วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โอบามาร่วมงานรำลึก 5 ตร.เหยื่อสไนเปอร์ วอนชาติอย่าสิ้นหวัง

บารัค โอบามา ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ เดินทางร่วมพิธีรำลึกถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ 5 นายที่ถูกคนร้ายซุ่มยิงจนเสียชีวิตที่เมืองดัลลัส โดยเขาเรียกร้องขอให้ชาวอเมริกันเป็นหนึ่งเดียว และอย่าสิ้นหวัง...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในวันอังคารที่ 12 ก.ค. นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา เดินทางเยือนเมืองดัลลัส ในรัฐเทกซัสเมื่อวันอังคาร เพื่อเข้าร่วมพิธีรำลึกถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ 5 นาย ที่ถูกนายมิกาห์ จอห์นสัน ใช้ปืนไรเฟิลซุ่มยิงเสียชีวิต ระหว่างปฏิบัติหน้าที่คุ้มกันการประท้วงต่อต้านการใช้กำลังเกินกว่าเหตุของตำรวจ กรณียิงชายผิวสีเสียชีวิตโดยไม่มีเหตุอันควรถึง 2 คนเมื่อสัปดาห์ก่อน

ทั้งนี้ นายจอห์นสันก่อเหตุเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 ก.ค. โดยก่อนที่เขาจะถูกตำรวจสังหารด้วยหุ่นยนต์ลำเลียงระเบิด เขาบอกมูลเหตุจูงใจกับเจ้าหน้าที่ว่า เขาไม่พอใจตำรวจผิวขาวที่สังหารนายอัลตัน สเตอร์ลิง ในรัฐลุยเซียนา และนายฟิแลนโด คาสติล ในรัฐมินนิโซตา ในขณะเดียวกันก็เกิดการประท้วงไม่พอใจการกระทำก้าวร้าวของตำรวจต่อชาวอเมริกันผิวสีขึ้นทั่วสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม นายโอบามากล่าวในพิธีรำลึกว่า สหรัฐฯ ต้องพยายามหาความหมายบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในความเสียใจของพวกเรา และรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน เขายังยอมรับด้วยว่า การประท้วงที่เกิดขึ้นเป็นการเผยให้เห็นรอยแยกที่ลึกที่สุดในระบบประชาธิปไตยของสหรัฐฯ แต่เขาเรียกร้องให้ประเทศอย่าสิ้นหวัง "ผมมาที่นี่เพื่อบอกว่า เราต้องปฏิเสธความสิ้นหวังเหล่านี้ ผมอยู่ที่นี่เพื่อยืนยันว่า เราไม่ได้แตกแยกเหมือนที่เห็น"

ผู้นำสหรัฐฯ ยังกล่าวชื่นชมความกล้าหาญของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และระบุด้วยว่า มีผู้ได้รับการรำลึกในงานนี้น้อยลงก็เพราะความกล้าของเจ้าหน้าที่ที่ถูกสังหาร

นอกจากนายโอบามาแล้ว ยังมีบุคคลสำคัญอีกหลายคนมาร่วมพิธีไว้อาลัย เช่น อดีตประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ซึ่งเป็นชาวเมืองเทกซัส โดยเขากล่าวยกย่องตำรวจผู้ล่วงลับว่า ความกล้าหาญของพวกเขาเป็นโล่คุ้มครองพวกเรา ส่วน นายไมค์ รอว์ลิงส์ นายกเทศมนตรีเมืองดัลลัส กล่าวว่า การเสียชีวิตของตำรวจทั้ง 5 นายเหมือนวิญญาณของเมืองดัลลัสถูกทิ่มแทง

อนึ่ง คาดว่าในวันพุธ นายโอบามาจะจัดการประชุมร่วมกับตำรวจเมืองดัลลัส รวมทั้งกับผู้นำชุมชนและนักเคลื่อนไหว เพื่อหารือแนวทางเกี่ยวกับการปฏิรูปตำรวจ และหาทางฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างตำรวจกับชุมชนท้องถิ่น