วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตรงเหลี่ยมลากยาว

สลับฉาก เปลี่ยนอารมณ์กันวันต่อวัน

ล่าสุด “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. เล่นบท “ลุงตู่ใจดี” ร่วมช็อตถ่ายรูปกับหนุ่มสาวนิสิตแพทย์จุฬาฯ โดยใช้โปรแกรมแอพพลิเคชั่นบูมเมอแรงที่ต้องส่ายหัวไปมาขณะถ่ายรูป กำลังนิยมในหมู่วัยรุ่น

พร้อมทั้งได้ทำมือสัญลักษณ์รูปหัวใจมินิฮาร์ทเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์วันอานันทมหิดล

มีอารมณ์ร่วมกับงานอีเวนต์เต็มที่ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี

เป็นอะไรที่หักมุมกับอาการก่อนหน้าที่ “บิ๊กตู่”ระเบิดอารมณ์เก็บกดจากช่วงวันเสาร์–อาทิตย์ หงุดหงิดกับกระแสวิจารณ์รัฐบาลทหาร เครียดกับสถานการณ์เคลื่อนไหวของฝ่ายต่อต้านประชามติร่างรัฐธรรมนูญใหม่ จนต้องแหกสคริปต์พูดบนเวทีมอบรางวัลทุนหมุนเวียนดีเด่นประจำปี 2559

ฟาดงวงฟาดงา ด่าไปหมดอะไรที่ไม่ได้ดั่งใจ

ในอารมณ์แบบที่เจ้าตัวต้องรีบ “ออกตัว” เคลียร์หลังลงจากเวที บอกว่าแค่พูดเอามัน กระตุกอารมณ์กันเฉยๆ เปรียบเทียบเหมือนพระ “เทศน์คาบลูกคาบดอก” ยังไงยังงั้น

แต่เรื่องของเรื่องมันดันมีจุดที่จับไต๋ได้ ในสถานการณ์ต่อเนื่องจากประโยคร้อนๆที่พล.อ.ประยุทธ์ออกลีลาทีเล่นแต่เอาจริงว่า ถ้าร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย” มีปัญหาไม่เรียบร้อย

“เดี๋ยวผมจะร่างให้เอง”

แล้วก็เป็นนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ที่ออกมารับลูกเล่นต่อ เป็นเชิงพูดยาวๆให้นักข่าวงงเล่นๆ ก่อนตบท้ายสรุปประเด็นสั้นๆ ถ้าร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย” ไม่ผ่านด่านประชามติ ก็ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 เพื่อเปิดทางให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

แบบที่รู้ผลปุ๊บรีบทำปั๊บเลย

อย่างที่รู้ๆกัน วงในฝ่ายคุมเกมอำนาจ คสช. “วางหมาก” รองรับไว้ทุกสถานการณ์แล้ว ไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่านประชามติ คสช.ก็ยังกุมอำนาจชี้ขาดจะให้ไปในทิศทางใด

แถมล่าสุดยังได้ “ข้อมูลดิบ” เสริมน้ำหนักในการวางเกมยาว

กับมุมที่คณะกรรมการหรือบอร์ดการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้สั่งปรับเป้าหมายรายได้การท่องเที่ยวตลาดในประเทศปีหน้า 2560 เหลือร้อยละ 9.5 จากที่นายยุทธศักดิ์ ศุภสร ผู้ว่าการ ททท. เสนอเป้ารายได้ 1 ล้านล้านบาท หรือเติบโตร้อยละ 16

เนื่องจากความกังวลต่อความไม่แน่นอนสถานการณ์ทางการเมืองภายหลังการเลือกตั้งตามโรดแม็ป คสช.ในปี 2560 จะกลับมาวุ่นวาย บวกความไม่มั่นใจสถานการณ์เศรษฐกิจภายในประเทศจะฟื้นตัวได้ตามเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้

ข้อมูลดิบอ้างอิงได้ ภาคธุรกิจไม่มั่นใจ ถ้า คสช.ปล่อยมือให้เลือกตั้ง

และหนังตัวอย่างที่เห็นกันอยู่ตรงหน้า กับปม “สังฆราช” องค์ใหม่

ที่ชนวนร้อนขึ้นทันทีทันควันที่นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เปิดเผยผลการตีความของคณะกรรมการกฤษฎีกา ว่ามติของมหาเถรสมาคมที่ชงให้นายกฯเสนอชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือ “สมเด็จช่วง” เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ไม่ขัดกับมาตรา 7 พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2505

ดังนั้นมติมหาเถรสมาคมดังกล่าวยังมีผลอยู่

นั่นก็ทำให้ฝ่ายหนุน “สมเด็จช่วง” กดดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ทำตามขั้นตอนต่อไป

แต่ในทางตรงกันข้าม นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และ นพ.มโน เลาหวนิช อดีตศิษย์
วัดพระธรรมกาย ได้เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อคัดค้านการนำนามชื่อ “สมเด็จช่วง” ขึ้นทูลเกล้าฯ สถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช

อ้างยังมีปัญหาเกี่ยวข้องกับคดีความเรื่องการครอบครองรถเบนซ์โบราณ และการให้ความช่วยเหลือปกป้องพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งมีการยืนยันจากคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วว่า นายกฯมีอำนาจในการพิจารณาก่อนฟันธงคำตอบสุดท้าย โดยที่เจ้าตัวยืนยันชัดถ้อยชัดคำ ถ้ายังมีปัญหาขัดแย้งไม่จบก็จะยังไม่ตั้งสังฆราชองค์ใหม่

แน่นอน เกมนี้ถ้าจะลากยาวจนตายกันไปข้างหนึ่ง ก็ไม่แปลกแต่อย่างใด

แต่นั่นหมายถึง “รัฏฐาธิปัตย์” อย่าง พล.อ.ประยุทธ์เท่านั้นที่ทำได้.

ทีมข่าวการเมือง

13 ก.ค. 2559 00:21 13 ก.ค. 2559 02:13 ไทยรัฐ