วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สอบซื้อตำแหน่ง ร.ต.อ.รับ หลอกตบทรัพย์

สร้างเรื่อง-อ้างรู้จักบิ๊กตำรวจ ส่วนรตอ.เสียรู้ยังลูกผีลูกคน ‘บิ๊กตู่’ จ่อเรียก-พบที่ทำเนียบ

“บิ๊กตู่” เล่นเอง เรียก ร.ต.อ. จ่าย 7 แสนขึ้นสารวัตร พบที่ทำเนียบฯ เตือนเป็นข้าราชการ พูดส่งเดชกลับ ไปกลับมาไม่ได้ ขณะที่บิ๊กตำรวจออกตัวเป็นระวิง ไม่มีวิ่งเต้นซื้อตำแหน่ง ประสานเสียงสงสัยเหมือนกันทั้ง 2 แป๊ะ คนรับวิ่งยังไม่ได้ขึ้นสารวัตร จะไปช่วยเหลือคนอื่นได้ยังไง อาจจะตกเบ็ดกันเองมากกว่า ส่วน ผบก.น.2 เผยจากการสอบข้อเท็จจริง ร.ต.อ.ผู้ถูกกล่าวหารับสร้างเรื่องหลอกเพื่อนเอาเงินมาใช้จ่ายส่วนตัว โดยไม่มีผู้บังคับบัญชาคนไหนเกี่ยวข้อง ส่วน ร.ต.อ.เสียรู้ บอกสื่อทีวีสั้นๆ รายละเอียดคลาดเคลื่อนค่อนข้างมาก

จากข่าวฉาววงการสีกากี กรณี ร.ต.อ.ชาญชาย เย็นสุข รอง สว.จร.สน.นิมิตรใหม่ พร้อมภรรยาเข้าแจ้งความ สน.บางซื่อ หลังถูก ร.ต.อ.ชนินท์ธัช รัตน์ชิโนตรัย รอง สวป.สน.บางรัก เพื่อนตำรวจด้วยกัน ไม่คืนเงิน 7 แสนบาท ค่าวิ่งเต้นซื้อตำแหน่งสารวัตร แลกกับการซื้อของขวัญให้กับผู้ใหญ่ที่ไม่ได้ระบุชื่อ โดยนำเงินสดไปให้ที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.ข้าง ร.1 รอ.ถนนวิภาวดีรังสิตขาออก สุดท้ายไม่มีชื่อในทุกคำสั่ง ส่วนคู่กรณีพอรู้ถูกแจ้งความ โร่หอบเงินมาคืน แต่เรื่องไม่จบ เพราะหลัง พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น.ได้รับรายงานเหตุ สั่งท้องที่รายงานด่วน จ่อเอาผิดผู้เสียหาย เนื่องจากเป็นคดียอมความไม่ได้ ถึงแม้จะคืนเงินแล้ว

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 12 ก.ค. ที่ สน.บางซื่อ พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.เศกสิทธิ์ สุภาอ้วน ผกก.สน.บางซื่อ พ.ต.อ.หญิง ดรุณี ทัศนา ผกก.(สอบสวน) สน.บางซื่อ ได้ร่วมชี้แจงรายละเอียดคดีดังกล่าว โดย พล.ต.ต.เจริญเปิดเผยว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ก.ค. ร.ต.อ.ชาญชาย เย็นสุข รอง สว.จร.สน.นิมิตรใหม่ เข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ ถูก ร.ต.อ.ชนินท์ธัช รัตน์ชิโนตรัย รอง สวป.สน.บางรัก เพื่อนนักเรียนนายสิบตำรวจ หลอกลวงเอาเงินสด 7 แสนบาทไป อ้างจะนำเงินไปซื้อของขวัญให้กับผู้ใหญ่ เนื่องจาก ร.ต.อ.ชาญชายได้เลื่อนตำแหน่งเป็นสารวัตร

ผบก.น.2 กล่าวต่อว่า ข้อเท็จจริงพบว่า เป็นพฤติการณ์หลอกลวง ฉ้อโกง เอาเรื่องเท็จมากล่าวของ ร.ต.อ.ชนินท์ธัช โดยสร้างเรื่องทำให้ ตนเองน่าเชื่อถือว่ารู้จักกับผู้บังคับบัญชาระดับสูง สามารถวิ่งเต้นเลื่อนตำแหน่งได้และเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินจำนวนนี้ ทำให้ ร.ต.อ.ชาญชายหลงเชื่อนำเงิน 7 แสนบาทมามอบให้ที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.ข้าง ร.1 รอ. เหตุเกิดเมื่อต้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา เมื่อพนักงานสอบสวนรับแจ้ง ได้เรียก ร.ต.อ.ชนินท์ธัชมาพบ โดย ร.ต.อ.ชนินท์ธัชบอกว่า ไม่ได้ติดต่อนายตำรวจคนใดเพื่อให้ ร.ต.อ.ชาญชายเลื่อนตำแหน่ง เพียงแค่ไปหลอกลวงเพื่อนเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายเองเท่านั้น และเมื่อทราบว่าถูกแจ้งความ ได้นำเงิน 7 แสนบาทมาคืนให้ แต่ไม่พบจึงฝากไว้กับพนักงานสอบสวน หลังจากนี้หากมีผู้ใดเคยถูก ร.ต.อ.ชนินท์ธัชหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว สามารถที่จะมาให้ถ้อยคำพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ เพื่อที่จะดำเนินคดีเป็นรายๆไป

