วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แรงงานภาคอุตสาหกรรมวูบ

เทคโนโลยีเข้ามาแทนคนหาย 1.2 แสน

เผย 5 เดือนแรกแรงงานไทยในภาคอุตสาหกรรมหายไปแล้ว 1.2 แสนคน เหตุเจอเทคโนโลยีเข้ามาแทน ขณะที่ภาคเกษตรหาย 5.1 แสนคน แต่เชื่อจะกลับมาในหน้าฝน เปิดโผ 8 ธุรกิจสุ่มเสี่ยงจากเบร็กซิทเศรษฐกิจโลกชะลอ เนื่องจากพึ่งพาตลาดยุโรปสูง

น.ส.ณัฏฐริยา วิทยธนเศรษฐ์ ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยในงานสัมมนาทิศทางค่าเงินไตรมาสที่สามและจับตาภาวะเศรษฐกิจโลกว่า ธนาคารได้จับตา 8 กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ ได้แก่ คอมพิวเตอร์ รถยนต์ประหยัดพลังงาน อัญมณีและเครื่องประดับ รถจักรยานยนต์ ไก่ปรุงสุก วงจรไฟฟ้า รถกระบะและเครื่องปรับอากาศ ซึ่งจะได้รับผลกระทบจากการส่งออก หลังจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว รวมถึงผลกระทบด้านการนำเข้าของสหภาพยุโรป (อียู) และสหราชอาณาจักร ซึ่งมีความไม่แน่นอนจากการที่สหราชอาณาจักรทำประชามติออกจากอียูหรือเบร็กซิท

“ทั้ง 8 อุตสาหกรรมมีการส่งออกไปยุโรปค่อนข้างสูง และน่าจะได้รับผลกระทบในการส่งออกไปยุโรปไม่ต่ำกว่า 2 ปี เพราะต้องรอการเจรจาถอนตัวของสหราชอาณาจักรจากอียูก่อน หากได้ข้อสรุปไปในทางที่ดี ยังสามารถเคลื่อนย้ายแรงงาน สินค้าได้อย่างเสรี ก็น่าจะทำให้ตลาดส่งออกมีทิศทางดีขึ้นได้ อย่างไรก็ดีขอแนะนำให้ผู้ส่งออกสินค้าทั้ง 8 กลุ่ม ปรับตัวหาตลาดส่งออกใหม่ ทดแทนกำลังซื้อในยุโรป ที่อาจชะลอตัวระยะยาวไปอีกนับสิบปี”

สำหรับสถานการณ์แรงงานในไทย มีความเป็นห่วงแรงงานในภาคอุตสาหกรรมจะปรับลดได้อีก หลังแนวโน้มใน 5 เดือนแรก แรงงานภาคการผลิตลดลงไปแล้ว 122,000 คน เนื่องจากการส่งออกยังไม่ดี ประกอบกับผู้ผลิตในไทยมีการปรับตัวนำเทคโนโลยีมาใช้แทนภาคแรงงานเพิ่ม เช่นเดียวกับกลุ่มทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในภาคอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานในไทยน้อยลงและหันไปลงทุนประเทศเพื่อนบ้านแทน หลังจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ ได้ปรับการให้สิทธิประโยชน์ในกลุ่มเทคโนโลยีชั้นสูงเป็นหลัก

ขณะที่แรงงานในภาคอื่นๆ แม้ 5 เดือนแรก ภาคการเกษตรและประมงจะปรับลดลงไป 519,000 คน เพราะได้รับผลกระทบจากภัยแล้งและสินค้าเกษตรตกต่ำ แต่เชื่อว่าจะเป็นสถานการณ์ชั่วคราว เพราะในครึ่งปีหลังเมื่อเข้าสู่ฤดูฝนและสินค้าเกษตรเริ่มเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน น่าจะทำแรงงานภาคการเกษตรปรับเพิ่มได้ ส่วนแรงงานภาคบริการและท่องเที่ยว ยังเป็นอุตสาหกรรมท่องเที่ยว การค้า และรับเหมาก่อสร้าง ที่เพิ่มได้ดีในครึ่งปีแรกและน่าจะขยายตัวต่อไปตามการเติบโตของการท่องเที่ยว และการลงทุนของภาครัฐ ที่มีการเบิกจ่ายเพิ่มขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

ด้านนายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ประเมินเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้จะขยายตัวได้ที่ 3% โดยมีปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองในประเทศ จะกลับมามีความสำคัญอีกครั้ง ในช่วงการลงประชามติวันที่ 7 ส.ค.นี้ ซึ่งหากการลงมติผ่านพ้นไปด้วยดีจะเป็นปัจจัยบวกเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่างชาติได้ โดยเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ แต่หากไม่เป็นไปตามคาดหมาย จะส่งผลให้ความเชื่อมั่นนักลงทุนลดลง การบริโภคในประเทศซบเซากว่าเดิม.

เผย 5 เดือนแรกแรงงานไทยในภาคอุตสาหกรรมหายไปแล้ว 1.2 แสนคน เหตุเจอเทคโนโลยีเข้ามาแทน ขณะที่ภาคเกษตรหาย 5.1 แสนคน แต่เชื่อจะกลับมาในหน้าฝน เปิดโผ 8 ธุรกิจสุ่มเสี่ยงจากเบร็กซิทเศรษฐกิจโลกชะลอ 13 ก.ค. 2559 01:07