วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หุ้นดีน่าลงทุน!!

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 12 ก.ค.59 ปิดที่ 1,474.92 จุด เพิ่มขึ้น 6.53 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 68,357.78 ล้านบาท ต่างชาติซื้อสุทธิ 3254.19 ล้านบาท

หุ้นที่ซื้อขายสูงสุด TRUE ปิด 8.60 บาท บวก 0.30 บาท, BANPU ปิด 16.40 บาท บวก 0.70 บาท, ADVANC ปิด 169 บาท ลบ 0.50 บาท, IVL ปิด 31 บาท บวก 1.25 บาทและ SCC ปิด 482 บาท บวก 4 บาท

บล.ธนชาต ระบุว่ามีโอกาสที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มในการประชุมวันที่ 21 ก.ค. และ 29 ก.ค. จะเป็นปัจจัยหนุน Sentiment ตลาดปรับขึ้นได้ต่อ ทั้งนี้เรามองการ “พักฐาน” ของ ADVANC (คาดปันผลปีนี้ 7%) และ INTUCH เป็นโอกาสในการซื้อเพิ่ม

นอกจากนี้แนะ “ซื้อ” หุ้น SCC มองเป็นหุ้น Laggard Plays ที่ได้รับผลดีจากการลงทุนภาครัฐให้เป้าหมายพื้นฐาน 580 บาท!!

มีบทวิเคราะห์ บล.ทิสโก้แนะ ‘Overweight’ หุ้นกลุ่ม Construction Sector ระบุว่า โครงการภาครัฐที่กำลังจะเปิดประมูลช่วยหนุนแนวโน้มของกลุ่มให้สดใสขึ้นอย่างน้อย 3 ปี ดังนั้นยังคงคำแนะนำ OVERWEIGHT หุ้นในกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง โดยเลือกหุ้น CK และ UNIQ เด่นชอบ CK เนื่องจากแนวโน้มผลประกอบการแข็งแกร่งในปีนี้และโครงการที่จะได้รับจากภาครัฐและ BEM สำหรับ UNIQ มีแนวโน้มผลประกอบการที่ดีและมูลค่าค่อนข้างถูก

สำหรับปัจจัยเสี่ยงในหุ้นกลุ่มนี้ได้แก่ ความล่าช้าของการประมูล, การเซ็นต์สัญญา, การซื้อที่ดิน และการก่อสร้าง จากโครงการของภาครัฐที่กำลังจะเข้ามา และต้นทุนสูงขึ้นจากราคาวัตถุดิบ, ราคาน้ำมันและค่าแรงพนักงาน

บล.ทิสโก้ยังออกบทวิเคราะห์หุ้นแบงก์ คาดผลประกอบการไตรมาส 2 ดีขึ้น จาก NPL ที่ฟื้นตัว, การควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้น และรายได้ที่เติบโต และแม้ว่าหุ้นกลุ่มแบงก์จะปรับตัวที่ดีกว่าตลาด แต่ยังมีอัพไซด์อยู่จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ ทำให้สินเชื่อสำหรับปี 59 อาจโตได้มากกว่าคาด ขณะที่ผลกระทบของ e-payment ที่ต่ำกว่าคาด โดยหุ้นที่แนะนำคือ SCB, KBANK, TCAP และ TMB

โดยผลของระบบ e–payment จะทำให้รายได้ค่าธรรมเนียมลดลงในปี 60-61 และมีผลกระทบที่จำกัดต่อมูลค่าที่เหมาะสม ขณะที่มีความเสี่ยงคือ 1.การดำเนินนโยบายของภาครัฐ 2.ความไม่แน่นอนทางการเมือง 3.ดอกเบี้ย/เงินเฟ้อ/ค่าเงิน และ 4.การแข่งขันที่เพิ่มขึ้น

อินเด็กซ์ 51