พล.ต.ต.เจริญกล่าวต่อว่า พนักงานสอบสวน สน.บางซื่อได้ดำเนินคดีกับ ร.ต.อ.ชนินท์ธัช ในข้อหาผู้ใดเรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จูงใจเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ โดยวิธีอันทุจริตหรือผิดกฎหมาย หรือโดยอิทธิพลของตน ให้กระทำการหรือไม่กระทำการ ในหน้าที่อันเป็นคุณ หรือเป็นโทษแก่บุคคลใด แต่พฤติการณ์คือการฉ้อโกงทรัพย์ ทั้งนี้พนักงานสอบสวนได้รายงานข้อเท็จจริงให้กับผู้บังคับบัญชาทั้ง 2 ฝ่ายทราบแล้ว ส่วนความผิดทางวินัย ต้องให้ต้นสังกัดของทั้งคู่ดำเนินการ โทษสูงสุดในกรณีนี้มีโทษถึงขั้นไล่ออก ส่วนการจะดำเนินคดีทั้ง 2 คนหรือไม่นั้น เบื้องต้น ร.ต.อ.ชาญชายยังเป็นผู้เสียหาย เพราะถูกหลอกว่าได้รับตำแหน่ง และต้องการเงินไปซื้อของขวัญตอบแทนผู้บังคับบัญชา หากสอบสวนพบว่ามีส่วนรู้เห็นต้องถูกดำเนินคดีเช่นกัน อย่างไรก็ตาม จากการสอบสวนเบื้องต้น ไม่มีการกล่าวพาดพิงไปยังผู้ใหญ่หรือผู้บังคับบัญชาคนใด หลังจากนี้จะเรียกทั้ง 2 คนมาสอบสวนเพิ่มเติมอีกครั้ง

ด้าน พ.ต.อ.นคร ทองพานิช ผกก.สน.บางรักกล่าวว่า ได้ให้ ร.ต.อ.ชนินท์ธัช รัตน์ชิโนตรัย รองสวป.ทำรายงานคดี และได้นำเสนอต่อผู้บังคับบัญชาไปเมื่อวันที่ 10 ก.ค. อีกทั้งทำเรื่องขอหลักฐานไปยัง สน.บางซื่อ และตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ขณะนี้อยู่ในระหว่างพิจารณารวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดูว่าจะลงโทษในระดับใด คาดว่าไม่เกิน 1 เดือนจะรู้ผลแน่ชัดทันที

เช่นเดียวกับ พ.ต.อ.ธนชัย อุสาหกิจ ผกก.สน.นิมิตรใหม่ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัวของนายตำรวจทั้ง 2 นาย แต่ได้ให้ ร.ต.อ.ชาญชาย เย็นสุข รอง สว.จร. เขียนรายงานแล้ว จากการพูดคุยเบื้องต้นทราบว่า ร.ต.อ.ชาญชายไม่ได้เป็นคนไปแจ้งความดำเนินคดี แต่เป็นภรรยาของ ร.ต.อ.ชาญชาย ทั้งนี้ ต้องให้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงตรวจสอบว่าเรื่องดังกล่าวจริงหรือเท็จ หากพบว่ามีการซื้อขายตำแหน่งจริงจะลงโทษทันที

