วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วิลาศ โปรตุเกส

(ภาพ AP)

หลังจากที่อดตาหลับขับตานอนกันมาเป็นแรมเดือน

ในที่สุดศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป “ยูโร 2016” ก็รูดม่านปิดฉากลงไปเรียบร้อยแล้ว ด้วยความสำเร็จเหนือความคาดหมายของขุนพล “ฝอยทอง” โปรตุเกส ที่ผงาดชูถ้วยแชมป์เมเจอร์ในระดับชาติเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลังพลิกล็อกหักปากกาเซียนเชือดชัยเหนือเจ้าภาพ ฝรั่งเศส 1–0 ในเกมนัดชิง

บางคนอาจบอกว่านี่คือ “เทพนิยาย” ของโปรตุเกสหรือเปล่า! แต่ผมมองว่ายังไม่ถึงขนาดนั้น เพราะความจริงพลพรรคนักเตะฝอยทองถือเป็นยอดทีมชั้นนำของโลก ที่ไม่ว่าจะลงเล่นในทัวร์นาเมนต์ไหน รายการใด ก็มักจะถูกยกให้เป็นทีมเต็งในกลุ่มลุ้นแชมป์กับเขาแทบทุกครั้ง

เพียงแต่ที่ผ่านมาแข้งโปรตุเกส ไม่ว่าจะผ่านยุคสมัยของซุปเปอร์สตาร์คนไหนมา ไม่ว่าจะเป็น ยูเซบิโอ, เปาโล ฟูเตร, หลุยส์ ฟิโก จนมาถึง คริสเตียโน โรนัลโด ฯลฯ พวกเขาเป็นได้แค่ “ทีมเต็ง” ไม่เคยเป็น “ทีมแชมป์” เปรียบไปก็เหมือนสาวงามที่ขึ้นเวทีประกวดแล้วเข้ารอบลึกอยู่เป็นประจำ แต่ไม่เคยสัมผัสมงกุฎ หรือสายสะพายใดๆ

จะเรียกว่าเป็น “นางงามไร้มงกุฎ” มาตลอดก็คงไม่ผิดนัก

กระทั่งมาถึงยูโรเที่ยวนี้ “โปรตุเกส” ก็ยังคงถูกยกให้เป็นทีมชั้นแนวหน้า แต่ไม่มีใครมองว่าจะไปถึง “แชมป์”

ผมเองก็คาดไม่ถึง เพียงแต่ใครที่เชื่อเรื่องอาถรรพณ์บอลยูโร ที่ครบรอบ 12 ปีนักษัตร และมาถึง “ปีวอก” ทีไรก็มักจะมี “แชมป์ใหม่” เกิดขึ้นเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเดนมาร์ก ในปี 1992 หรือกรีซ ที่เป็นแชมป์ปี 2004 จนมาถึงคราวนี้ปี 2016 แชมป์ใหม่ป้ายแดงก็คือนักเตะฝอยทอง

ช่วงบอลยูโร ผมมีโอกาสโทร.สัมภาษณ์ทรรศนะของเกจิและกุนซือในแวดวงฟุตบอลไทยหลายต่อหลายท่าน เชื่อมั้ยครับไม่มีใครบอกเลยว่า “โปรตุเกส” จะเป็นแชมป์ ขนาดได้คู่ชิงแล้ว ทุกคนต่างก็ฟันธงไปที่ทีมตราไก่ เรียบวุธ

จะมีก็แต่ “เดอะตุ๊ก” ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน คนเดียว ที่มองว่า โปรตุเกส น่าสนใจ เพราะกว่าจะรอดสันดอนมาแต่ละรอบเจียนไป เจียนอยู่ ซึ่งในโลกฟุตบอล ทีมลักษณะนี้จัดว่า “อันตราย” เพราะดูเหมือนเทพีแห่งโชคจะโบยบินมาซบอยู่ข้างๆเสมอ และมันก็เป็นจริงตามนั้น

เอาเป็นว่าใครที่ส่งไปรษณียบัตรมาร่วมสนุกกับพวกเราชาว นสพ.ไทยรัฐ แล้วทายว่า “โปรตุเกส” เป็นแชมป์ยูโร 2016 ก็รอลุ้นรวยเป็นมหาเศรษฐีคนใหม่ของเมืองไทยกันได้เลย เชื่อว่าอีกไม่นานเกินรอหลังจากที่ผ่านการคัดแยกกันแล้ว ก็คงจะมีการกำหนดวันจับรางวัลกันออกมาอย่างเป็นทางการ

ส่วนทีมชาติไทยของเรา กุนซือ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อุตส่าห์บินไปดูนัดชิงชนะเลิศบอลยูโรหนนี้ถึงขอบสนามกรุงปารีส ก็น่าจะได้แรงบันดาลใจอะไรดีๆจากขุนพลฝอยทองเอามาปรับใช้กับทีมชาติไทย

เหมือนหยั่งกะทหารไทยยุคกรุงศรีที่ได้อะไรดีๆจากทหารฝรั่ง “วิลาศ โปรตุเกส” มาบ้างไม่มากก็น้อย

โดยเฉพาะแท็กติกการเล่นของทีมที่อยู่ในสถานะ “มวยรอง” ว่าจะใช้กลยุทธ์อย่างไรที่จะพิชิตชัยเหนือคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่า และเป็นต่อเราชนิดจมหู

ซึ่งแน่นอนเป็นสถานการณ์ที่ขุนพลช้างศึกจะต้องเจอในทุกนัด ทุกเกม ที่ลงสนามในศึกคัดบอลโลก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้ายในคราวนี้

อย่างมิอาจหลบเลี่ยงได้!!!

บี บางปะกง

13 ก.ค. 2559 00:20 13 ก.ค. 2559 02:10 ไทยรัฐ