบุว่ารถรุ่นรานแรงเยอร์ที่ซื้อมาตั้งราคาไว้ 12,599 เหรียญสหรัฐฯ ตกคันละ 434,000 บาท เท่านั้น แต่กลับเสนอขายถึงคันละ 2.5 ล้านบาท กินส่วนต่างถึงคันละกว่า 2 ล้านบาท ที่สำคัญเป็นรถเปลือย ไม่มีหลังคา ไม่มีประตู ฝรั่งใช้ขับกินลม ชมวิว แต่บริษัทนำเข้ามาประกอบต่อหลังคา ใส่ประตู พลาสติกและกระจกต่อเติมด้านหลังที่ใช้บรรทุกอุปกรณ์ดับเพลิง ใช้รถมีส่วนประกอบพลาสติกไปดับไฟ ในซอกซอย สะเก็ดไฟปลิวมาจะเป็นอันตรายหรือไม่

จับตรงไหนเป็นฉาว ท้า กทม.ฟ้องกลับ

เมื่อถามว่า การตรวจสอบโครงการใน กทม. เพราะมีกระบวนการเลื่อยขาเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. นายวิลาศตอบว่า ไม่เกี่ยวกัน ที่เริ่มตรวจสอบ กทม.ไม่เคยคิดว่าจะมีการทุจริตคอร์รัปชันโกงกินกันมากมายมหาศาลขนาดนี้ จับตรงไหนเจอตรงนั้น และยังมีข้อมูล ข้อร้องเรียนจากราชการ กทม.อีกมากอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง ส่วนที่ตรวจสอบเสร็จแล้วรอคิวจะแถลงอีกมาก รวมถึงโครงการเมโทรทีวีมีนายวสันต์ มีวงษ์ และนางเบญทราย กียปัจจ์ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯ กทม.ร่วมบริหารอยู่ด้วย ส่วนโครงการจัดซื้อเรือดับเพลิงแอร์โบ๊ต ลำละ 10 ล้านบาท กำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่ ขอตั้งข้อสังเกตการจัดซื้อจัดจ้างต่างๆ ของ กทม.ว่าไม่ได้จัดซื้อตามความจำเป็น แต่ดูจากส่วนต่างเงินทอนและเปอร์เซ็นต์ที่จะได้เป็นหลัก ส่วนกรณีที่นายวสันต์ขู่จะฟ้องกลับที่ทำให้ กทม.เสียหาย ตั้งแต่มาเปิดเผยการทุจริตโครงการอุโมงค์ ไฟแอลอีดี 39.5 ล้านบาท เคยขู่จะฟ้องกลับรอมา 2 เดือนไม่เห็นวี่แวว ขอให้รีบฟ้อง อย่าเก่งแต่ในกรง

“สุขุมพันธุ์” ไม่กังวลบอกทำตาม ก.ม.

ด้าน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงกรณีที่ สตง.มีมติให้กระทรวงมหาดไทย (มท.) เป็นผู้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ว่าฯ กทม.และเอาผิดทางวินัยกับข้าราชการ กทม.ที่ถูกชี้มูลความผิดในโครงการไฟประดับ 39 ล้านบาทว่า สตง.เป็นเพียงหน่วยงานตรวจสอบเบื้องต้นไม่ใช่องค์กรตัดสิน ไม่กังวลใดๆ ห่วงแต่ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ถูกสอบวินัย ได้สั่งการให้ฝ่ายกฎหมายดูแลช่วยเหลือ ส่วนโครงการอื่นๆของ กทม. ที่ สตง.ตรวจสอบก็ตรวจสอบต่อไป ไม่กังวลโครงการใดเป็นพิเศษ ได้พูดตั้งแต่ต้นแล้วว่าจะมีการฟ้องกลับ แต่อยากให้สำนวนรัดกุมมากกว่านี้ ส่วนที่นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ จัดซื้อรถดับเพลิงพวงมาลัยซ้ายผิดปกตินั้น รถพวงมาลัยซ้ายในประเทศไทยไม่ได้ผิดกฎหมาย ได้จดทะเบียนกับกรมขนส่งทางบกแล้ว กทม.ไม่ได้นำรถกิ๊กก๊อกจากไหนก็ได้เพื่อใช้ดับเพลิง ต้องมีอุปกรณ์ควบ ถือว่าซื้อของที่ดีที่สุดในตลาด

“ผมบริหารกรุงเทพมหานครเป็นไปตามกฎหมาย ผมจะไม่มีวันที่จะบริหารตามความเห็นของ สตง. เพราะพี่น้องประชาชนกว่า 1.2 ล้านคน เลือกผมมาให้ดำเนินนโยบายตามที่หาเสียงไว้ ไม่ได้เลือกมาให้กังวล กุมศีรษะ เพราะโดนตรวจสอบ ผมเคารพ สตง. แต่ต้องขออภัยที่เคารพพี่น้องประชาชนมากกว่า” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าว

สนช.จัดคิวลงมติสอย “ประชา” 19 ส.ค.

นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) กล่าวถึงการพิจารณาถอดถอนนายประชา ประสพดี อดีต รมช.มหาดไทย และ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีต รมว.กลาโหม ของ สนช.ว่า การถอดถอนนายประชา กรณีแทรกแซงการทำงานของคณะกรรมการองค์การตลาด (อต.) ของกระทรวงมหาดไทย จะแถลงเปิดสำนวนเพื่อให้ ป.ป.ช.และนายประชามาชี้แจงต่อ ป.ป.ช.ในวันที่ 28 ก.ค. คาดว่า จะลงมติถอดถอนได้ประมาณวันที่ 19 ส.ค. ส่วนการพิจารณาถอดถอน พล.อ.อ.สุกำพล กรณีแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายปลัดกระทรวงกลาโหม สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะแถลงเปิดสำนวนเพื่อให้ ป.ป.ช.และ พล.อ.อ.สุกำพลมาชี้แจงในวันที่ 25 ส.ค. คาดว่าจะลงมติถอดถอนได้ประมาณวันที่ 16 ก.ย.

ศาลปกครองไม่รับคำร้องพีซทีวีจอดำ

เมื่อเวลา 10.00 น. นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช.ในฐานะผู้บริหารบริษัท พีซ เทเลวิชั่น จำกัด พร้อมพิธีกรสถานีโทรทัศน์พีซทีวี ยื่นหนังสือต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้ไต่สวนฉุกเฉินกรณีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) มีมติยืนยันมติเดิมเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ ทางสถานีโทรทัศน์พีซ ทีวี 30 วัน นพ.เหวง กล่าวว่า แปลกใจ มติที่ประชุม กสท.ยืนยันจะยื่นเรื่องพักการใช้ใบอนุญาตชั่วคราว และจะส่งหนังสือมายังศาลปกครองด้วย ซึ่งอาจขัดหรือละเมิดต่อคำแนะนำหรือคำสั่งของศาล จึงขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินเร่งด่วน เพราะคำแนะนำหรือคำสั่งของศาลถูกละเมิด เชื่อว่า กสท. ลุกลี้ลุกลน จงใจปิดตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค. เป็นเวลา 30วัน เพื่อให้ครอบคลุมวันออกเสียงประชามติ

ต่อมาเวลา 14.00 น. นายสุชาติ ศรีวรกร ตุลาการเจ้าของสำนวน ได้แจ้งให้ นพ.เหวงและคณะทราบว่ายังไม่สามารถรับคำร้องได้ เนื่องจาก กสท.ยังไม่ได้ยื่นคำร้องมาให้พิจารณาระงับการออกอากาศของพีซทีวี

แก้ ก.ม.ตัดสิทธิคนหนีคดีอุทธรณ์-ฎีกา

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า ที่ประชุมเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ตามที่ สนช.เสนอแก้ไข สาระสำคัญไม่ให้จำเลยที่หนีคดีที่อยู่ในระหว่างคดีอยู่ในชั้นศาล ยื่นอุทธรณ์หรือฎีกาได้ จำเลยจะยื่นอุทธรณ์หรือฎีกาได้ต่อเมื่อแสดงตนต่อเจ้าพนักงานศาล หากไม่แสดงตนศาลจะไม่รับ พิจารณาอุทธรณ์หรือฎีกา จากเดิมที่หากศาลออกหมายจับแล้ว ไม่ได้ตัวจำเลยมาภายใน 1 เดือน ให้ศาล อ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยได้ และถือว่าจำเลยได้ฟังคำพิพากษาแล้ว แต่จำเลยใช้สิทธิอุทธรณ์หรือฎีกาได้ โดยมอบอำนาจให้ทนายยื่นอุทธรณ์หรือฎีกา

ป.ป.ช.แนะ ครม.รื้อแทรกแซงยาง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ที่ประชุม ครม.ได้มีมติรับทราบข้อเสนอแนะของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อป้องการทุจริตการดำเนินตามนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราของรัฐบาล โดยขอให้ทบทวนนโยบายส่งเสริมหรือสนับสนุนการปลูกยางพาราในพื้นที่ใหม่ และส่งเสริมปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดอื่น ส่วนนโยบายแทรกแซงราคายางพารา รัฐไม่ควรดำเนินการ จะทำให้กลไกตลาดเสียสมดุล ควรลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านยางพาราเพื่อความยั่งยืน แต่หากมีการแทรกแซงราคายาง ควรรับซื้อยางทุกชนิด ไม่ให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ ทั้งนี้ ครม.ได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรฯ รับข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช.ไปพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และให้จัดทำรายงานผลการพิจารณาส่งกลับมาให้สำนักงานเลขาธิการ ครม.ภายใน 30 วัน

ศาลยกฟ้องคดี “ปู” ฟ้องอดีต อสส.

วันเดียวกัน ที่ศาลอาญา ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุดในขณะนั้นกับคณะ ซึ่งเป็นคณะทำงานพิจารณาคดีโครงการจำนำข้าวและมีความเห็นสั่งฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่มิชอบ และร่วมกันกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม คดีนี้ศาลอาญามีคำสั่งยกฟ้องในชั้นตรวจสอบพิจารณาคำฟ้อง เนื่องจากเห็นว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามขั้นตอนและกระบวนการทางกฎหมาย ไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่มีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ต้องรับโทษหนักขึ้น โดยศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนยกฟ้องตามศาลชั้นต้น

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้