ต่อมาเวลา 11.00 น. ที่ บช.น. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. กล่าวว่า กำชับให้ พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 เร่งรัดตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เกิดความกระจ่างปราศจากข้อสงสัย เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย โดยยึดหลักความถูกต้อง อย่าไปช่วยเหลือหรือปกปิดเรื่องที่เกิดขึ้น รวมถึงอาจจะเป็นการแอบอ้าง ต้องให้ความเป็นธรรม กับทุกคน เรื่องนี้อาจจะกระทบต่อภาพรวมของตำรวจ จากคนส่วนน้อย แต่จะตรวจสอบให้เกิดความชัดเจน ผิดว่าไปตามผิด ผู้ให้และผู้รับมีจริงหรือเป็นการแอบอ้าง จากข้อมูลทราบว่าผู้ที่ดำเนินการยังไม่ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นสารวัตร แล้วจะไปช่วยเหลือคนอื่นได้อย่างไร อาจจะเข้าข่ายแอบอ้างหรือตกเบ็ดมากกว่า ส่วนกระแสข่าวรอง สวป.สน.สน.บางรัก ยื่นใบลาออกนั้น ยังไม่ทราบ ถ้าลาออกต้องให้ผู้บัญชาตามลำดับชั้นพิจารณาก่อน อยู่ระหว่างมลทินมัวหมองอาจจะไม่สามารถให้ลาออกได้ จะต้องพิสูจน์ความจริงกันก่อน อยู่ในดุลพินิจผู้บังคับ-บัญชาว่าจะอนุญาตให้ลาออกหรือไม่ แต่คดีอาญายังไงก็ดำเนินการอยู่แล้ว ถึงแม้ไม่อยู่ในราชการก็รับโทษ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้ความสนใจต้องรีบดำเนินการ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. รายงานเข้ามาแล้ว เบื้องต้นมอบหมายให้ บช.น.ไปดำเนินการ จริงๆเรื่องการแต่งตั้งในระบบไม่มีการซื้อขายตำแหน่งอยู่แล้ว แต่จะไปตกเบ็ดกันเองตนก็ไม่ทราบ ยังต้องฟังความทั้ง 2 ข้างก่อน ว่ามีที่มาที่ไปเป็นอย่างไร ทั้งที่ผู้ที่วิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งก็ไม่ได้ตำแหน่ง อยากจะเตือนว่าอย่าไปหลงเชื่อ ถ้าเสียเงินเสียทองจริงก็ต้องได้เป็นสารวัตรไปแล้ว

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ร.ต.อ.ชาญชาย เย็นสุข รอง สว.จร.สน.นิมิตรใหม่ ผู้เสียหายจากการแจ้งความเรื่องการซื้อขายตำแหน่งสารวัตร ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ทางช่อง 3 โดยระบุสั้นๆว่า เรื่องนี้เหมือนรายละเอียดยังคลาดเคลื่อน เดี๋ยวรอให้ถึงกระบวนการก่อนดีกว่า เพราะว่ามันคลาด-เคลื่อนค่อนข้างที่จะมาก เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วความจริงเป็นอย่างไร เพราะตอนนี้สังคมค่อนข้างที่จะสับสน ร.ต.อ.ชาญชายกล่าวว่า เรื่องอื่นๆรอให้ถึงกระบวนการแล้วถามเจ้าหน้าที่ดีกว่า

ทางด้าน ร.ต.อ.ชนินท์ธัช รัตนชิโนตรัย รอง สวป.สน.บางรัก ผู้สื่อข่าวได้พยายามโทรศัพท์สอบถามถึงข้อเท็จจริงถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ไม่มีการตอบรับโทรศัพท์แต่อย่างใด ทั้งนี้ ร.ต.อ.ชนินท์ธัชได้ทำหนังสือถึงผู้บังคับบัญชาเพื่อขอลาราชการ 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 11-14 ก.ค. โดยไม่ได้ระบุว่าลาไปเนื่องด้วยเหตุใด สำหรับประวัติ ร.ต.อ.ชนินท์ธัช เรียนจบจากนักเรียนพลตำรวจของกองบัญชาการตำรวจนครบาลรุ่นที่ 76 และได้รับการแต่งตั้งเป็นว่าที่ร้อยตำรวจเอก เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.58 ก่อนจะถูกย้ายมาลงในตำแหน่ง รอง สวป.สน.บางรัก ในปัจจุบัน

อีกด้านหนึ่ง ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีซื้อขายตำแหน่งสารวัตรว่า กำลังสอบอยู่ให้เขาสอบแล้ว ก็แจ้งมาหาตนที่ทำเนียบฯ ร้อยตำรวจเอกอะไรนั่นมา ไม่ต้องไปกลัวใครทั้งนั้น มาหาตน จัดการให้ ตอนนี้สอบไปสอบมาไม่ใช่อีก เจ้าตัวออกมาปฏิเสธอีก มันอะไรกันนักหนา ไม่เข้าใจ ไปเรียกมา ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการ อยู่แล้ว มันจะไปพูดส่งเดชไม่ได้ ถ้าไปพูดแล้วบอกอยู่ดีๆไม่ได้พูดหรือพูดแล้วไม่เข้าใจ แล้ววันนี้เข้าใจแล้ว พูดอย่างนี้ไม่ได้ เป็นข้าราชการพูดกลับไปกลับมาไม่ได้ สั่งการไปแล้วให้เรียกตัวมาสอบสวน ใครเรียกเงิน ไปหาตัวคนเรียกเงินมา เดี๋ยวก็เจอ ตนไม่ปล่อยอยู่แล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฉาววงการสีกากี จ่าย7แสน ซื้อตำแหน่งสว.-ร.ต.อ.วิ่งเต้นเพื่อนแต่ชื่อหลุด

สร้างเรื่อง-อ้างรู้จักบิ๊กตำรวจ ส่วนรตอ.เสียรู้ยังลูกผีลูกคน ‘บิ๊กตู่’ จ่อเรียก-พบที่ทำเนียบ 13 ก.ค. 2559 07:20 13 ก.ค. 2559 08:16 ไทยรัฐ